การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐานร่วมกับหุ่นยนต์ mBot เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5

ผู้แต่ง

  • ศุภเชษฐ์ สีหาราช ภาควิชาเทคโนโลยีการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
  • ศยามน อินสะอาด ภาควิชาเทคโนโลยีการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
  • ยศระวี วายทองคำ ภาควิชาเทคโนโลยีการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

คำสำคัญ:

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้, การเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน, การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์, ร่วมกับหุ่นยนต์ mBot

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐานร่วมกับหุ่นยนต์ mBot ในการส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 5 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐานร่วมกับหุ่นยนต์ mBot ในการส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 3) เพื่อศึกษาความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ที่มีต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐานร่วมกับหุ่นยนต์ mBot ในการส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนมัธยมนาคนาวาอุปถัมภ์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 1 ห้องเรียน 30 คน ได้มาโดยวิธีการสุ่มอย่างง่าย (Sample Random Sampling) ด้วยวิธีจับฉลาก เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐานร่วมกับหุ่นยนต์ mBot 2) แบบประเมินคุณภาพชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐานร่วมกับหุ่นยนต์ mBot 3) แบบทดสอบวัดความรู้กับจุดประสงค์การเรียนรู้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐานร่วมกับหุ่นยนต์ mBot  4) แบบวัดความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญ   3 ท่าน มีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) อยู่ระหว่าง 0.66 – 1.00 และมีค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์เท่ากับ 0.82 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบที (t-test)

          ผลการวิจัยพบว่า 1) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐานร่วมกับหุ่นยนต์ mBot เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ได้ค่าประสิทธิภาพเท่ากับ 88.35/87.00 เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 2) การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐานร่วมกับหุ่นยนต์ mBot เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐานร่วมกับหุ่นยนต์ mBot สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 3) ผลการวิเคราะห์ความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ของนักเรียนที่มีต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐานร่วมกับหุ่นยนต์ mBot พบว่า ความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ของนักเรียน หลังเรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐานร่วมกับหุ่นยนต์ mBot สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

เอกสารอ้างอิง

กิตติ ละออกุล. (2562). การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ส่งเสริมทักษะการรู้ดิจิทัลที่ใช้เทคนิคระดมสมองด้วยการออกแบบอินโฟกราฟิกส์แบบมีปฏิสัมพันธ์สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

เกตุธัช กัญจนชุมาบุรพ. (2564). การพัฒนาการเรียนรู้ฐานสมรรถนะตามแนวคิดการเรียนรู้ โครงงานเป็นฐานร่วมกับสื่อสังคมออนไลน์เพื่อส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสุขศึกษาและทักษะการรู้ดิจิทัลของนักเรียนประถมศึกษา. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]. Chula Digital Collections. https://digital.car.chula.ac.th/chulaetd/5632/

ณัฐวุฒิ อรุณรัตน์. (2561). ผลการใช้กลุ่มสืบสอบร่วมกับเครื่องมือการเรียนรู้ร่วมกันออนไลน์ด้วยกระบวนการออกแบบวิศวกรรมที่มีต่อความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]. Chula Digital Collections. https://digital.car.chula.ac.th/chulaetd/2717/

ถีระจิต บุญเจริญ. (2562). ผลการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐานที่มีผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษา. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศิลปากร]. DSpace at Silpakorn University. http://ithesis-ir.su.ac.th/Dspace/handle/123456789/2784

นรินธน์ นนทมาลย์. (2560). การพัฒนารูปแบบการออกแบบการสอนแบบเปิดด้วยวิธีการคิดอย่างเป็นระบบและกระบวนการกลุ่มโดยใช้วิดีโอเป็นฐานเพื่อพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ของผู้เรียนระดับอุดมศึกษา. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ไพรวัลย์ คิ้วสุนทรเนตร. (2565). การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ที่ส่งเสริมการใช้ทักษะการคิดเชิงคำนวณด้วยการเขียนโค้ดดิ้ง (Coding) โดยใช้หุ่นยนต์เป็นสื่อเรียนรู้ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร.

ศศิธร ศรีวงษ์ญาติดี. (2560). การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้โปรแกรมหุ่นยนต์ด้วยวัฏจักรการเรียนรู้ 7E เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]. Chula Digital Collections. https://digital.car.chula.ac.th/chulaetd/1103/

องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD). (2565). รายงานผลการประเมิน PISA 2022: ความสามารถในการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์และการประยุกต์ใช้ความรู้ในสถานการณ์จริง. https://www.oecd.org/pisa/

อภิลักษณ์ คำสถิตย์. (2566). การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5E ร่วมกับสื่อแอปพลิเคชัน เรื่อง ระบบนิเวศ วิชาวิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร.

Amalia, F. D. (2023). Project based learning sebagai solusi melatih keterampilan berpikir kreatif siswa SD dalam pembelajaran IPS. Jurnal Ilmiah Pendidikan Dasar, 8(1), 4034-4052. https://doi.org/10.23969/jp.v8i1.7126

Bell, S. (2010). Project-based learning for the 21st century: Skills for the future. The Clearing House: A Journal of Educational Strategies, 83(2), 39–43. https://doi.org/10.1080/00098650903505415

Georgieva, D., & Georgieva-Trifonova, T. (2023). Developing mathematical competencies through Makeblock mBot programming in computer modelling education. TEM Journal, 12(4), 2437-2447. https://doi.org/10.18421/TEM124-56

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-04-02

รูปแบบการอ้างอิง

สีหาราช ศ., อินสะอาด ศ., & วายทองคำ ย. (2026). การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐานร่วมกับหุ่นยนต์ mBot เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. วารสาร อีซีที เทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา, 21(30), 139–152. สืบค้น จาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/ectstou/article/view/280289