ผลการเรียนออนไลน์ตามโมเดลซิปปา ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ต่างกัน
คำสำคัญ:
การเรียนออนไลน์, โมเดลซิปปา, ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน, ความพึงพอใจของนักเรียน, การเขียนโปรแกรมด้วย Scratchบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบผลการเรียนออนไลน์ตามโมเดลซิปปา ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) สูง กลาง และต่ำ และ 2) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนออนไลน์ตามโมเดลซิปปา โดยมีกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนวัดบางปิ้ง (บริษัทเกลือไทยสงเคราะห์) ที่กำลังศึกษาอยู่ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 โดยใช้การสุ่มแบบใช้ความน่าจะเป็น (Probability Sampling) โดยดำเนินการตามขั้นตอนของการสุ่มแบบหลายขั้นตอน (Multistage Sampling) ร่วมกับการสุ่มแบบแบ่งชั้น (Stratified Random Sampling) โดยเริ่มจากการจัดชั้นภูมิผู้เรียนตามระดับผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียน ได้แก่ กลุ่มเก่ง กลุ่มปานกลาง และกลุ่มอ่อน จากนั้นสุ่มเลือกนักเรียนจากแต่ละชั้นภูมิด้วยวิธีการจับสลาก กลุ่มละ 20 คน รวมทั้งสิ้น 60 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ตามโมเดลซิปปา เรื่อง การเขียนโปรแกรมด้วย Scratch โดยวัดผลจากการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง 2) แบบทดสอบวัดความรู้ความสามารถในการเขียนโปรแกรมด้วย Scratch รายวิชาเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เป็นแบบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 40 ข้อ และ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนต่อการเรียนการสอนออนไลน์ และมีสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย (M) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD)
ผลการวิจัย พบว่า 1) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนเรียนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยนักเรียนกลุ่มเก่งมีผลการเรียนเฉลี่ยสูงกว่ากลุ่มปานกลาง และกลุ่มอ่อน ตามลำดับ หลังการเรียนด้วยการสอนออนไลน์ตามโมเดลซิปปา นักเรียนทุกกลุ่มมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพิ่มขึ้น และมีค่าเฉลี่ยอยู่ในเกณฑ์ดีมาก โดยเมื่อนำมาทดสอบค่าที พบว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 2) ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนการสอนออนไลน์ตามโมเดลซิปปาโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ความพึงพอใจด้านเนื้อหาอยู่ในระดับมากที่สุด (M = 4.44, SD = 0.63) และความพึงพอใจด้านการออกแบบและการใช้งานอยู่ในระดับมากที่สุด (M = 4.41, SD = 0.64) ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่าการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ตามโมเดลซิปปาสามารถส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและสร้างความพึงพอใจต่อการเรียนรู้ของนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2557). มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2557). กระทรวงศึกษาธิการ.
ชวนิดา สุวานิช. (2548). การวิเคราะห์ข้อสอบ. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. URL: https://www.stou.ac.th
ทิศนา แขมมณี. (2542). การจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบซิปปา (CIPPA Model). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ทิศนา แขมมณี. (2552). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 8). กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). วิธีการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์ (พิมพ์ครั้งที่ 9). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
บุปผาชาติ ทัฬหิกรณ์. (2542). การวัดและประเมินผลการศึกษา. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. URL: https://www.stou.ac.th
วิทยา วาโย, อภิวดี เจริญนุกูล, ฉัตรสุดา กานกายนต์, และ จรรยา คนใหญ่. (2563). การเรียนการสอนแบบออนไลน์ภายใต้สถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19: แนวคิดและการประยุกต์ใช้จัดการเรียนการสอน. วารสารศูนย์อนามัย: วารสารส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม, 14(34), 285-298.
สุวิมล ว่องวาณิช. (2562). การวิจัยประเมินผลการศึกษา: แนวคิดและการปฏิบัติ. กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2561). รายงานการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษา พ.ศ. 2561. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. https://www.obec.go.th
Cao, W., Zhang, J., & Wang, L. (2023). A meta-analysis of effects of blended learning on performance, attitude, achievement, and engagement across different countries. Frontiers in Psychology, 14, 12345. https://doi.org/10.3389/fpsyg.2023.1212056
Hanrin, C. (2014). Development of the Learning Result of Innovation and Information Technology in Education Using CIPPA, for Third Year Students in the Bachelor of Education Program, Nakhon Phanom University. Research in Higher Education Journal, 22, https://www.learntechlib.org/p/157653/
Horton, W. (2000). e-Learning by design. Wiley.
Kuder, G. F., & Richardson, M. W. (1937). The theory of the estimation of test reliability. Psychometrika, 2(3), 151–160. https://doi.org/10.1007/BF02288391
Means, B., Toyama, Y., Murphy, R., Bakia, M., & Jones, K. (2013). The effectiveness of online and blended learning: A meta-analysis of empirical literature. Teachers College Record, 115(3), 1-47. https://doi.org/10.1177/016146811311500307
Papert, S. (1993). The children’s machine: Rethinking school in the age of the computer. Basic Books.
Piaget, J. (1972). The psychology of the child. Basic Books.
Vygotsky, L. S. (1978). Mind in society: The development of higher psychological processes. Harvard University Press.
Webb, P. (2022). Development of learning achievement with CIPPA model teaching techniques: The integration of lecture and online teaching. ASEAN Journal of Education, 8(2), 37–45. https://so01.tci-thaijo.org/index.php/AJE
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. ทรรศนะและข้อคิดเห็นใด ๆ ที่ปรากฏอยู่ในวารสาร ECT Education and Communication Technology Journal เป็นของผู้เขียนโดยเฉพาะ สำนักเทคโนโลยีการศึกษา มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และกองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องด้วย
2. กองบรรณาธิการของสงวนลิขสิทธิ์ในการบรรณาธิการข้อเขียนทุกชิ้น เพื่อความเหมาะสมในการจัดพิมพ์เผยแพร่