อิทธิพลของนวัตกรรมดิจิทัลต่อการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาระดับการใช้นวัตกรรมดิจิทัลของธุรกิจ SMEs 2) เพื่อศึกษาระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของธุรกิจ SMEs 3) เพื่อวิเคราะห์อิทธิพลของนวัตกรรมดิจิทัลต่อการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของธุรกิจ SMEs ใช้การวิจัยเชิงปริมาณด้วยการวิเคราะห์ตัวแบบเส้นทางจากวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เครื่องมือในการวิจัยเชิงปริมาณ คือแบบสอบถามที่ผ่านการตรวจสอบความตรงของเนื้อหาจากผู้ทรงคุณวุฒิ ด้วยวิธีคำนวณหา IOC และทดสอบความน่าเชื่อถือด้วยการหาค่าสหสัมพันธ์ด้วยวิธีของครอนบัช
ผลการวิจัยพบว่า 1) ผู้ตอบแบบสอบถามมีความเห็นเกี่ยวกับระดับการใช้นวัตกรรมดิจิทัลของธุรกิจ SMEs อยู่ในระดับมากทั้งในภาพรวมและรายด้าน โดยเรียงลำดับตามค่าเฉลี่ยจากมากไปน้อยได้ดังนี้ ด้านการตลาดดิจิทัล ด้านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหารจัดการ ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการดิจิทัล ด้านระบบสารสนเทศและการวิเคราะห์ข้อมูล 2) รูปแบบการวัดของขีดความสามารถทางการแข่งขันมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์และทฤษฎีเป็นอย่างดี โดยมีค่าสัมประสิทธิ์ถดถอยมาตรฐานอยู่ระหว่าง 0.592 ถึง 0.880 มีค่าสัมประสิทธิ์การพยากรณ์หรือความสัมพันธ์แบบพหุคูณกำลังสอง (R2) อยู่ระหว่าง 0.350 ถึง 0.774 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าตัวแปรองค์ประกอบย่อยต่าง ๆ มีความเหมาะสมและสามารถวัดระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของธุรกิจ SMEs ได้ในระดับสูงและน่าเชื่อถือ 3) ตัวแปรด้านนวัตกรรมดิจิทัลทั้งหมดในแบบจำลอง สามารถร่วมกันอธิบายความแปรปรวนของขีดความสามารถทางการแข่งขันของธุรกิจ SMEs ได้สูงถึง 91% (R2 = 0.91) การใช้นวัตกรรมดิจิทัล ซึ่งประกอบด้วย การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหารจัดการ การตลาดดิจิทัล และระบบสารสนเทศและการวิเคราะห์ข้อมูล มีอิทธิพลทั้งทางตรง ทางอ้อม และมีทิศทางเป็นบวกต่อขีดความสามารถทางการแข่งขันของธุรกิจ SMEs อย่างมีนัยสำคัญ จากผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่านวัตกรรมดิจิทัลเป็นปัจจัยสำคัญเชิงกลยุทธ์ที่มีผลขับเคลื่อนโดยตรงและส่งผ่านอิทธิพลภายในองค์กร เพื่อช่วยยกระดับและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับธุรกิจ SMEs อย่างแท้จริง
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กัลยา วานิชย์บัญชา และฐิตา วานิชย์บัญชา. (2558). การใช้ SPSS for Windows ในการวิเคราะห์ข้อมูล. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์สามลดา.
ณิชาภา คุณพระเนตร, ปัญจสิรีย์ พันธุ์ใย, วันดี ยุโส้ และปองพล วงษ์วิศิษฐ์. (2569). ความได้เปรียบในการแข่งขันของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในเขตกรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี, 14(2), 74-86.
ปองพล วงศ์วิศิษฐ์, ศิริมา วิภาตวรรณะ, วราพร วรณะพันธุ์ และตวงพร สุพรรณเพ็ชร. (2565). ปัจจัยความสามารถในการบริหารเพื่อเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี, 11(2), 213-227.
พีรพงศ์ ทิพนาค, ชนาภรณ์ ปัญญาการผล และวิศิษฐ์ศักดิ์ บุญจิตต์. (2566). ปัจจัยเชิงสาเหตุที่ส่งผลต่อความสำเร็จของการบริหารจัดการธุรกิจขนาดย่อม ในเขตกรุงเทพมหานคร. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี, 12(2), 103-118.
ฟารีดา มะ, ชญานิศ ประทุมรัติน์ และเพชราภรณ์ วงค์หลวง. (2567). ความได้เปรียบทางการแข่งขันของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี, 13(1), 61-77.
ภัทรพล ชุ่มมี. (2565). นวัตกรรมการตลาดที่ส่งอิทธิพลต่อการสร้างมูลค่าเพิ่มของธุรกิจเพื่อสังคม. Journal of Roi Kaensarn Academi, 7(2), 147-159.
สิทธิพร โพธิ์ระหง, ประจักษ์ มหาสวัสดิ์, ลัดดาวัลย์ กมลสินธ์ และฑีฆากาญจน์ อ่อนคำ. (2569). ความสามารถของผู้ประกอบการต่อการแข่งขันทางธุรกิจในยุคดิจิทัล. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี, 14(2), 102-113.
สุดารัตน์ พิมลรัตนกานต์. (2564). การเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน มูลค่าเพิ่ม และความสามารถในการจัดการนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรมะม่วงเพื่อการส่งออกในบริบทพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา. Southeast Bangkok Journal. 17(1), 41-54.
อาลี เส็มเภอ, ชัญญณัท กริ่มใจ และฟารีดา มะ. (2568). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการดำเนินงานของอุตสาหกรรมเหล็กในจังหวัดสมุทรปราการ. วารสารการบริหาร การจัดการ และการพัฒนาที่ยั่งยืน, 3(4), 1745–1755.
Cronbach, L. J. (1970). Essentials of Psychological Testing. New York: Harper & Row.