กลไกการป้องกันและแก้ไขปัญหาการรับข่าวปลอม (Fake News) อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนของนักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน : กรณีศึกษาโรงเรียนในจังหวัดฉะเชิงเทรา
คำสำคัญ:
ข่าวปลอม, กลไกการป้องกันและแก้ไขปัญหาบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาพฤติกรรมการรับมือกับข่าวปลอมได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน และ 2) พัฒนารูปแบบกลไกการป้องกันและแก้ปัญหาข่าวปลอมอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนของนักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน : กรณีศึกษาโรงเรียนในจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้เครื่องมือเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการสื่อสาร และผู้เชี่ยวชาญด้านการรู้สารสนเทศ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ 2 ฉะเชิงเทรา จำนวน 32 คน จากการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามสำหรับผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับความคิดเห็น ในการใช้เครื่องมือเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการสื่อสาร การป้องกันและแก้ไขปัญหาการรับข่าวปลอม (Fake News) และแบบสอบถามสำหรับนักเรียนเกี่ยวกับพฤติกรรมการรับมือกับข่าวปลอม (Fake News) สถิติที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย (M) และ ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD)
ผลการวิจัยพบว่า
- พฤติกรรมของนักเรียนในการใช้เครื่องมือเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการสื่อสารสำหรับการรับมือกับข่าวปลอม การรู้สารสนเทศ การป้องกันและแก้ไขปัญหาการรับข่าวปลอม (Fake News) ก่อนใช้รูปแบบฯ พบว่า พฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติในระดับน้อย ได้แก่ การเปิดดูข้อมูลจากเว็บไซต์ที่ไม่คุ้นชื่อ การแชร์ข่าวทันทีที่ได้รับข้อมูลมาจากคนรู้จัก การแชร์ข่าวที่ตรงกับความคิดความเชื่อของตนเอง การเชื่อเนื้อหาข่าวที่มีการพาดหัวข่าวที่น่าตื่นเต้น และการเชื่อถือข่าวที่มียอดไลก์ ยอดแชร์สูง ๆ พฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติในระดับมาก ได้แก่ การดูชื่อผู้เขียนข่าว ผู้รับผิดชอบข่าว การดูวันที่ที่นำเสนอข่าว พฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติในระดับมากที่สุด ได้แก่ การกดลิงก์ย้อนไปหาแหล่งข่าวต้นสังกัด การอ่านข่าวที่มาจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ การพิจารณารูปภาพ หรือคลิปวิดีโอที่นำมาประกอบการนำเสนอข่าว การแชร์เฉพาะข่าวที่เราแน่ใจว่าเชื่อถือได้เท่านั้น การใช้วิจารณญาณเพื่อคิดวิเคราะห์เรื่องราวที่เราอ่าน การตรวจสอบหลักฐานของข่าว การได้รับความรู้ด้านการพิจารณาข่าวปลอม ซึ่งหลังใช้รูปแบบฯ พบว่า พฤติกรรมของนักเรียนมีแนวโน้มที่พึงปฏิบัติต่อการใช้เครื่องมือเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการสื่อสารสำหรับการรับมือกับข่าวปลอม การรู้สารสนเทศ การป้องกันและแก้ไขปัญหาการรับข่าวปลอม (Fake News) ดีขึ้น
- รูปแบบกลไกการป้องกันและแก้ไขปัญหาการรับข่าวปลอม (Fake News) อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนของนักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน : กรณีศึกษาโรงเรียนในจังหวัดฉะเชิงเทรา ประกอบไปด้วย 4 องค์ประกอบ ได้แก่ นักเรียน ครูผู้สอน เนื้อหาและตัวอย่างสถานการณ์ที่เกี่ยวข้อง และทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มคอนสตรัคติวิสต์ โดยมี 2 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ตามวิถีของรายวิชา บูรณาการร่วมกับขั้นตอนการให้ความรู้เกี่ยวกับข่าวปลอม (Fake News)
เอกสารอ้างอิง
นันทิกา หนูสม. (2560). ลักษณะของข่าวปลอมในประเทศไทยและระดับความรู้เท่าทันข่าวปลอมบนเฟซบุ๊กของผู้รับสารในเขตกรุงเทพมหานคร [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยกรุงเทพ.
บุบผา เมฆศรีทองคำ และขจรจิต บุนนาค. (2557). พฤติกรรมการบริโภคข่าวผ่านสื่อเฟซบุ๊คของคนต่างวัยในสังคมไทย. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ในพระบรมราชูปถัมภ์, 8(3), 230-247. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JournalGradVRU/article/view/25520
พาณิชย์ สดสี. (2560). แนวทางการป้องกันและมาตรการควบคุมการเผยแพร่ข่าวเท็จในเฟซบุ๊ก. วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร.
สมชาย รัตนทองคำ. (2556). จิตวิทยาการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ [เอกสารประกอบการสอน]. การสอนทางกายภาพบำบัด ภาคต้น ปีการศึกษา 2556.
สุกัญญา บูรณเดชาชัย. (2560). ไม่ชัวร์แชร์ไป...สังคมวุ่นวาย. http://imgs.mcot.net/images/2018/05/1525684457247.pdf
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. (2562). รู้เท่าทันข่าว. วอล์ค ออน คลาวด์.
Best, J. W. (1977). Research in education (3rd ed.). Prentice.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2023 มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. ทรรศนะและข้อคิดเห็นใด ๆ ที่ปรากฏอยู่ในวารสาร ECT Education and Communication Technology Journal เป็นของผู้เขียนโดยเฉพาะ สำนักเทคโนโลยีการศึกษา มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และกองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องด้วย
2. กองบรรณาธิการของสงวนลิขสิทธิ์ในการบรรณาธิการข้อเขียนทุกชิ้น เพื่อความเหมาะสมในการจัดพิมพ์เผยแพร่