ความคิดเห็นของพนักงานโรงแรมและปัจจัยที่มีผลต่อการจัดการฝึกอบรม ของโรงแรมขนาดเล็กและขนาดกลางในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความคิดเห็นของพนักงานโรงแรมที่มีต่อโครงการจัดการฝึกอบรม รวมทั้งปัจจัยที่มีผลต่อการจัดการฝึกอบรมพนักงาน โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล กลุ่มตัวอย่างที่ได้จากการสุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิ (Stratified Sampling) จำนวน 400 คน เป็นพนักงานโรงแรมหรือรีสอร์ทขนาดเล็กและขนาดกลาง ระดับ 3 ดาว ในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และสถิติเชิงอ้างอิง ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติทดสอบ t (t-test) สถิติวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-Way Analysis of Variance) และสถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (Pearson’s Correlation Coefficient)
ผลการศึกษาความคิดเห็นของพนักงานต่อกระบวนการจัดการฝึกอบรมของโรงแรม ประกอบด้วย การวิเคราะห์ความต้องการในการฝึกอบรม การกำหนดวัตถุประสงค์ การจัดทำแผนและโปรแกรมการฝึกอบรม การดำเนินการ และการประเมินผล พบว่า ทางโรงแรมได้มีการดำเนินการตามกระบวนการจัดการอบรมทั้ง 5 ขั้นตอน ในระดับมาก นอกจากนี้ผลการศึกษาได้แสดงให้เห็นด้วยว่าพนักงานกลุ่มตัวอย่างซึ่งมีเพศ ระดับการศึกษา และประสบการณ์ในการทำงานที่แตกต่างกันจะมีความคิดเห็นต่อขั้นตอนต่าง ๆ ของการดำเนินการอบรมแตกต่างกันด้วย สำหรับพนักงานที่มีหน้าที่ตำแหน่งงาน และอายุที่แตกต่างกัน พนักงานมีความคิดเห็นต่อกระบวนการจัดการฝึกอบรมไม่แตกต่างกัน จากการศึกษาพบว่า ทุกปัจจัย มีความสัมพันธ์ทางบวกกับการจัดการฝึกอบรมของพนักงานโรงแรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยวัฒนธรรมองค์การจะมีความสัมพันธ์สูงสุด รองลงมา ได้แก่ ภาวะผู้นำในองค์การ และโครงสร้างองค์การ (r = .708, .695 และ.646 ตามลำดับ) ผลลัพธ์ของการศึกษาครั้งนี้สามารถใช้ปรับปรุงความเหมาะสมและประสิทธิภาพของโครงการฝึกอบรมสำหรับพนักงานโรงแรมต่อไปในอนาคต
Article Details
นโยบายการพิจารณากลั่นกรองบทความ
- บทความวิจัยและบทความวิชาการทุกเรื่องที่จะได้รับการตีพิมพ์ต้องผ่านการพิจารณากลั่นกรองโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) ในสาขาที่เกี่ยวข้อง จำนวน 3 ท่าน/บทความ
- บทความ ข้อความ ภาพประกอบและตารางประกอบที่ลงตีพิมพ์ในวารสารเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป และไม่มีส่วนรับผิดชอบใด ๆ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว
- บทความที่จะได้รับการตีพิมพ์จะต้องไม่เคยตีพิมพ์ เผยแพร่ที่ใดมาก่อน และไม่อยู่ระหว่างการพิจารณาของวารสารฉบับอื่น หากตรวจสอบพบว่ามีการตีพิมพ์ซ้ำซ้อน ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว
- บทความใดที่ผู้อ่านเห็นว่าได้มีการลอกเลียนหรือแอบอ้างโดยปราศจากการอ้างอิง หรือทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นผลงานของผู้เขียน กรุณาแจ้งให้กองบรรณาธิการวารสารทราบจะเป็นพระคุณยิ่ง
เอกสารอ้างอิง
กัลยา วานิชย์บัญชา. (2545). การวิเคราะห์สถิติ สถิติเพื่อการตัดสินใจ. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
จงพิศ ศิริรัตน์. (2539). การบริหารทรัพยากรมนุษย์ของโรงแรมในประเทศไทย. วิทยานิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
ฉัฐชสรณ์ กาญจนศิลานน์. (2553). แนวทางการพัฒนาบุคลากรในโรงแรม; กรณีศึกษา โรงแรมระดับ 3 ดาว ในเขตกรุงเทพมหานคร. รายงานการวิจัยมหาวิทยาลัยศรีปทุม.
ชูชัย สมิทธิไกร. (2549). การฝึกอบรมบุคลากรในองค์การ. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธีระทัต คงจันทร์. (2541). การพัฒนาบุคลากรและการฝึกอบรมในธุรกิจโรงแรม : ศึกษากรณีโรงแรมในเครือแอคคอร์. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
นรา ขำคม. (2544). การจัดการทรัพยากรมนุษย์ในอุตสาหกรรมโรงแรมขนาดเล็ก. วิทยานิพนธ์พัฒนาแรงงานและสวัสดิการมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
บรรยงค์ โตจินด. (2546). การบริหารงานบุคคล. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: อมรการพิมพ์.
ประสงค์ ฤทธิเดช.(2550). การวิเคราะห์ความจำเป็นในการฝึกอบรมบุคลากรของธุรกิจโรงแรมในจังหวัดภูเก็ต. วิทยานิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
ปานทิพย์ ปานแสง. (2542). นโยบายและการวางแผนพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของโรงแรมทันสมัยในกรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์นโยบายและการบริหารสังคมมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเกริก.
เพชรรัตน์ วิริยะสืบพงศ์และคณะ. (2555). การวิจัยพัฒนาการขยายโอกาสอุตสาหกรรมโรงแรมไทย. รายงานการวิจัยมหาวิทยาลัยบูรพา.
ยุทธพงษ์ กัยวรรณ์. (2543). พื้นฐานการวิจัย. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ราณี อิสิชัยกุล.(2550). การจัดการทรัพยากรมนุษย์เพื่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
“โรงแรมและรีสอร์ทในจังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์”. (ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก : http://www.agoda.com. วันที่เข้าถึง : 27 ตุลาคม 2557.
ลำพอง บุดดา.(2548). ความคิดเห็นของพนักงานโรงแรมต่อบทบาทของผู้บริหารในการพัฒนาบุคลากร. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฎจันทร์เกษม.
วิเชียร เกตุสิงห์. “ค่าเฉลี่ยกับการแปรความหมาย เรื่องง่าย ๆ ที่บางครั้งก็พลาดได้.” ข่าววารสารวิจัยศึกษา. 1,4 (กุมภาพันธ์-มีนาคม 2538) : 8-11
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา. “พระราชบัญญัติและส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545.” (ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก : http://www.dsd.go.th. วันที่เข้าถึง : 13 กรกฎาคม 2557.
สำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร. “การสำรวจการประกอบกิจการโรงแรมและเกสเฮาส์ พ.ศ. 2555.” (ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก: http://www.portal.nso.go.th/otherWS-world-context-root/index.jsp วันที่เข้าถึง :
20 กรกฎาคม 2556.
สำนักบริหารยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2. “แผนพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 พ.ศ. 2557-2560.” (ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก : http://www.osmcentral-s2moi.go.th/A. วันที่เข้าถึง : 27 ตุลาคม 2557.
สุภาภรณ์ มูสิกะโสภณ. (2536). การบริหารงานบุคคลของโรงแรมในจังหวัดเชียงใหม่. วิทยานิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
สุวิมล ติรกานนท์. (2545). ระเบียบวิธีวิจัยทางสังคมศาสตร์ แนวทางสู่การปฏิบัติ. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เสน่ห์ จุ้ยโต. (2544). การฝึกอบรมเชิงระบบ. พิมพ์ครั้งที่ 1. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
Gomez-Mejia., Balkin, D.B., & Cardy, R.L.). (2001). Managing human resource (3rded.). New Jersey: Prentice-Hall.
Werner, J.M., & DeSimone, R.L. (2006). Human resource Development. (4thed.). United States of America : South-Western.