รูปแบบการจัดการเรียนรู้เสริมสร้างสมรรถนะการสื่อสารไร้ความรุนแรง โดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐานและการสะท้อนกลับเชิงบวกบริบทนักศึกษาปริญญาตรีจังหวัดชายแดนใต้
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่เสริมสร้างสมรรถนะการสื่อสารไร้ความรุนแรงโดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐานและการสะท้อนกลับเชิงบวก และ 2) ศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบการจัดการเรียนรู้เสริมสร้างสมรรถนะการสื่อสารไร้ความรุนแรงโดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐานและการสะท้อนกลับเชิงบวกสำหรับนักศึกษาปริญญาตรีในจังหวัดชายแดนใต้ การออกแบบการวิจัยเป็นลักษณะการวิจัย
กึ่งทดลอง กลุ่มเป้าหมาย คือ นักศึกษาปริญญาตรี จำนวน 32 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แผนการจัดการเรียนรู้จำนวน 8 หน่วยการเรียนรู้ แบบประเมินคุณภาพรูปแบบ และแบบประเมินสมรรถนะการสื่อสารไร้ความรุนแรง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงแบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวที่มีการวัดซ้ำ (One Way ANOVA Repeated Measure)
ผลการวิจัยพบว่า 1) รูปแบบการจัดการเรียนรู้เสริมสร้างสมรรถนะการสื่อสารไร้ความรุนแรงที่พัฒนาขึ้นมีชื่อว่า “I-I-I-CF Model” ซึ่งมีองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ วัตถุประสงค์ หลักการ บทบาทของผู้สอนและผู้เรียน กระบวนการจัดการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน คือ สร้างแรงบันดาลใจ (Inspire) สำรวจปรากฏการณ์ (Investigate Phenomena) สืบค้นข้ามศาสตร์ (Inquire Interdisciplinary) ปฏิบัติการสื่อสาร (Communicate) สะท้อนกลับและสะท้อนคิด (Feedback & Reflect) และการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ และ 2) ประสิทธิผลของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ฯ พบว่า คะแนนเฉลี่ยสมรรถนะการสื่อสารไร้ความรุนแรงของนักศึกษาจากการวัด 3 ครั้ง คือ ก่อน ระหว่าง และหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้มีความแตกต่างกัน โดยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งนี้ครั้งที่ 3 มากกว่าครั้งที่ 2 และครั้งที่ 2 มากกว่าครั้งที่ 1 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของผู้เรียนอย่างเป็นลำดับ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในสถาบันอุดมศึกษาเพื่อบูรณาการสมรรถนะการสื่อสารไร้ความรุนแรงสู่การเรียนการสอนและกิจกรรมพัฒนานักศึกษา นำไปสู่การสร้างพื้นที่ปลอดภัยและวัฒนธรรมการสื่อสารอย่างเคารพในสังคมพหุวัฒนธรรมต่อไป
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กุสุมา กูใหญ่, และ สมัชชา นิลปัทม์. (2566). จินตธรรม: บทบาทของการสื่อสาร เชิง สร้างสรรค์และสื่อเพื่อสันติภาพในชายแดนใต้. วารสารความขัดแย้งและสันติศึกษา, 2(1), 106–142. https://so07.tci-thaijo.org/index.php/cpsj_psu/article/view/2813/a5
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 10). สุวีริยาสาส์น.
ปวิชญา ชนะการณ์, ภีรกาญจน์ ไค่นุ่นนา, และ กุสุมา กูใหญ่. (2561). การสื่อสารเพื่อสันติภาพ: แนวคิดและข้อเสนอสำหรับการออกแบบหลักสูตรในระดับบัณฑิตศึกษา คณะวิทยาการสื่อสารมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี. วารสารวิทยบริการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 29(2), 149–160.
รูดียะห์ หะ, มารุต พัฒผล, และ ดนุลดา จามจุรี. (2565). แนวทางการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาสมรรถนะการวิพากษ์เชิงสร้างสรรค์ในสังคมที่มีความหลากหลายสำหรับนักศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย. วารสารบัณฑิตวิจัย, 13(1), 13–28.
รูดียะห์ หะ, และ มารุต พัฒผล. (2568). การศึกษาองค์ประกอบและระดับสมรรถนะการสื่อสารไร้ความรุนแรงในสังคมที่หลากหลายของนักศึกษาปริญญาตรีสถาบันอุดมศึกษาจังหวัดปัตตานี. Journal of Information and Learning [JIL], 36(3), e279903.
วศยา เอกวิลัย, กุสุมา สุ่มมาตร์, จิราภรณ์ ผันสว่าง, และ ริศร พงศ์สุวรรณ. (2562). การสื่อสารอย่างสันติเพื่อลดความรุนแรงของการใช้ภาษาของเยาวชนไทยในศตวรรษที่ 21. วารสารมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด, 10(1), 645–655.
Ambrose, S. A., Bridges, M. W., DiPietro, M., Lovett, M. C., & Norman, M. K. (2010). How learning works: Seven research-based principles for smart teaching. Jossey-Bass.
Attali, Y., & Powers, D. (2010). Immediate feedback and opportunity to revise answers to open-ended questions. Educational and Psychological Measurement, 70(1), 22–35.
Branch, R. M., & Varank, İ. (2009). Instructional design: The ADDIE approach (Vol. 722). Springer.
Dick, W., Carey, L., & Carey, J. (2015). The systematic design of instruction (8th ed.). Pearson.
Hattie, J., & Timperley, H. (2007). The power of feedback. Review of educational research, 77(1), 81–112.
Kolb, D. A.,. (2017). Experiential learning theory as a guide for experiential educators in higher education. Experiential Learning & Teaching in Higher Education, 1(1), 7–44. https://nsuworks.nova.edu/elthe/vol1/iss1/7
Koopman, S. & Seliga, L. (2021). Teaching peace by using nonviolent communication for difficult conversations in the college classroom. Peace and Conflict Studies, 27(3), 1-29. DOI: 10.46743/1082-7307/2021.1692
Lipko-Speed, A., Dunlosky, J., & Rawson, K. A. (2014). Does testing with feedback help grade-school children learn key concepts in science?. Journal of Applied Research in Memory and Cognition, 3(3), 171–176.
McClelland, D. C. (1973). Testing for competence rather than for "Intelligence". American Psychologist, 28(1), 1-14. https://doi.org/10.1037/h0034092
Rosenberg, M. B. (2015). Nonviolent communication: A language of Life: Life-changing tools for healthy relationships (Nonviolent communication guides) (3rd ed.). Puddle Dancer Press.
Symeonidis, V., & Schwarz, J. F. (2016). Phenomenon-based teaching and learning through the pedagogical lenses of phenomenology: The recent curriculum reform in Finland. Forum Oświatowe, 28(2), 31–47.
Vygotsky, L. S. (1978). Mind in society: The development of higher psychological processes. Harvard U Press.
