การศึกษาผลการใช้แนวคิดการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ร่วมกับการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านแบบกระตือรือร้น (Active Reading) เพื่อพัฒนาสมรรถนะการจัด การเรียนรู้ของครูในการส่งเสริมการอ่านรู้เรื่องของนักเรียนระดับประถมศึกษาจังหวัดลำปาง
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูผู้สอนระดับประถมศึกษาในโรงเรียนขนาดเล็ก จังหวัดลำปาง ในการประยุกต์ใช้แนวคิดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ร่วมกับแบบฝึกทักษะการอ่านแบบกระตือรือร้น (Active Reading) และเพื่อศึกษาผลการใช้แนวคิดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ร่วมกับแบบฝึกทักษะการอ่านแบบกระตือรือร้น (Active Reading) ที่มีต่อความสามารถในการอ่านของนักเรียนระดับประถมศึกษาในโรงเรียนขนาดเล็กจังหวัดลำปาง ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ได้แก่ ครูผู้สอนรายวิชาภาษาไทยระดับประถมศึกษา โรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดลำปาง จำนวน 115 คน ได้มาโดยการเลือกแบบอาสาสมัคร และนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 1-6 จำนวน 1,342 คน การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง โดยเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบฝึกทักษะการอ่านแบบกระตือรือร้น ตามแนวทางการประเมินของ PISA แบบประเมินสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูผู้สอน และแบบประเมินความสามารถด้านการอ่านของนักเรียน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า ครูผู้สอนมีสมรรถนะในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกอยู่ในระดับดีมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.48 โดยพิจารณาเป็น 3 ด้าน ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านการจัดการเรียนรู้อยู่ในระดับดีเยี่ยม ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.52 ส่วนด้านออกแบบการเรียนรู้และด้านการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ อยู่ในระดับดีมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.48 และ 4.38 ตามลำดับ และความสามารถการอ่านของนักเรียนโดยการใช้แนวคิดการเรียนรู้เชิงรุกร่วมกับแบบฝึกทักษะ
การอ่านแบบกระตือรือร้น มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 14.66 อยู่ในระดับดี คิดเป็นร้อยละ 73.30 ซึ่งนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีคะแนนเฉลี่ยด้านการอ่านรู้เรื่องสูงที่สุด คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 19.29 คิดเป็นร้อยละ 95.10 และชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 มีคะแนนเฉลี่ยด้านการอ่านรู้เรื่องน้อยที่สุด คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 13.24 คิดเป็นร้อยละ 66.20
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
นโยบายการพิจารณากลั่นกรองบทความ
- บทความวิจัยและบทความวิชาการทุกเรื่องที่จะได้รับการตีพิมพ์ต้องผ่านการพิจารณากลั่นกรองโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) ในสาขาที่เกี่ยวข้อง จำนวน 3 ท่าน/บทความ
- บทความ ข้อความ ภาพประกอบและตารางประกอบที่ลงตีพิมพ์ในวารสารเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป และไม่มีส่วนรับผิดชอบใด ๆ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว
- บทความที่จะได้รับการตีพิมพ์จะต้องไม่เคยตีพิมพ์ เผยแพร่ที่ใดมาก่อน และไม่อยู่ระหว่างการพิจารณาของวารสารฉบับอื่น หากตรวจสอบพบว่ามีการตีพิมพ์ซ้ำซ้อน ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว
- บทความใดที่ผู้อ่านเห็นว่าได้มีการลอกเลียนหรือแอบอ้างโดยปราศจากการอ้างอิง หรือทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นผลงานของผู้เขียน กรุณาแจ้งให้กองบรรณาธิการวารสารทราบจะเป็นพระคุณยิ่ง
เอกสารอ้างอิง
Banjongchit, S. (2008). Active learning: A double-edged sword. Naval Academy Journal, 8(1), 34-42.
Boonjai, P. (2020). Teaching competencies for developing 21st century learners among primary school teachers. St. John's Journal, 22(33), 240-258.
Gokaew, N. (2020). Development of reading literacy skill enhancement package according to PISA assessment approach for Thai language learning group for grade 8 students. (Master's thesis). Sakon Nakhon: Sakon Nakhon Rajabhat University.
Kohtrakul, S. (2016). Educational psychology (12th ed.). Bangkok: Chulalongkorn University Press.
Pariput, P. & Tongchalem, P. (2024). The Effects of Teacher Development to Raise the Educational Quality in Reading, Writing, and Critical Thinking of Students in Small-Sized schools in Ubon Ratchathani Province. Journla of Education Buriram Rajabhat University, 4(1), 49-59.
Ministry of Education. (2008). Basic education core curriculum 2008. Bangkok: Kurusapha Ladprao Press.
OECD. (2018). The Future of Education and Skills Education 2030. Retrieve from https://www.oecd.org/content/dam/oecd/en/publications/reports/2018/06/the-future-of-education-and-skills_5424dd26/54ac7020-en.pdf.
Office of the Basic Education Commission. (2023). Basic education statistics report for academic year 2022. Bangkok: Office of the Basic Education Commission.
Rodchanakiatsakul, L. (2023). Factors and success of active reading learning of secondary teachers. (Master's thesis). Bangkok: Chulalongkorn University.
Wanjarutjaroen, T. (2008). Active learning. Retrieved from http://pirun.ku.ac.th/~g4986066/activet.pdf.