การพัฒนาชุดกิจกรรมการจัดการเรียนรู้รายวิชา การสร้างสรรค์งานนาฏศิลป์โดยใช้กระบวนการหลักธรรมอิทธิบาท สำหรับนักศึกษาสาขาวิชานาฏศิลป์ศึกษา วิทยาลัยนาฏศิลปนครศรีธรรมราช
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษาวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) เพื่อพัฒนาชุดกิจกรรมการจัดการเรียนรู้รายวิชา การสร้างสรรค์งานนาฏศิลป์ โดยใช้กระบวนการหลักธรรมอิทธิบาท สำหรับนักศึกษาสาขาวิชานาฏศิลป์ศึกษา วิทยาลัยนาฏศิลปนครศรีธรรมราช (2) เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาสาขาวิชานาฏศิลป์ศึกษา วิทยาลัยนาฏศิลปนครศรีธรรมราช หลังใช้ชุดกิจกรรมการจัดการเรียนรู้รายวิชา การสร้างสรรค์งานนาฏศิลป์ โดยใช้กระบวนการหลักธรรมอิทธิบาท และ (3) เพื่อประเมินระดับคุณภาพงานสร้างสรรค์ด้านนาฏศิลป์ ของนักศึกษาสาขาวิชานาฏศิลป์ศึกษา วิทยาลัยนาฏศิลปนครศรีธรรมราช หลังใช้ชุดกิจกรรมการจัดการเรียนรู้รายวิชา การสร้างสรรค์งานนาฏศิลป์ โดยใช้กระบวนการหลักธรรมอิทธิบาท มีกลุ่มตัวอย่าง คือ นักศึกษาปริญญาตรีชั้นปีที่ 3 หลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขานาฏศิลป์ศึกษา วิทยาลัยนาฏศิลปนครศรีธรรมราช จำนวน 25 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ดำเนินการวิจัย แบ่งเป็น 2 ประเภทด้วยกัน คือ (1) เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูลในงานวิจัย และ (2) เครื่องมือที่ใช้กับกลุ่มตัวอย่างในงานวิจัย มีสถิติที่ใช้ในการวิจัย คือ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าความยากง่าย ค่าอำนาจจำแนก ค่าความเชื่อมั่น และค่า t-test แบบ Dependent sample
ผลการวิจัยพบว่า (1) ผลการพัฒนาชุดกิจกรรมการจัดการเรียนรู้รายวิชา การสร้างสรรค์งานนาฏศิลป์ โดยใช้กระบวนการหลักธรรมอิทธิบาท มีระดับคุณภาพอยู่ในระดับดีมาก ( = 4.56, S.D. = 0.26) (2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยหลังเรียน ( = 31.00, S.D. = 4.56) สูงกว่าก่อนเรียน ( = 17.60, S.D. = 5.31) และ (3) ผลการประเมินระดับคุณภาพงานสร้างสรรค์ด้านนาฏศิลป์ ของนักศึกษาสาขาวิชานาฏศิลป์ศึกษาอยู่ในเกณฑ์ระดับดีมาก ( = 3.77, S.D. = 0.11)
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
ชไมพร จันทรวิบูลย์. (2564). ผลการจัดการเรียนรู้: ระบำกฤษดาภินิหารโดยทักษะปฏิบัติของเดวีส์ (วิทยานิพนธ์ ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.
พงษ์พันธ์ พงษ์โสภา. (2542). พฤติกรรมกลุ่ม. กรุงเทพมหานคร: พัฒนาศึกษา.
พระชยพล อภิชโย (จะอู๋). (2563). การศึกษาผลสัมฤทธิ์การเรียนรายวิชาพระพุทธศาสนาตามหลักอิทธิบาท 4 ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนพุทธศาสตร์วิทยา เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร (วิทยานิพนธ์ มหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระสุเมธี สิริปญฺโญ (โสจันทร์). (2561). การจัดการเรียนรู้ตามหลักอิทธิบาท 4 เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาประวัติศาสตร์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 (วิทยานิพนธ์ปริมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ ราชวิทยาลัย.
วิทยาลัยนาฏศิลปนครศรีธรรมราช. (2562). หลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชานาฏศิลป์ศึกษา (4 ปี) (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2562). นครศรีธรรมราช: วิทยาลัยนาฏศิลปนครศรีธรรมราช สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม.
สุรพล วิรุฬห์รักษ์. (2547). หลักการแสดงนาฏยศิลป์ปริทรรศน์. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุรพล ไกรสราวุฒิ. (2552). คู่มือ ปัญญาในพระพุทธศาสนา (พิมพ์ครั้งที่ 1). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต). (2565). พุทธธรรม (พิมพ์ครั้งที่ 32). การศึกษาเพื่อสันตภาพ พระธรรมปิฎก. มูลนิธิ. สืบค้นจาก https://www.papayutto.org/th/book_detail/583.
อุษา สบฤกษ์. (2545). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนนาฏยสรรค์ที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ทางนาฏศิลป์ ของผู้เรียนวิชานาฏศิลป์ไทยในสถาบันอุดมศึกษา (ปริญญาครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Bonwell, C. C., & Eison, J. A. (1991). Active learning: Creating excitement in the classroom. ASHE-ERIC Higher Education Report No. 1. George Washington University, School of Education and Human Development.
Schunk, D. H. (2020). Learning theories: An educational perspective (8th ed.). Pearson. United States.