เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน เพื่อส่งบทความ

ในขั้นตอนการส่งบทความ ผู้แต่งต้องตรวจสอบและยืนยันว่าปฏิบัติตามข้อกำหนดการส่งบทความทุกข้อ บทความที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดอาจถูกส่งคืนให้ผู้แต่งดำเนินการแก้ไข

  • The submission has not been previously published, nor is it before another journal for consideration (or an explanation has been provided in Comments to the Editor).
  • The submission file is in OpenOffice, Microsoft Word, or RTF document file format.
  • Where available, URLs for the references have been provided.
  • The text is single-spaced; uses a 12-point font; employs italics, rather than underlining (except with URL addresses); and all illustrations, figures, and tables are placed within the text at the appropriate points, rather than at the end.
  • The text adheres to the stylistic and bibliographic requirements outlined in the Author Guidelines.

วารสารวิทยาลัยดุสิตธานี มีเป้าหมายและขอบเขตเพื่อเผยแพร่ผลงานทางวิชาการและผลการศึกษาวิจัยทางด้านอุตสาหกรรมบริการ การจัดการครัวและศิลปะการประกอบอาหาร การท่องเที่ยว การโรงแรมและรีสอร์ท ธุรกิจสุขภาพ สปาและความงาม การจัดการนิทรรศการและการประชุม การจัดการ การตลาด การบริหารธุรกิจ การท่องเที่ยวเชิงกีฬา การบริหารจัดการกีฬา วิทยาการจัดการและการศึกษา สาขาที่เกี่ยวข้อง ของนักวิชาการทั้งภายในและภายนอก

นโยบายและขอบเขตการตีพิมพ์

1. เพื่อเผยแพร่ผลงานทางวิชาการและผลการศึกษาวิจัยทางด้านอุตสาหกรรมบริการ การจัดการครัวและศิลปะการประกอบอาหาร การท่องเที่ยว การโรงแรมและรีสอร์ท ธุรกิจสุขภาพ สปาและความงาม การจัดการนิทรรศการและการประชุม การจัดการ การตลาด การบริหารธุรกิจ การท่องเที่ยวเชิงกีฬา การบริหารจัดการกีฬา วิทยาการจัดการและการศึกษา สาขาที่เกี่ยวข้อง ของนักวิชาการทั้งภายในและภายนอก

2. เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นให้เกิดความรู้ทางวิชาการแก่สังคมทั่วไป โดยสนับสนุนให้อาจารย์ บุคลากร นิสิต นักศึกษา บุคคลทั่วไป รวมทั้งผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชาต่าง ๆ เสนอผลงานวิชาการ เพื่อเป็นประโยชน์แก่แวดวงวิชาการต่อไป


นโยบายการพิจารณากลั่นกรองบทความ

1. บทความวิจัยและบทความวิชาการทุกเรื่องที่จะได้รับการตีพิมพ์ต้องผ่านการพิจารณาโดยกองบรรณาธิการและได้รับการพิจารณาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) ในสาขาที่เกี่ยวข้อง จำนวน 3 ท่าน/บทความ โดยวิธีการไม่เปิดเผยชื่อของผู้แต่งและผู้ประเมิน  (Double-Blind Peer Review)

2. บทความ ข้อความ ภาพประกอบและตารางประกอบที่ลงตีพิมพ์ในวารสารเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป และไม่มีส่วนรับผิดชอบใด ๆ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว

3. บทความที่จะได้รับการตีพิมพ์จะต้องไม่เคยตีพิมพ์ เผยแพร่ที่ใดมาก่อน และไม่อยู่ระหว่างการพิจารณาของวารสารฉบับอื่น หากตรวจสอบพบว่ามีการตีพิมพ์ซ้ำซ้อน ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว

* โปรดสังเกต: บทความใดที่ผู้อ่านเห็นว่าได้มีการลอกเลียนหรือแอบอ้างโดยปราศจากการอ้างอิง หรือทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นผลงานของผู้เขียน กรุณาแจ้งให้กองบรรณาธิการวารสารทราบจะเป็นพระคุณยิ่ง

 

ประเภทที่รับตีพิมพ์

บทความวิจัย (Research Article) และบทความวิชาการ (Academic Article)

 

ภาษาที่รับตีพิมพ์

       ภาษาไทย  และ  ภาษาอังกฤษ


กำหนดการเผยแพร่:
กำหนดการตีพิมพ์ ปีละ 3 ฉบับ

  • ฉบับที่ 1 เดือนมกราคม – เมษายน
  • ฉบับที่ 2 เดือนพฤษภาคม – สิงหาคม
  • ฉบับที่ 3 เดือนกันยายน – ธันวาคม       

 

จำนวนที่รับตีพิมพ์

15-20 บทความ/ฉบับ

 

ค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์

 วารสารเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ดังนี้

1. ภาษาไทย จำนวน 5,000 บาท 

2. ภาษาอังกฤษ จำนวน 6,000 บาท

โดยชำระค่าธรรมเนียมหลังจากได้รับอนุมัติจากกองบรรณาธิการ ก่อนเข้าสู่กระบวนการประเมินบทความจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก

 

หลักเกณฑ์และคำแนะนำสำหรับผู้แต่งบทความ

ดาวน์โหลดได้ที่นี่ >> คลิก

การเตรียมต้นฉบับบทความ ดาวน์โหลดได้ที่นี่ >> คลิก

คำแนะนำในการเตรียมต้นฉบับบทความ

          เพื่อให้การตีพิมพ์บทความเป็นไปอย่างถูกต้องและรวดเร็ว ขอให้ผู้เขียนปฏิบัติตามรายละเอียด
การจัดหน้าบทความลงวารสารวิทยาลัยดุสิตธานี ดังนี้

1. ต้นฉบับจัดพิมพ์ด้วยหน้ากระดาษขนาด A4 พิมพ์หน้าเดียว ด้วยโปรแกรม Microsoft Word for Windows

2. รูปแบบ ขนาด และชนิดของตัวอักษรบทความภาษาไทยและภาษาอังกฤษใช้ตัวอักษรรูปแบบ TH Sarabun New

     - การตั้งหน้ากระดาษ: ระยะห่างจากขอบบน 3.05 ซม. และขอบล่าง 2.54 ซม.

     - ระยะห่างจากขอบซ้าย 3.05 ซม. และขอบขวาของ 2.54 ซม.

 

รายการ

ขนาด

ชนิด

ภาษาไทย/ภาษาอังกฤษ

 

ชื่อบทความ

18

ตัวหนา, จัดชิดซ้าย

ชื่อผู้นิพนธ์

14

ตัวปกติ, จัดชิดซ้าย

สถานะและสังกัดของผู้นิพนธ์

12

ตัวปกติ, จัดชิดซ้าย

Corresponding Author Email

12

ตัวปกติ, จัดชิดขวา

หัวข้อ

- บทคัดย่อ/Abstract

- บทนำ

- วัตถุประสงค์การวิจัย

- สมมติฐานการวิจัย (ถ้ามี)

- ขอบเขตการวิจัย

- การทบทวนวรรณกรรม

- วิธีดำเนินการวิจัย

- ผลการวิจัย

- สรุปและอภิปรายผลการวิจัย

- ข้อเสนอแนะ

- References

 

16

16

16

16

16

16

16

16

16

16

16

 

ตัวหนา, จัดชิดซ้าย

ตัวหนา, จัดชิดซ้าย

ตัวหนา, จัดชิดซ้าย

ตัวหนา, จัดชิดซ้าย

ตัวหนา, จัดชิดซ้าย

ตัวหนา, จัดชิดซ้าย

ตัวหนา, จัดชิดซ้าย

ตัวหนา, จัดชิดซ้าย

ตัวหนา, จัดชิดซ้าย

ตัวหนา, จัดชิดซ้าย

ตัวหนา, จัดชิดซ้าย

เนื้อหาในแต่ละหัวข้อ

14

ตัวปกติ, จัดกระจายแบบไทย

ตารางที่/ ชื่อตาราง

14

ตัวหนา/ตัวปกติ,

จัดกระจายแบบไทย

ภาพที่/ ชื่อภาพ

14

ตัวหนา/ตัวปกติ,

จัดกระจายแบบไทย

 

     บทความวิจัย ที่เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ  ควรมีเนื้อหาความยาวไม่น้อยกว่า 10 หน้าและไม่เกิน 15 หน้ากระดาษ A4 จัดเรียงตามลำดับหัวข้อดังนี้

  1. ชื่อเรื่อง ต้องมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
  2. ชื่อผู้เขียน ต้องระบุให้ครบทุกคน โดยระบุสถานะ (อาจารย์, นิสิต/นักศึกษา, อื่น ๆ) และสถาบันการศึกษาหรือหน่วยงานที่สังกัด ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
  3. ระบุ Corresponding Author Email ของบทความ โดยใส่สัญลักษณ์ (*) ไว้ที่หลังชื่อผู้เขียน
  4. บทคัดย่อ (Abstract) สรุปสาระสำคัญของบทความ วัตถุประสงค์ วิธีดำเนินการวิจัย ผลการวิจัย
    เป็นการสรุปสาระสำคัญของเรื่องความยาวประมาณ 300-350 คำ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยคำว่า Abstract เฉพาะตัวอักษรนำ (A) ให้ใช้ตัวพิมพ์ใหญ่
  5. คำสำคัญ (Key Words) โดยกำหนดคำหรือข้อความที่เหมาะสมที่คาดว่าผู้ค้นหาบทความนี้ควรใช้ เพื่อนำไปใช้ทำคำค้นในระบบฐานข้อมูล ให้ระบุทั้งคำภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ภาษาละไม่เกิน 5 คำ
  6. บทนำ อธิบายถึงความสำคัญหรือที่มาของปัญหาที่นำไปสู่การศึกษา ตลอดจนส่วนของความสำคัญและมูลเหตุที่นำไปสู่การวิจัย และอาจรวมวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง ที่สามารถเชื่อมโยงกับผลการวิจัยได้
  7. วัตถุประสงค์การวิจัย ระบุวัตถุประสงค์การวิจัย ให้สอดคล้องกับชื่อเรื่อง และถูกต้องตามหลักการวิจัย
  8. สมมติฐานการวิจัย (ถ้ามี) ระบุสมมติฐานการวิจัย ให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การวิจัย
    ที่เชื่อมโยงกับสิ่งที่ต้องการศึกษา
  9. ขอบเขตการวิจัย ระบุขอบเขตของการวิจัย ให้ครอบคลุมการทำวิจัย เช่น ขอบเขตด้านเนื้อหา ขอบเขตด้านพื้นที่ ขอบเขตด้านประชากร ขอบเขตด้านเวลา เป็นต้น
  10. กรอบแนวคิดการวิจัย ใส่รูปภาพกรอบแนวคิดที่มีความชัดเจน เข้าใจง่าย เป็นภาพรวมของการศึกษาและวิจัย
  11. การทบทวนวรรณกรรม แสดงแนวคิด ทฤษฎี เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ และต้องสอดคล้องกับชื่อเรื่อง ปัญหาหรือวัตถุประสงค์ของการวิจัย
  12. วิธีดำเนินการวิจัย อธิบายวิธีดำเนินการวิจัย โดยกล่าวถึงประชากรและกลุ่มตัวอย่าง วิธีการสุ่มกลุ่มตัวอย่าง ที่มาของกลุ่มตัวอย่าง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย การเก็บและรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล โดยเพิ่มเติมข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ ได้แก่ การสร้างและหาคุณภาพเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย หรือการอธิบายถึงวิธีการทดลองหรือการพัฒนาที่ครอบคลุมประเด็นสำคัญ ๆ ในการวิจัย
  13. ผลการวิจัย อธิบายผลการวิจัย ผลการทดลอง หรือผลการศึกษา โดยต้องมีรายละเอียดที่ชัดเจนและครบถ้วน ตรงประเด็น มีความสัมพันธ์กับวัตถุประสงค์การวิจัยที่ศึกษา อาจมีตารางหรือรูปภาพประกอบผลการวิจัย
  14. สรุปและอภิปรายผลการวิจัย อธิบายโดยการสรุปถึงข้อค้นพบ การตีความ การวิเคราะห์ในแง่มุมต่าง ๆ ประเด็นการวิจัยที่สำคัญ ว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์การวิจัยหรือไม่ อย่างไร อาจนำเสนอได้ทั้งความสอดคล้องหรือขัดแย้งกับผลงานของผู้อื่น โดยต้องมีการอ้างหลักการ ทฤษฎี แนวคิด ตลอดจนงานวิจัย ที่สามารถนำมาสนับสนุนหรือหักล้างอย่างเป็นเหตุเป็นผล โดยต้องเป็นหลักฐานที่ชัดเจน
    เชื่อถือได้ และทันสมัย
  15. ข้อเสนอแนะ ส่วนที่ 1) ข้อเสนอแนะเพื่อการนำผลวิจัยไปใช้ประโยชน์ ระบุความเชื่อมโยงของผลการวิจัยสู่ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายหรือให้เห็นเป็นรูปธรรม และส่วนที่ 2) ข้อเสนอแนะเพื่อการวิจัย
    ครั้งต่อไป ระบุความเชื่อมโยงผลการวิจัยสู่ข้อเสนอแนะเพื่อการวิจัยครั้งต่อไป หรืออื่น ๆ
  16. กิตติกรรมประกาศ (ถ้ามี) ระบุสั้น ๆ ว่างานวิจัยนี้ได้รับทุนสนับสนุนหรือความช่วยเหลือจากองค์กรใดหรือผู้ใดบ้าง
  17. References รูปแบบการเขียนอ้างอิงในเนื้อหาและ References ให้เขียนรายการอ้างอิงตามรูปแบบ APA 6th edition (American Psychological Association 6th edition)

 

     บทความวิชาการ ที่เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ เนื้อหาควรมีความยาวไม่น้อยกว่า 10 หน้าและไม่เกิน 15 หน้ากระดาษ A4 จัดเรียงตามลำดับหัวข้อดังนี้

  1. ชื่อเรื่องไม่ยาวเกินไปแต่ครอบคลุมสาระทั้งเรื่อง มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
  2. ชื่อผู้เขียน ต้องระบุให้ครบทุกคน โดยระบุสถานะ (อาจารย์, นิสิต/นักศึกษา, อื่น ๆ) และสถาบันการศึกษาหรือหน่วยงานที่สังกัด ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
  3. ระบุ Corresponding Author Email ของบทความ โดยใส่สัญลักษณ์ (*) ไว้ที่หลังชื่อผู้เขียน
  4. บทคัดย่อ (Abstract) สรุปสาระสำคัญของบทความ เป็นการสรุปสาระสำคัญของเรื่อง ความยาวประมาณ 300-350 คำ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยคำว่า Abstract เฉพาะตัวอักษรนำ (A) ให้ใช้ตัวพิมพ์ใหญ่
  5. คำสำคัญ (Key Words) โดยกำหนดคำหรือข้อความที่เหมาะสมที่คาดว่าผู้ค้นหาบทความนี้ควรใช้ เพื่อนำไปใช้ทำคำค้นในระบบฐานข้อมูล ให้ระบุทั้งคำภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ภาษาละไม่เกิน 5 คำ
  6. บทนำ อธิบายความสำคัญหรือที่มาของปัญหาที่นำไปสู่การศึกษา ตลอดจนส่วนของความสำคัญและมูลเหตุที่ทำให้เกิดสถานการณ์ต่าง ๆ อาจเป็นการกล่าวโดยกว้าง ๆ อ้างอิงหลักการ แนวคิด ทฤษฎีต่าง ๆ โดยระบุและอธิบายถึงปัญหาเชิงพื้นที่หรือปัญหาเชิงสถานการณ์ (Main Idea) สรุปหลักการและเหตุผลจาก Main Idea เพื่อนำไปสู่เนื้อหาต่อไป
  1. เนื้อหา ผู้เขียนแบ่งจำนวนและสัดส่วนของเนื้อหาบทความวิชาการอย่างเหมาะสม ไม่มากและน้อยเกินไป สอดคล้องกับชื่อเรื่อง และถูกต้องตามหลักวิชาการ
  2. สรุป อธิบายและสรุปเนื้อหาที่สำคัญ ตลอดจนวิเคราะห์ตามหลักวิชาการ
  3. ข้อค้นพบที่ได้จากการศึกษา ระบุข้อค้นพบที่ได้จากการศึกษา ที่เป็นผลมาจากการนำเสนอ การวิเคราะห์ สังเคราะห์ออกมาในลักษณะความเรียง แผนภาพ แผนภูมิ หรือผังมโนทัศน์ พร้อมคำอธิบายอย่างกระชับและเข้าใจง่าย
  4. References รูปแบบการเขียนอ้างอิงในเนื้อหาและ References ให้เขียนรายการอ้างอิงตามรูปแบบ APA 6th edition (American Psychological Association 6th edition)

*หมายเหตุ บทความที่เป็นงานแปลหรือเรียบเรียงต้องบอกแหล่งที่มาอย่างละเอียด