แนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ชุมชนบริเวณริมฝั่งคลองดำเนินสะดวก ในจังหวัดสมุทรสาครและจังหวัดราชบุรี

Main Article Content

นิตยา งามยิ่งยง Nittaya Ngamyingyong
ละเอียด ศิลาน้อย La-iard Silanoi

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบพฤติกรรมการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยว 2) เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด (7Ps) ที่นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญ 3) เพื่อศึกษาความคิดเห็นของชุมชน ในการมีส่วนร่วมในการพัฒนาการท่องเที่ยว 4) เพื่อศึกษาความคิดเห็นของภาครัฐในการพัฒนาการท่องเที่ยว และ 5) เพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยใช้การวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Method Research) ทั้งการวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพประกอบกัน  ในการวิจัยเชิงปริมาณจะใช้ตัวอย่างนักท่องเที่ยวชาวไทยจำนวน 385 คน ด้วยความเชื่อมั่น 95% และความคลาดเคลื่อนเป็น 1 ส่วนใน 10 ส่วนของส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานประชากร และเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถาม โดยเลือกตัวอย่างแบบตามใจสมัครของผู้ตอบแบบสอบถามหรือที่เรียกว่าแบบบังเอิญ (Accidental Sampling) และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณา (Descriptive Statistics) ได้แก่ ค่าความถี่ (Frequency) ร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) สถิติที่ใช้ในการทดสอบ ได้แก่ สถิติไคสแควร์ สถิติค่าที (t-test) และการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว (One –way ANOVA or F-test) และวิเคราะห์ความแตกต่างของค่าเฉลี่ยเป็นรายคู่ด้วยวิธีของเชฟเฟ่ (Scheffe Method) โดยกำหนดนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพจะใช้ผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 9 คนจากผู้มีบทบาทในชุมชนและเจ้าหน้าที่ภาครัฐที่มีความรู้ และประสบการณ์การทำงานด้านการท่องเที่ยวในชุมชน โดยเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง (Structured Interview)


     ผลการวิจัยพบว่า 1) พฤติกรรมการท่องเที่ยวของตัวอย่างส่วนใหญ่เคยเดินทางมาท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยว ได้รับข่าวสารของแหล่งท่องเที่ยวจากเพื่อน/คนรู้จักแนะนำ วัตถุประสงค์ในการเดินทางเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ เดินทางมากับครอบครัว/คู่สมรส ช่วงเวลาในการท่องเที่ยวคือช่วงเช้า (8.00 – 11.00 น.) และช่วงบ่าย (14.01 – 17.00 น.) ค่าใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยวต่ำกว่า 1,000 บาท และใช้รถยนต์ส่วนตัวในการเดินทางมาท่องเที่ยว การทดสอบไคสแควร์ พบว่า นักท่องเที่ยวที่มีอายุ ระดับการศึกษา และถิ่นที่อยู่แตกต่างกัน จะมีพฤติกรรมการท่องเที่ยวที่แตกต่างกัน 2) นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญต่อปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด (7Ps) ภาพรวมอยู่ในระดับมาก (  = 3.76, S.D. = 0.50 ) พิจารณารายด้าน พบว่า ด้านที่อยู่ในระดับมาก คือ ด้านบุคลากร ด้านสถานที่/ช่องทางการจัดจำหน่าย ด้านกระบวนการให้บริการ ด้านองค์ประกอบทางกายภาพ ด้านราคา และด้านสินค้าและบริการ  ด้านที่อยู่ในระดับปานกลาง คือ ด้านการส่งเสริมตลาด การทดสอบค่าที (t-test)  พบว่า นักท่องเที่ยวที่มีเพศแตกต่างกัน ให้ความสำคัญต่อปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด (7Ps)  ไม่แตกต่างกัน การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว (One –way ANOVA) พบว่า นักท่องเที่ยวที่มีอายุ ระดับการศึกษา อาชีพ รายได้เฉลี่ยต่อเดือน และถิ่นที่อยู่ แตกต่างกัน จะให้ความสำคัญต่อปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด (7Ps) ที่แตกต่างกัน 3) ชุมชนมีความคิดเห็นในการมีส่วนร่วมต่อการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ด้วยการประชุมประชาสมาคมเพื่อหาแนวทางการพัฒนา การปรึกษาหารือและผลักดันให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว สร้างกฎกติกา ให้คนภายในพื้นที่ขายของ ประเมินผลจากการดำเนินกิจกรรมทุกครั้ง 4) ภาครัฐมีความคิดเห็นต่อการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ด้วยการอนุรักษ์แหล่งท่องเที่ยว สร้างจิตสำนึกสาธารณะกับคนในชุมชนและนักท่องเที่ยว มีการวางแผนการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ด้วยการประชุมร่วมกันของภาครัฐและชุมชน ร่วมรักษาคุณภาพของสิ่งแวดล้อมของทุกภาคส่วน ให้ตระหนักรักษาคุณภาพของคลองดำเนินสะดวก รักษาความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวด้วยการบริการอย่างยุติธรรม และมีการจัดการผลประโยชน์ที่เกิดจากการท่องเที่ยวร่วมกัน 5) แนวทางการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวจะเน้นการพัฒนาปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด (7Ps) โดยอาศัยการมีส่วนร่วมของชุมชนตั้งแต่ร่วมวางแผน ร่วมปฏิบัติการไปจนถึงร่วมประเมินผล และคำนึงถึงระเบียบและข้อกฎหมายจากภาครัฐทั้งในด้านการวางแผน การจัดการ การอนุรักษ์และคงอัตลักษณ์รูปแบบวิถีชีวิตริมน้ำไว้ รวมถึงการรักษาความพอใจของนักท่องเที่ยวไว้ได้และการกระจายรายได้ให้ทั่วถึงทุกภาคส่วนของชุมชน และได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณจากองค์กรบริหารในท้องถิ่น ภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ด้านการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อ Social Media ต่าง ๆ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
Nittaya Ngamyingyong น. ง., & La-iard Silanoi ล. ศ. (2018). แนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ชุมชนบริเวณริมฝั่งคลองดำเนินสะดวก ในจังหวัดสมุทรสาครและจังหวัดราชบุรี. วารสารวิทยาลัยดุสิตธานี, 11(1), 149–166. สืบค้น จาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/journaldtc/article/view/135507
ประเภทบทความ
บทความวิชาการ

เอกสารอ้างอิง

Cohen. J. M., and Uphoff, N. T. (1997). Rural Development Participation: Concept and Measure for Project Design Implementation and Evaluation Cornell: Rural Development Committee Center for international Studies. Cornell University Dissertation Abstracts international. 9(7), 11.
Department of Tourism. (2014). Summary of Tourism Situation in December 2014. (Online). Available from: http://www. m-society.go.th. Cited 30 November 2015.
Jittangwattana, Bunlert. (2005). Sustainable tourism development. 1st Ed.. TAT Academy, Bangkok.
Kangkra, Chanin and Meepleum, Thiti. (2012). Behavior of Visitors in Thailand to Attractions in Petchaburi Province. Degree Bachelor of Business Administration, General Business Management. Silapakorn University.
Kitprdaborisuth, Buntam. (2008). Social Sciences Research Methodology. 10th Ed. Chamchuriproduct Publishing, Bangkok.
Kotler, Philip. (2003). Marketing Management. 11th Ed. Pearson Education.
Kumpet, Kemika. (2012). Guidelines on Sustainable Tourism Development with the Cooperation of Community at Khophayam, Ranong Provinces. Independent study (Tourism and Hotel Management), Naresuan University.
Mongkhonnavakun, Pakcharada. (2012). Satisfaction of Thai tourist toward taling chang floating market. Independent study (Marketing Management), Siam University, Bangkok.
Mongkonvanich, Chonlada. (2013). Youth opinions of the Image of Floating Marketing in Thailand. Journal of Cultural Approach. 14(25), 44-57.
Pathomkanjana, Chaichan. (2014). Guildelines for the Promotion of Cultural Tourism Participation of Community Bangluang, Banglen District, Nakhon Pathom Province. Academic Services Journal Prince of Songkla University. 26(1), 118-129.
Payakvichian, Paradech. (2007). Culture tourism of the community in Thailand. TAT Tourism journal. 4(1), 1-7.
Pongsakornrungsilp, Pimlapas. (2014). The Management of Sustainable Community-Based Tourism: The Case of Ban Kokekrai, Plang Nga Province. Veridinian E-Journal. 7(3), 650-665.
Saenyot, Atinat. (2015). Guideline on the Marketing Development for the Sustainable Tourism at TALAD KO KLOI (KO KLOI MARKET) Amaphoe Muang, Changwat Rayong, Thailand. Independent Study (Hotel and Tourism Management). University of Phayao.
Sereerat, Siriwan. (1998). Marketing Management. Diamond in Business World Publishing, Bangkok.
Silanoi, La-iard, (2015). Sample Size Determination for Survey and Experimental Quantitative Research Design. 1st Ed. Bangkok blueprint Publishing, Bangkok.
Suwankas, Meuanpim. (2010). Floating Market: Requirement of people. (Online). Available from: http://www.lek-prapai.org/watch.php?id=183. Cited 20 October 2015.
Untachai, Subchat. (2012). The Development of Integrated Ecotourism Marketing Management to be Sustainable in Upper Northeastern, Thailand. Udon Thani Rajabhat University.
Uthayan, Chawannuch. (2008). Tourist behavior. (0nline). Available from: http://touristbehavior.wordpress.com. Cited 20 October 2015.
Weiers, Ronald M. (2005). Introduction to Business Statistics. International Student Edition, Fifth Edition, Duxbury Press, Thomson – Brooks/cole, Pennsylvania, USA.
World Tourism Organization. (1998). Guide for Local Authorities on DEVELOPMENT SUSTAINABLE TOURISM. Madrid: Author.