การศึกษาศักยภาพแหล่งทรัพยากรการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ บริเวณคาบสมุทรสทิงพระ จังหวัดสงขลา

Main Article Content

สมชาย เลี้ยงพรพรรณ Somchai Liengpornpan

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์ของการศึกษาวิจัยคือ 1) สำรวจและประเมินศักยภาพของแหล่งทรัพยากรการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ในเรื่อง ความสะดวกในการเข้าถึง สิ่งอำนวยความสะดวก สภาพแวดล้อม คุณค่าและความสำคัญ การตอบรับของคนในท้องถิ่น การให้การศึกษา การรักษาสิ่งแวดล้อม และองค์กรในการจัดการ  2) สำรวจและวิเคราะห์ความต้องการของนักท่องเที่ยวที่มีต่อแหล่ง 3) สำรวจและวิเคราะห์ความต้องการของชุมชน และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับแหล่ง 4) เสนอแนวทางการพัฒนา เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา คือ แบบประเมินศักยภาพของแหล่ง แบบสอบถามนักท่องเที่ยวในแหล่ง และแบบสอบถามคนในชุมชนและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับแหล่ง โดยจะสอบถามเฉพาะในแหล่งที่ได้คะแนนศักยภาพตั้งแต่ร้อยละ 50 ขึ้นไป ผลการศึกษาแยกตามวัตถุประสงค์มีดังนี้


  1. การประเมินศักยภาพของแหล่งทรัพยากรการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทั้งหมด 168 แหล่ง ได้ผลดังนี้

          1.1 กลุ่มที่มีระดับศักยภาพมาก (ได้คะแนนศักยภาพร้อยละ 66-80) จำนวน 2 แหล่ง


          1.2 กลุ่มที่มีระดับศักยภาพปานกลาง (ได้คะแนนศักยภาพร้อยละ 50-65) จำนวน 29 แหล่ง


1.3 กลุ่มที่มีระดับศักยภาพน้อย (ได้คะแนนศักยภาพน้อยกว่าร้อยละ 50) จำนวน 137 แหล่ง


  1. นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ในแหล่งที่มีระดับศักยภาพมากและปานกลางมีความต้องการให้พัฒนาแหล่งในทุก ๆ ด้าน โดยเฉพาะด้านการจัดการ นักท่องเที่ยวต้องการให้พัฒนามากที่สุด ความคิดเห็นของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นประโยชน์มากต่อการพัฒนาแหล่งและการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

  2. คนในชุมชนและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับแหล่ง ส่วนใหญ่ต้องการให้พัฒนาในทุก ๆ ด้านเช่นเดียวกับความต้องการของนักท่องเที่ยว 

4.        แนวทางการพัฒนาแหล่ง คือ ควรพัฒนาตามศักยภาพของแหล่ง การจัดการของชุมชน ความต้องการของนักท่องเที่ยว ชุมชน และบุคคลที่เกี่ยวกับแหล่ง ที่สำคัญที่สุดจะต้องเป็นการพัฒนาไปตามหลักการ และปรัชญาของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างเคร่งครัด เพื่อนำไปสู่การท่องเที่ยวที่ยั่งยืน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
Somchai Liengpornpan ส. . เ. (2018). การศึกษาศักยภาพแหล่งทรัพยากรการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ บริเวณคาบสมุทรสทิงพระ จังหวัดสงขลา. วารสารวิทยาลัยดุสิตธานี, 11(1), 184–204. สืบค้น จาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/journaldtc/article/view/135528
ประเภทบทความ
บทความวิชาการ