การนิเทศการศึกษาเชิงสร้างสรรค์เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา ในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร

Main Article Content

ยุพดี จรุงกลิ่น
นกัญ ทองสิงห์

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับการนิเทศการศึกษาเชิงสร้างสรรค์และระดับคุณภาพโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร 2) ศึกษาความสัมพันธ์และองค์ประกอบของการนิเทศการศึกษาเชิงสร้างสรรค์ที่สามารถพยากรณ์คุณภาพโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร และ 3) เสนอแนวทางการนิเทศการศึกษาเชิง‍สร้างสรรค์เพื่อยกระดับคุณภาพโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร การวิจัยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ โดยใช้รูปแบบการวิจัยเชิงสำรวจ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร จำนวน 209 โรงเรียน ได้จากการคำนวณโดยใช้สูตรของยามาเน่ ที่ระดับความคลาดเคลื่อน .05 และใช้วิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้นตามสัดส่วน ผู้ให้ข้อมูลโรงเรียนละ 2 คน ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาหรือหัวหน้างานวิชาการ จำนวน 1 คน และครูผู้สอน จำนวน 1 คน รวมผู้ให้ข้อมูลทั้งสิ้น 418 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามกับวัตถุประสงค์อยู่ระหว่าง 0.67–1.00 และมีค่าความ‍เชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.93 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วน‍เบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ


ผลการวิจัยพบว่า 1) ระดับการนิเทศการศึกษาเชิงสร้างสรรค์ในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครโดย‍ภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.18 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.46 โดยด้าน‍‍ที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ การให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะเชิงสร้างสรรค์ และระดับคุณภาพโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.20 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.44 โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ คุณภาพการจัดการเรียนรู้ของครู 2) การนิเทศการศึกษาเชิงสร้างสรรค์มี‍ความสัมพันธ์ทางบวกกับคุณภาพโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เท่ากับ .78 และองค์ประกอบของการนิเทศการศึกษาเชิงสร้างสรรค์สามารถร่วมกันพยากรณ์คุณภาพโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ได้ร้อยละ 67.00 โดยองค์ประกอบที่มีน้ำหนักพยากรณ์สูงสุดสามอันดับแรก ได้แก่ การให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะเชิงสร้างสรรค์ รองลงมา คือ การติดตาม ประเมินผล และสะท้อนผลการนิเทศ และการวางแผนการนิเทศอย่างมีส่วนร่วม ตามลำดับ ทั้งนี้ โมเดลโดยรวมมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ขณะที่ตัวแปรด้านการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการนิเทศมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 3) แนวทางการนิเทศการศึกษาเชิงสร้างสรรค์ควรมุ่งเน้นการนิเทศแบบมีส่วนร่วม การให้คำปรึกษาเชิงสร้างสรรค์ การสร้างความร่วมมือ การใช้เทคโนโลยี และการติดตามสะท้อนผลอย่างต่อเนื่องในรูปแบบ PARCT Model เพื่อยกระดับคุณภาพโรงเรียนอย่างยั่งยืน

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย (research article)

เอกสารอ้างอิง

ทิศนา แขมมณี. (2559). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 20). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

บุญชม ศรีสะอาด. (2553). การวิจัยเบื้องต้น. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.

พวงรัตน์ ทวีรัตน์. (2540). วิธีการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์. กรุงเทพฯ: สำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

ลลวัลย์ อธิชกุล, จิรศักดิ์ สุรังคพิพรรธน์ และวรรณรี ปานศิริ. (2568). รูปแบบการนิเทศเพื่อเสริมสร้างความฉลาดทางดิจิทัลของนักเรียนโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร. วารสารวิชาการ การจัดการภาครัฐและเอกชน, 7(2), 513–526.

วัชรา เล่าเรียนดี. (2556). ศาสตร์การนิเทศการสอนและการโค้ช: การพัฒนาวิชาชีพ: ทฤษฎี กลยุทธ์ สู่‍การปฏิบัติ. นครปฐม: คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร.

สงัด อุทรานันท์. (2530). การนิเทศการศึกษา: หลักการ ทฤษฎี และปฏิบัติ (พิมพ์ครั้งที่ 2 ฉบับปรับปรุงเพิ่มเติม). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มิตรสยาม.

สุมน อมรวิวัฒน์. (2547). กัลยาณมิตรนิเทศสำหรับผู้บริหาร: กลยุทธ์ในการนิเทศเพื่อสร้างโรงเรียนให้เข้มแข็ง. กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.

หทัยทิพย์ แก้วแสนตอ. (2567). การพัฒนารูปแบบการนิเทศ SPIRE MODEL เพื่อส่งเสริมสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ของครูในโรงเรียนอนุบาลแม่พริก (สุนันทสังฆประสิทธิ์). Journal of Roi Kaensarn Academi, 9(9), 1304–1318.

Darling-Hammond, L., Hyler, M. E., & Gardner, M. (2017). Effective teacher professional development. Learning Policy Institute.

Glickman, C. D., Gordon, S. P., & Ross-Gordon, J. M. (2018). SuperVision and instructional leadership: A developmental approach (10th ed.). Pearson.

Sergiovanni, T. J., & Starratt, R. J. (2007). Supervision: A redefinition (8th ed.). McGraw-Hill.

UNESCO. (2023). Global education monitoring report 2023: Technology in education: A tool on whose terms?. UNESCO.