ผลการใช้ไมโครเลิร์นนิงแบบอินโฟกราฟิกร่วมกับกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมเพื่อส่งเสริมทักษะการแก้ปัญหาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
คำสำคัญ:
ไมโครเลิร์นนิง, อินโฟกราฟิก, กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม, ทักษะการแก้ปัญหาบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ เป็นวิจัยเชิงทดลอง (experimental research) มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพไมโครเลิร์นนิงแบบอินโฟกราฟิกร่วมกับกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมเพื่อส่งเสริมทักษะการแก้ปัญหาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 (2) เพื่อเปรียบเทียบทักษะการแก้ปัญหาของนักเรียนหลังเรียนด้วยไมโครเลิร์นนิงแบบอินโฟกราฟิกร่วมกับกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม (3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจที่มีต่อการเรียนรู้ด้วยไมโครเลิร์นนิงแบบอินโฟกราฟิกร่วมกับกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง (ฝ่ายมัธยม) ได้มาโดยการสุ่มอย่างง่ายด้วยวิธีจับสลาก จำนวน 38 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย (1) แผนการจัดการเรียนรู้ (2) ไมโครเลิร์นนิงแบบอินโฟกราฟิกร่วมกับกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม (3) แบบประเมินคุณภาพไมโครเลิร์นนิงแบบอินโฟกราฟิก (4) แบบประเมินทักษะการแก้ปัญหาตามกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม (5) แบบประเมินความพึงพอใจ
ผลการวิจัยพบว่า 1) ไมโครเลิร์นนิงแบบอินโฟกราฟิกร่วมกั[กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมเพื่อส่งเสริมทักษะการแก้ปัญหา ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีคุณภาพอยู่ในระดับดีมาก (M = 4.85, SD = 0.36) 2) ไมโครเลิร์นนิงแบบอินโฟกราฟิกร่วมกับกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 (81.79/80.71) 3) ทักษะการแก้ปัญหาของนักเรียนหลังเรียนด้วยไมโครเลิร์นนิงแบบอินโฟกราฟิกร่วมกับกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมเปรียบเทียบกับเกณฑ์ร้อยละ 80 สูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 4) นักเรียนที่เรียนด้วยไมโครเลิร์นนิงแบบอินโฟกราฟิกร่วมกับกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด ( M = 4.71, SD = 0.32)
เอกสารอ้างอิง
จักรกฤต ภุชงค์ประเวศ. (2563). ผลของการจัดการเรียนการสอนโครงงานวิทยาศาสตร์โดยใช้กระบวน การออกแบบเชิงวิศวกรรมที่มีต่อความสามารถในการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์และคุณภาพผลงาน เชิงสร้างสรรค์ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการ อุดมศึกษา [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]. Chula Digital Theses. https://digital.car.chula.ac.th/chulaetd/4198
ชัยยงค์ พรหมวงศ์. (2556). การทดสอบประสิทธิภาพสื่อหรือชุดการสอน. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์ วิจัย, 5(1), 1–20. https://old.educ.su.ac.th/2013/images/stories/081957-02.pdf
ปาณิสรา สาระไกร. (2565). การพัฒนา Microlearning Inquiry Questions เรื่อง ระบบนิเวศเพื่อเสริมสร้างมโนทัศน์ทางวิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. [วิทยานิพนธ์ ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยนเรศวร]. NU Intellectual Repository. https://nuir.- lib.nu.ac.th/ dspace/bitstream/123456789/5362/3/PanisaraSarakai.pdf
วริษา ทรัพย์สำราญ. (2565). ผลการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิคจิ๊กซอว์ร่วมกับอินโฟกราฟิกที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความพึงพอใจต่อการเรียนวิชาออกแบบและเทคโนโลยีของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์]. Thai Digital Collection. https://tdc.thailis.or.th/tdc/dccheck.php?Int_code=6&Rec-Id=1914&obj_id=7748
ศยามน อินสะอาด. (2568). Microlearning เพื่อการคิดขั้นสูง นวัตกรรมการเรียนรู้แห่งอนาคต (พิมพ์ครั้งที่ 1). บริษัท จรัลสนิทวงศ์การพิมพ์ จำกัด.
ศิริลักษณ์ บุญมาพันธ์. (2564). การพัฒนาบทเรียนไมโครเลิร์นนิงบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ เพื่อส่งเสริมการคิดวิเคราะห์สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6. [วิทยานิพนธ์ ปริญญามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง].
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2566). คู่มือครูรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560). https://scimath.org/ebook-technology/item/8284-1-8284
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 - 2579 (พิมพ์ครั้งที่ 1). พริกหวานกราฟฟิค จำกัด.
อัจฉรีย์ สินธุสิงห์. (2564). ผลการใช้สื่อสิ่งพิมพ์แบบอินโฟกราฟิกตามแนวคอนสตรัคติวิสต์โดยใช้ปัญหา เป็นฐานเพื่อส่งเสริมทักษะการแก้ปัญหาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง].
Branch, R. M. (2009). Instructional design: The ADDIE approach. Springer. https://doi.org/10.1007/978-0-387-09506-6
Commonwealth of Learning. (2021). Introduction to microlearning. Common-wealth of Learning. https://oasis.col.org/handle/11599/3877
Denojean-Mairet, M., López-Pernas, S., Agbo, F. J., & Tedre, M. (2024). A literature review on the integration of microlearning and social media. Smart Learning Environments, 11, 46. https://doi.org/10.1186/s40561-024-00334-5
Fitria, T. N. (2022). Microlearning in teaching and learning process: A review. Cendekia: Jurnalm Ilmu Sosial, Bahasa dan Pendidikan, 2(4), 114–135. https://doi.org/10.55606 /cendekia.v2i4.473
Hug, T. (2010). Mobile learning as microlearning: Conceptual considerations towards enhancements of didactic thinking. International Journal of Mobile and Blended Learning, 2(4), 47–57. https://doi.org/10.4018/jmbl.2010100104
Likert, R. (1932). A technique for the measurement of attitudes. Archives of Psychology, 140, 1–55.
Monib, W. K., Qazi, A., & Apong, R. A. (2024). Microlearning beyond boundaries: A systematic review and a novel framework for improving learning outcomes. Heliyon, 11(2), e41413. https://doi.org/10.1016/j.heliyon.2024.e41413
OECD. (2024). PISA 2022 results (Volume IV): Creative thinking. OECD Publishing. https://doi.org/10.1787/93d10b7c-en
Smiciklas, M. (2012). The power of infographics: Using pictures to communicate and connect with your audience. Que Publishing.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
เวอร์ชัน
- 2026-07-22 (4)
- 2026-07-22 (3)
- 2026-07-21 (2)
- 2026-07-21 (1)
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. ทรรศนะและข้อคิดเห็นใด ๆ ที่ปรากฏอยู่ในวารสาร ECT Education and Communication Technology Journal เป็นของผู้เขียนโดยเฉพาะ สำนักเทคโนโลยีการศึกษา มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และกองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องด้วย
2. กองบรรณาธิการของสงวนลิขสิทธิ์ในการบรรณาธิการข้อเขียนทุกชิ้น เพื่อความเหมาะสมในการจัดพิมพ์เผยแพร่