ผลการใช้เกมไมโครเลิร์นนิงร่วมกับการเรียนแบบร่วมมือด้วยเทคนิค TGT เพื่อส่งเสริมทักษะการสื่อสารทางคณิตศาสตร์ เรื่องเศษส่วน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
คำสำคัญ:
เกมไมโครเลิร์นนิง, การเรียนแบบร่วมมือด้วยเทคนิค TGT, ทักษะการสื่อสารทางคณิตศาสตร์บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อหาประสิทธิภาพเกมไมโครเลิร์นนิงร่วมกับการเรียนแบบร่วมมือด้วยเทคนิค TGT เพื่อส่งเสริมทักษะการสื่อสารทางคณิตศาสตร์ เรื่องเศษส่วน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบทักษะการสื่อสารทางคณิตศาสตร์เรื่องเศษส่วน ระหว่างกลุ่มที่เรียนด้วยเกมไมโครเลิร์นนิงร่วมกับการเรียนแบบร่วมมือด้วยเทคนิค TGT และกลุ่มควบคุมที่เรียนด้วยวิธีการสอนแบบปกติ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดหนองจอก (ภักดีนรเศรษฐ) สำนักงานเขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 38 คน และกลุ่มควบคุม จำนวน 38 คน โดยใช้วิธีการสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม (Cluster Sampling) โดยสุ่มเลือกห้องเรียนมา 2 ห้องเรียนด้วยวิธีการจับฉลาก เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) เกมไมโครเลิร์นนิงร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค TGT เพื่อส่งเสริมทักษะการสื่อสารทางคณิตศาสตร์ เรื่องเศษส่วน 2) แบบประเมินคุณภาพสื่อ 3) แบบวัดทักษะการสื่อสารทางคณิตศาสตร์ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ t-test Independent
ผลการวิจัยพบว่า 1) เกมไมโครเลิร์นนิงร่วมกับการเรียนแบบร่วมมือด้วยเทคนิค TGT เพื่อส่งเสริมทักษะการสื่อสารทางคณิตศาสตร์ เรื่องเศษส่วน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 82.40/83.06 เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 2) ผลการเปรียบเทียบทักษะการสื่อสารทางคณิตศาสตร์หลังเรียนด้วยเกมไมโครเลิร์นนิงร่วมกับการเรียนแบบร่วมมือด้วยเทคนิค TGT เพื่อส่งเสริมทักษะการสื่อสารทางคณิตศาสตร์ เรื่องเศษส่วน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 และทักษะการสื่อสารทางคณิตศาสตร์หลังเรียนด้วยวิธีการสอนแบบปกติ พบว่า ทักษะการสื่อสารทางคณิตศาสตร์หลังเรียนด้วยวิธีการสอนแบบปกติ มีค่าเฉลี่ยของคะแนนเท่ากับ( M = 13.63, SD = 4.52) และทักษะการสื่อสารทางคณิตศาสตร์หลังเรียนด้วยเกมไมโครเลิร์นนิงร่วมกับการเรียนแบบร่วมมือด้วยเทคนิค TGT เพื่อส่งเสริมทักษะการสื่อสารทางคณิตศาสตร์ เรื่องเศษส่วน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีค่าเฉลี่ยของคะแนนเท่ากับ ( M = 20.79, SD = 1.88) สูงกว่าการกลุ่มที่เรียนด้วยวิธีการสอนแบบปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
เอกสารอ้างอิง
ชัยยงค์ พรหมวงศ์. (2556). การทดสอบประสิทธิภาพสื่อหรือชุดการสอน. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, 5(1), 1-20.
ณิชกานต์ วงศ์แก้ว, กรวิภา สรรพกิจจำนง. (2568). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง เศษส่วนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้บอร์ดเกมชุด ภารกิจพิชิตดินแดนเศษส่วน. วารสารการศึกษาพุทธศาสตร์และการวิจัย, 11(1), 427–437.
ทิวัตถ์ ภู่จำนงค์, วีระ วงศ์สรรค์ และรสรินทร์ อรอมรรัตน์. (2563). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาประวัติศาสตร์ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้วิธี TGT กับวิธีการสอนแบบปกติของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3. วารสารวิจัยธรรมศึกษา, 3(2), 13–22.
บุญชม ศรีสะอาด. (2545). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 7). สุวีริยาสาส์น
พิชญาภัค ทองม่วง. (2565). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบผสมผสานระหว่างแนวคิดคณิตศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริงร่วมกับการเรียนรู้แบบออนไลน์เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาและการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. [การศึกษามหาบัณฑิต, ไม่ตีพิมพ์]. มหาาวิทยาลัยนเรศวร.
ภานุวัฒน์ แสงทอง, ศิรสิทธิ์ ศรีประพันธ์, โนรกัสมา ทิพยานนท์ และพล เหลืองรังษี. (2565). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวก ลบ โดยใช้เกม Code Math ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3. ใน การประชุมหาดใหญ่วิชาการระดับชาติและนานาชาติ ครั้งที่ 14(หน้า 1590). มหาวิทยาลัยหาดใหญ่.
สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน). (2566). รายงานผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET). http://www.niets.or.th
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2551). ทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตร์ (พิมพ์ครั้งที่ 2). หจก. ส.เจริญการพิมพ์.
Adipat, S., et al. (2021). Engaging Students in the Learning Process with Game-Based Learning: The Fundamental Concepts. International Journal of Technology in Education, 6(1), 89-105. 10.46328/ijte.169
Florida State University, Center for Educational Technology. (1975). Interservice procedures for instructional systems development (IPISD). U.S. Army Training and Doctrine Command. https://apps.dtic.mil/sti/tr/pdf/ADA019486.pdf
Muslim, A. (2020). The effect of cooperative learning type Teams-Games-Tournaments(TGT) on mathematical connection and communication ability in elementary schools. Journal of Physics: Conference Series, 1469, 012170. https://doi.org/10.1088/1742-6596/1469/1/012170
National Council of Teachers of Mathematics. (2000). Principles and standards for school mathematics. Reston, VA: Author.
OECD. (2018). The future of education and skills: Education 2030. OECD Publishing. https://www.oecd.org/education/2030
Slavin, R. E. (1995). Cooperative Learning: Theory Research and Practice. Massachusetts : Allyn and Bacon.
Slavin, R. E. (2019). Cooperative learning: Theory, research, and practice (3rd ed.).Boston, MA: Allyn & Bacon.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
เวอร์ชัน
- 2026-07-22 (3)
- 2026-07-21 (2)
- 2026-07-21 (1)
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. ทรรศนะและข้อคิดเห็นใด ๆ ที่ปรากฏอยู่ในวารสาร ECT Education and Communication Technology Journal เป็นของผู้เขียนโดยเฉพาะ สำนักเทคโนโลยีการศึกษา มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และกองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องด้วย
2. กองบรรณาธิการของสงวนลิขสิทธิ์ในการบรรณาธิการข้อเขียนทุกชิ้น เพื่อความเหมาะสมในการจัดพิมพ์เผยแพร่