บทบาทของการจัดการนวัตกรรมต่อความยั่งยืนในองค์กรธุรกิจ
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาบทบาทของการจัดการนวัตกรรมต่อความยั่งยืนในองค์กรธุรกิจ 2) เพื่อศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพการจัดการนวัตกรรมต่อความยั่งยืนในองค์กรธุรกิจ 3) เพื่อศึกษาปัจจัยการจัดการนวัตกรรมที่ส่งผลต่อความยั่งยืนขององค์กรธุรกิจ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ สถิติเชิงพรรณนา การแจกแจงความถี่ และค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานสำหรับการวิเคราะห์เพื่ออธิบายลักษณะทั่วไปของกลุ่มตัวอย่าง สถิติเชิงอนุมานเพื่อทดสอบความสัมพันธ์และอิทธิพลระหว่างตัวแปรตามสมมติฐานการวิจัย สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์เส้นทางอิทธิพลทางตรง อิทธิพลทางอ้อม
ผลการวิจัยพบว่า: 1) การจัดการนวัตกรรมมีบทบาทสำคัญและมีอิทธิพลเชิงบวกโดยตรงต่อความยั่งยืนขององค์กรธุรกิจ อย่างมีนัยสำคัญ โดยมีอิทธิพลเชิงบวกโดยตรงต่อความยั่งยืนขององค์กรธุรกิจ (DE=0.418) มีความสัมพันธ์เชิงบวกโดยตรงกับความยั่งยืนขององค์กรธุรกิจสูงที่สุด (DE=0.594) ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการบริหารจัดการนวัตกรรมเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความยั่งยืน 2) เมื่อพิจารณาประสิทธิภาพและผลสัมฤทธิ์ในมิติต่าง ๆ ของความยั่งยืน พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามมีความเห็นหรือความพึงพอใจอยู่ในระดับมากทุกด้าน โดยสามารถเรียงลำดับประสิทธิภาพจากค่าเฉลี่ยมากไปน้อยในแต่ละมิติได้ดังนี้ มิติทางเศรษฐกิจมีค่าเฉลี่ย 3.83 มิติทางสังคมมีค่าเฉลี่ย 3.73 มิติทางสิ่งแวดล้อมมีค่าเฉลี่ย 3.73 และมิติการกำกับดูแลกิจการและความโปร่งใสมีค่าเฉลี่ย 3.73 3) จากการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ ปัจจัยหลักที่ถูกพิสูจน์ว่าส่งผลต่อความยั่งยืนขององค์กรธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญและได้รับการยอมรับ คือ ปัจจัยการจัดการนวัตกรรมโดยตรง: ส่งผลในทางบวกโดยตรงต่อความยั่งยืน (DE=0.418* และ DE=0.594*) และปัจจัยระบบการจัดการคุณภาพโดยรวมทั่วทั้งองค์กร: เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสนับสนุนสำคัญที่มีความสัมพันธ์เชิงบวก โดยส่งผลทั้งทางตรง (DE=0.342*) และส่งผลทางอ้อม (IE=0.247*) ต่อความยั่งยืนขององค์กรธุรกิจ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
ชาญชัย จิตรเหล่าอาพร, จิดาภา ถิรศิริกุล และสกล สุขเสริมส่งชัย. (2564). การพัฒนาที่ยั่งยืนและการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจโลก. วารสารวิชาการไทยวิจัยและการจัดการ, 2(3), 77-93.
แววไพลิน พันธุ์ภักดี. (2568). ปัจจัยเชิงกลยุทธ์และบทบาทของของภาครัฐในการขับเคลื่อนความยั่งยืนขององค์กรธุรกิจ: กรณีศึกษาองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ประเทศไทย. วารสารสังคมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 55(2), 284-315.
พลอยพิชชา ดีอาษา และพรรณเพ็ญ สิทธิพัฒนา. (2567). วามสัมพันธ์ของมูลค่าเพิ่มเชิงเศรษฐกิจและผลการดําเนินงานทางการเงินที่มีต่อมูลค่าตลาดส่วนเพิ่มของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกลุ่มดัชนีสะท้อนความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นกลุ่มยั่งยืน. วารสารวิจัยมหาวิทยาลัยเวสเทิร์น มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 10(1), 113-126.
พงศ์ปณต ใจยา และนุจรี ภาคาสัตย์. (2564). แนวทางในการสร้างคุณค่าร่วมกับสังคมขององค์กร (CSV) ที่มีอิทธิพลต่อภาพลักษณ์ ชื่อเสียง และการยอมรับของชุมชน ในเขตพื้นที่มาบตาพุด จังหวัดระยอง, วารสารดุษฎีบัณฑิตทางสังคมศาสตร์, 11(2), 469-479.
สุภาภร ภิญโญฉัตรจินดา, กนกอร เนตรชู, สุรธันย์ ปาละพรพิสุทธิ์, เนรัญชลา กาไลทอง, วิภาวรรณ จันทร์ประชุม, วิภาวรรณ ทองเนียม, น้าฝน เสนางคนิกร, อุทัย แก้วกลม และนิธินพ ทองวาสนาส่ง. (2567). การดาเนินธุรกิจที่ยั่งยืนด้วยการลดผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมด้วยการบริหารจัดการโซ่อุปทานแบบกรีน (Green Supply Chain Management): กรณีศึกษาธุรกิจในอุตสาหกรรมอาหาร. วารสารการเมือง การบริหาร และกฎหมาย, 15(2). 291-304.
ธนพล ฟูศรีเจริญ, นิโรจน์ สินณรงค์, ธรรญชนก เพชรานนท์ และเก นันทะเสน. (2568). การประยุกต์ใช้แนวคิดการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน ESG ของผู้ประกอบธุรกิจในจังหวัดเชียงใหม่. วารสารสหศาสตร์ศรีปทุม ชลบุรี, 11(2), 73-90.
Cronbach, L. J. (1970). Essentials of psychological test (5th ed.). New York: Harper Collins.
Yamane, T. (1973). Statistics : An introductory analysis (3rd ed.). New York: Harper and Row.