การแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจเพื่อการดำรงอยู่อย่างมีชีวิตที่ดีของกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์สภาพการณ์ทางเศรษฐกิจของชุมชน และแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจเพื่อนำไปสู่การดำรงอยู่อย่างมีชีวิตที่ดีของกลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มเป้าหมายคือ กลุ่มชาติพันธุ์เลอเวือะ ปกาเกอะญอ และลาหู่ญิ ใน 5 หมู่บ้าน ของจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดแม่ฮ่องสอน จำนวน 405 คน และนักวิจัยท้องถิ่นจำนวน 35 คน โดยใช้กระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม ในการวิเคราะห์ปัญหาในภาคเศรษฐกิจของชุมชน อันนำไปสู่การกำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหา ทดลองแก้ไขปัญหา และสะท้อนผลการเรียนรู้ร่วมกัน เครื่องมือที่ใช้คือ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ แบบสังเกต การเปิดเวทีชุมชน และการสะท้อนผลการเรียนรู้ ข้อมูลจากแบบสอบถามวิเคราะห์ด้วยค่าความถี่และร้อยละ ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพจากแบบสัมภาษณ์ แบบสังเกต การเปิดเวทีชุมชน วิเคราะห์ด้วยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผ่านการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล ด้วยการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลจากคนในชุมชน และผู้นำชุมชนที่เป็นบุคคลสำคัญ
ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มชาติพันธุ์ 4 ใน 5 หมู่บ้านมากกว่าร้อยละ 50 มีพื้นที่ทำกิน 1-10 ไร่ ส่วนอีก
1 ใน 5 หมู่บ้านมากกว่าร้อยละ 80 ไม่มีพื้นที่ทำกินเป็นของตนเอง ส่วนใหญ่มีรายได้อยู่ในช่วง 40,000-80,000 บาท ต่อปีซึ่งไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ กลุ่มชาติพันธุ์จึงร่วมกันทำโครงการปรับปรุงการปลูกพืชในระบบอาหารปลอดภัยไปจนถึงระบบเกษตรอินทรีย์ โดยขยายไปสู่การเลี้ยงสัตว์ และการทอผ้าเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับคนในชุมชน ผู้ผลิตได้เปิดพื้นที่การจำหน่ายในระดับชุมชนและขยายไปสู่ตลาดภายนอก โดยสร้างสัมพันธภาพในทางการค้าที่ยุติธรรมและรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค รวมทั้งคนในชุมชนได้สร้างโครงการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมผ่านเครือข่ายความร่วมมือระหว่างชุมชนตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ กลยุทธ์สำคัญที่ชุมชนใช้ในการสร้างการเปลี่ยนแปลงคือ การใช้ฐานวัฒนธรรมชุมชนเชื่อมร้อยความสัมพันธ์ระหว่างคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ในชุมชน และเชื่อมร้อยความสัมพันธ์กับคนระหว่างชุมชน รวมไปถึงเชื่อมความสัมพันธ์กับองค์กรภาครัฐโดยผสานความต้องการของชุมชนเข้ากับโครงการภาครัฐ ตลอดจนขับเคลื่อนให้กลไกของรัฐตอบสนองต่อความต้องการของชุมชนมากขึ้นจนปรากฏอยู่ในรูปของแผนงานการพัฒนาชุมชนในระดับตำบล
Article Details
นโยบายการพิจารณากลั่นกรองบทความ
- บทความวิจัยและบทความวิชาการทุกเรื่องที่จะได้รับการตีพิมพ์ต้องผ่านการพิจารณากลั่นกรองโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) ในสาขาที่เกี่ยวข้อง จำนวน 3 ท่าน/บทความ
- บทความ ข้อความ ภาพประกอบและตารางประกอบที่ลงตีพิมพ์ในวารสารเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป และไม่มีส่วนรับผิดชอบใด ๆ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว
- บทความที่จะได้รับการตีพิมพ์จะต้องไม่เคยตีพิมพ์ เผยแพร่ที่ใดมาก่อน และไม่อยู่ระหว่างการพิจารณาของวารสารฉบับอื่น หากตรวจสอบพบว่ามีการตีพิมพ์ซ้ำซ้อน ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว
- บทความใดที่ผู้อ่านเห็นว่าได้มีการลอกเลียนหรือแอบอ้างโดยปราศจากการอ้างอิง หรือทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นผลงานของผู้เขียน กรุณาแจ้งให้กองบรรณาธิการวารสารทราบจะเป็นพระคุณยิ่ง
เอกสารอ้างอิง
2. Gregg, P. and J. Wadsworth.1989. A Short History of Labour Turnover, Job Tenure, and Job Security. Oxford Review of Economic Policy, 11 (1), 1975-1993.
3. Probst, T. M. 2002. The Impact of Job Insecurity on Employee Work Attitudes, Job Adaptation, and Organizational Withdrawal Behaviors. In J. M. Brett & F. Drasgow (eds.)
The Psychology of Work: Theoretically Based Empirical Research. Mahwah, NJ: Lawrence Erlbaum Associates.
4. Pirlmon, T. (2012). Quality of Life Development. Retrieved from www.stou.ac.th/study/sumrit/11 54(500)/page1-11-54(500).html. [8 October 2015].
5. Siwichailamphan, T. (2015). Local Economic Development. Chiang Mai: Faculty of Economics, Chiang Mai University.