Para Rubber Production Management by Farmers in Ladkrating Sub-district, Sanamchaikhet District, Chachoengsao Province
Main Article Content
Abstract
The purposes of this research were to study 1) economic and social status of rubber farmers in Latkrating Sub-district, Sanamchaikhet District, Chachoengsao Province; 2) farmers’ motivation on producing rubber; 3) farmers’ knowledge about rubber production; 4) rubber production practices by farmers; 5) farmers’ problems and suggestions for rubber production management.
This study was a survey research. The study population were 587 farmers who were registered with the Rubber Authority of Thailand in the study area in 2016. A sample population size of 400 was calculated using the Taro Yamane formula with a 97% confidence interval. Samples were chosen by simple random sampling. Data were collected by using a structured interview and were then analyzed using descriptive statistics i.e. frequency, percentage, maximum and minimum values, mean and standard deviation.
The results revealed that 1) most of the farmers were male and in the 40-49 years age group. The average number of family members was 5. They used to grow field crops and switched to growing para rubber between 1998 – 2007. The average land used for agriculture was 27.90 rai. (1 rai = 1,600 m2). The average land used for rubber cultivation was 21.90 rai. The average number of laborers used for rubber cultivation was 2.53. Most of them had no experience in rubber cultivation. They received information on rubber cultivation from Rubber Research Institute. 2) The proximity of rubber buyers and knowledge base on rubber cultivation near their houses were farmers’ motivation to grow rubber. 3) Farmers had moderate knowledge of rubber cultivation. The Variety selection, soil preparation, fertilizer application and weed control were the knowledge areas that farmers knew a lot. 4) Farmers’ practice on rubber cultivation was at a high level except for rubber sheet processing and waiting to sell rubber products when the price was high. 5) Farmers’ problems were the high price of chemical fertilizer and the selling price of rubber products was inconsistent. They suggested that the government should control the prices of chemical fertilizer and rubber products.
Downloads
Article Details
บทความ ข้อความ ภาพประกอบ ตารางประกอบ ที่ตีพิมพ์ในวารสารเป็นความคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว ไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชแต่อย่างใด
บทความที่เสนอพิจารณาในวารสาร e-JODIL ต้องเป็นบทความที่ไม่เคยส่งไปลงพิมพ์ เผยแพร่ หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาของวารสารอื่น
กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาและตัดสินการตีพิมพ์บทความในวารสาร
References
กรวิทย์ ตันศรี. (2557). แรงงานกับการเปลี่ยนแปลงของภาคการเกษตรไทย. สืบค้นเมื่อ 10 ธันวาคม 2561, จากhttps://www.bot.or.th/Thai/MonetaryPolicy/NorthEastern/DocLib_Research/04-Labor%20with%2 0Agri%20Changing.pdf.
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. (2556). เขตเหมาะสมสำหรับการปลูก ข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์มน้ำมัน อ้อยโรงงานข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (พิมพ์ครั้งที่1). กรุงเทพฯ: สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร.
เดชา นามโยธา และสุภาภรณ์ พวงชมพู. (2555). การจัดการการผลิตและการตลาดยางแผ่นดิบของเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราในอำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น (วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยขอนแก่น. ขอนแก่น.
นัดดา รัศมีแพทย์ และสุพัตรา ศรีสุวรรณ. (2560). การปลูกพืชเสริมรายได้ในสวนยางพาราของเกษตรกร อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี (วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. กรุงเทพฯ.
น้ำทิพย์ สิทธิ. (2558). การจัดการสวนยางพาราและผลตอบแทนทางเศรษฐกิจของเกษตรกรในอำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน(วิทยาพนธ์ปริญญาเกษตรศาสตรมหาบัณฑิต) มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมมาธิราช. นนทบุรี.
เพ็ญประภา ราหุล. (2556). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการตัดสินใจปลูกยางพาราของเกษตรกรในอำเภอสนามชัยเขตจังหวัดฉะเชิงเทรา (วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. กรุงเทพฯ.
รัฐพงษ์ จันทคณานุรักษ์ และคณะ.(2558). ปัจจัยด้านเศรษฐกิจของเกษตรกับการพัฒนาการเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ตำบลลำนางรอง อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ (วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต).คณะเกษตรกำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. นครปฐม.
วราวุธ ชูธรรมธัช และนิโรจน์ รอดสม. (2556). การประเมินในพื้นที่ศักยภาพการให้ผลผลิตของสวนยางขนาดเล็กในพื้นจังหวัดฉะเชิงเทรา (รายงานวิจัย).กรมวิชาการเกษตร, กรุงเทพฯ.
วันทนีย์ เกษมพิณ. (2560). ความคิดเห็นของเกษตรกรที่มีต่ออนาคตการปลูกยางในตำบลหนองบัวอำเภอบ้านค่ายจังหวัดระยอง (วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. กรุงเทพฯ.
สมเกียรติ กัลยพฤกษ์ และทิพนรัตน์ บุญมา. (2557). การศึกษาแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการปลูกยางพาราในภาคอีสานตอนใต้ (วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. กรุงเทพฯ.
สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง. (2557). การปลูกสร้างสวนยาง (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตร.
สุภาภรณ์ พวงชมพู. (2554). การพัฒนาระบบตลาดประมูลยางท้องถิ่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (รายงานการวิจัย).ขอนแก่น: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
อมรมณ์ โรจน์สุจิตร, พิศมัย จันทุมา, สายใจ สุชาติกูล, กฤษดา สังข์สิงห์, พนัส แพชนะ, อารักษ์ จันทุมา,... ธีรชาต วิชิตชลชัย. (2552). การศึกษาสภาวการณ์การทำสวนยางของเกษตรกรในท้องถิ่นรอบศูนย์วิจัยยาง (รายงานการวิจัย). กรุงเทพฯ: กรมวิชาการเกษตร.