The Development of Blended Remedial Model Using Cooperative Learning and Storyline Technique to Enhance Chinese Learning Competence of High School Student

Main Article Content

Numchoke Budnampetch

Abstract

This research aimed to 1) develop the blended remedial model using cooperative learning and storyline technique to enhance Chinese learning competence of high school students, and 2) evaluate the effectiveness of the model. The samples in this research were 16 students from grade 9 in Chinese major, 2nd semester, academic year 2019 who were in core Chinese language course, Srinakharinwirot University Prasarnmit Demonstration School (Secondary).
It is found that:
1. The blended remedial model using cooperative learning and storyline technique to enhance Chinese learning competence of high school students (ENPPRE model) was consisted of 3 components, which are 1) principles and objectives, 2) procedures, and 3) model implementation conditions. The model implemented a 6-step teaching method including (1) energize learner: E, (2) navigate content: N, (3) guided practice: P, (4) independent practice – online: P, (5) review (R), and (6) evaluation: E.
2. The result of the conformity/suitability and quality inspection by 5 experts indicated that the blended remedial model using cooperative learning and storyline technique to enhance Chinese learning competence of high school students (ENPPRE model) was overall conforming/suitable and both quality aspects which were 1) the conformity/suitability of the blended remedial model using cooperative learning and storyline technique to enhance Chinese learning competence of high school students, and 2) the conformity/suitability of the model’s components was at a good level (X= 4.4, S.D.= .39), and the efficiency of the model was at 71.04/83.53, exceeding the 70/70 par.
3. The evaluation of the model’s effectiveness found that the Chinese learning competence of the students after following the model had resulted in an above 70 percent average with a statistical significance at the level of .05.
4. Student’s satisfaction with the model is at the highest level (X= 4.58, S.D.= .25).

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

How to Cite
Budnampetch, N. (2021). The Development of Blended Remedial Model Using Cooperative Learning and Storyline Technique to Enhance Chinese Learning Competence of High School Student. Electronic Journal of Open and Distance Innovative Learning (e-JODIL), 11(1), 52–67. retrieved from https://so01.tci-thaijo.org/index.php/e-jodil/article/view/241194
Section
Research article

References

กนกพร ศรีญาณลักษณ์. (2551). รูปแบบการเรียนภาษาจีนของนิสิต คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา. วารสารศึกษาศาสตร์, 19(3), 15.

จันทร์ชลี มาพุทธ. (2553). การเรียนรู้แบบบูรณาการด้วยStoryline Approach. สืบค้นเมื่อ 20 มกราคม 2563, จาก https://www.pharmacy.cmu.ac.th/unit/unit_files/files_download/2011-06-226-53.

จินตนา วิเศษจินดา และสมพงษ์ จิตระดับ. (2560). แนวทางการจัดการเรียนการสอนภาษาจีนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สืบค้นเมื่อ 20 มกราคม 2563, จาก http://cuir.car. chula.ac.th/handle/123456789/60102.

จิรามน สุธีรชาติ. (2560). EEC ความหวังใหม่ของเศรษฐกิจไทย: ทำไมต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้?. สืบค้นเมื่อ17 พฤศจิกายน 2560, จาก https://www.scbeic.com/th/detail/product/3544.

ดวงกมล บุญไชย, พัชรินทร์ จูเจริญ และนันทิวัน อินหาดกร. (2561). ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบร่วมมือเทคนิคSTAD เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเสริมสร้างทักษะสื่อสารและการมีส่วนร่วมในการจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาจีน เรื่องสัทอักษร ภาษาจีนเบื้องต้น สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. ใน รายงานสืบเนื่องการประชุมวิชาการระดับชาติ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร (น.1134-1138). กำแพงเพชร: มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร.

ถนอมพร เลาหจรัสแสง. (2560). ทฤษฎีการเรียนรู้ที่สำคัญในอนาคต สื่อการสอนของโครงการ ThaiMOOC. สืบค้นเมื่อ 30 มีนาคม 2563, จาก https://www.youtube.com/watch?v=uq2c83UtnxE.

ทิศนา แขมมณี. (2561). ศาสตร์การสอน องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 21). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ธุมวดี สิริปัญญาฐิติ ศิริเพ็ญ กำแพงแก้ว จันทิมา จิรชูสกุล. (2559). ปัญหาการเรียนการสอนภาษาจีน ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย แผนการเรียนศิลป์ภาษาจีนเขตภาคตะวันออกของไทย. ศิลปศาสตร์ปริทัศน์, 11(22), 8-19.

นรินทชัย ฮะภูริวัฒน์. (2555). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนภาษาจีนตามแนวคิดการเรียนรู้แบบเน้นงานปฏิบัติโดยใช้เทคนิคการจำอักษรแบบเชื่อมโยงเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการอ่านของนักศึกษาปริญญาตรี (วิทยานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สืบค้นเมื่อ 29 มกราคม 2563, จาก http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/36160.

นำโชค บุตรน้ำเพ็ชร. (2562). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการสื่อสารภาษาจีนของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย. วารสาร Veridian E-Journal Silpakorn University, 12(6). สืบค้นเมื่อ 20 มีนาคม 2563, จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/Veridian-E-Journal/article/view/167910/155927.

ปฐมพงศ์ ศุภเลิศ. (2549). การสอนเสริมนั้นสำคัญไฉน. สืบค้นเมื่อ 7 พฤษภาคม 2562, จาก https://www.gotoknow.org/posts/57970.

ประภัสรา โคตะขุน. (2555). การเรียนแบบร่วมมือ. สืบค้นเมื่อ 7 ธันวาคม 2562, จาก https://sites.google.com/site/prapasara/thekh-kar-sxn.

ไพฑูรย์ กานต์ธัญลักษณ์. (2557). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมผสานด้วยการเรียนแก้ปัญหาร่วมกันและเทคนิคซินเนติกส์เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ของนักศึกษาครู. (วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต) มหาวิทยาลัยศิลปากร. สืบค้นเมื่อ 29 มกราคม 2563, จาก http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000011310.

ภูเทพ ประภากร. (2561). การพัฒนาทักษะการฟังและการพูดภาษาจีนกลางโดยใช้กิจกรรมส่งเสริมความร่วมมือในชั้นเรียนของนักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาวิชาภาษาจีน. สืบค้นเมื่อ 25 มกราคม 2562, จาก http://human.tru.ac.th/2013/pdf/2561.

มหาวิทยาลัยศิลปากร. (2553). แนวทางการพัฒนาอีเลิร์นนิงสำหรับสถาบันการศึกษาในประเทศไทยการนําเสนอแนวทางการจัดการเรียนการสอนแบบผสมผสานที่ใช้ ubiquitous – learning เป็นเครื่องมือการเรียนรู้ (รายงานการวิจัย). สืบค้นเมื่อ 17 พฤศจิกายน 2561, จาก http://www.educ.su.ac.th/images/research/57/04.pdf.

วิกิตำรา. (2562). ทฤษฎีการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง. สืบค้นเมื่อ 7 ธันวาคม 2562, จาก https://th.wikibooks.org/wiki/

วิจารณ์ พานิช. (2555). วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ในศตวรรษที่๒๑ (พิมพ์ครั้งที่1). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์บริษัทตถาตาพับลิเคชั่น จำกัด.

วิภาวรรณ สุนทรจามร. (2551). การเรียนการสอนภาษาจีนในประเทศไทย: บันทึกรายงานการประชุมเชิงปฏิบัติการ การเรียนการสอนภาษาจีนในประเทศไทย ศูนย์จีนศึกษาสถาบันเอเชียศึกษาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (พิมพ์ครั้งที่1). กรุงเทพฯ: หจก ศรีบูรณ์ คอมพิวเตอร์-การพิมพ์.

ศิริพร จินดาราม. (2544). ผลการซ่อมเสริมโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และความสนใจในวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องความน่าจะเป็นของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยทักษิณ. สืบค้นเมื่อ 29 มกราคม 2563, จาก http://kb.tsu.ac.th/jspui/handle/123456789/199.

สุพรรณนา เพ็ชรรักษา และสมเกียรติ กอบัวแก้ว. (2558). บทบาทจีนที่มากขึ้นในเวทีโลก. สืบค้นเมื่อ 7 ธันวาคม 2562, จาก http://supannapetraksa.blogspot.com/2015/09/21st-century_1.html.

สมชาย รัตนทองคำ. (2556). การสอนทางกายภาพบำบัด ภาคต้นปีการศึกษา 2556. ใน เอกสารประกอบการสอน 475 788 สืบค้นเมื่อ 25 มกราคม 2562, จาก https://ams.kku.ac.th/aalearn/resource/edoc/tech/56web/4learn_edu56.pdf.

สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. (2556). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้ภาษาจีน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ. สืบค้นเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2562. จาก http://www.teacher.in.th/.

kroobannok. (2550). ทฤษฎีความสัมพันธ์เชื่อมโยงของธอร์นไดน์. สืบค้นเมื่อ 7 ธันวาคม 2562, จาก https://www.kroobannok.com/98.

kroobannok. (2550). ทฤษฎีการเรียนรู้แบบร่วมมือบน E-Learning. สืบค้นเมื่อ 25 มีนาคม 2563, จาก https://www.kroobannok.com/25557.

Li, Y. (2011). The Development of Drill Exercise on Chinese Writing Skill of Fourth Grade Students. (M.E.Thesis). Silpakorn University. Thailand.

Sutinee wongwattananukun & Phattrapron Chokpaiboon. (2561). การใช้กิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนภาษาจีนกลาง. ใน รายงานสืบเนื่องการประชุมวิชาการ (PROCEEDINGS) ระดับชาติและนานาชาติ. บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ (น. 62-71). บุรีรัมย์: มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์.