การพัฒนาตัวบ่งชี้สมรรถนะระหว่างวัฒนธรรมของอาจารย์หลักสูตรนานาชาติ
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยมีวัตถุประสงค์ 1) พัฒนาตัวบ่งชี้ แบบวัดสมรรถนะระหว่างวัฒนธรรมของอาจารย์หลักสูตรนานาชาติ 2) ตรวจสอบความสอดคล้องของโมเดลการวัดสมรรถนะระหว่างวัฒนธรรมของอาจารย์หลักสูตรนานาชาติที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นกับข้อมูลเชิงประจักษ์ กลุ่มตัวอย่างคือ อาจารย์หลักสูตรนานาชาติในมหาวิทยาลัยของรัฐและในกำกับด้วยการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิและแบบวัดสมรรถนะระหว่างวัฒนธรรมของอาจารย์หลักสูตรนานาชาติที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น วิเคราะห์ผลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา สถิติเชิงบรรยายและองค์ประกอบเชิงยืนยัน อันดับ 1 และ 2 โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป ผลการวิจัยพบว่า 1) สมรรถนะระหว่างวัฒนธรรมของอาจารย์หลักสูตรนานาชาติ ประกอบด้วย 3 มิติ จำนวน 7 ตัวบ่งชี้ ได้แก่ 1. มิติด้านความรู้ในการสื่อสารและความหลากหลายทางวัฒนธรรมมี 2 ตัวบ่งชี้ คือ ความรู้ความเข้าใจในการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรม ความรู้ความเข้าใจในความหลากหลายทางวัฒนธรรมของนักศึกษา 2. มิติด้านทัศนคติต่อความหลากหลายทางวัฒนธรรมมี 3 ตัวบ่งชี้ คือ ความตระหนักในความหลากหลายทางวัฒนธรรมของนักศึกษา การเปิดใจยอมรับความหลากหลายทางวัฒนธรรมของนักศึกษา และ การใฝ่รู้ในความหลากหลายทางวัฒนธรรมของนักศึกษา 3. มิติด้านการปฏิสัมพันธ์และการสอนระหว่างวัฒนธรรม มี 2 ตัวบ่งชี้ คือ การปฏิสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์กับนักศึกษาที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม และ การสอนนักศึกษาที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม และ แบบวัดสมรรถนะระหว่างวัฒนธรรมของอาจารย์หลักสูตรนานาชาติครอบคลุม 3 มิติ 7 ตัวบ่งชี้ เป็นแบบมาตรประเมินค่า 5 ระดับมีความตรงเชิงเนื้อหาและโครงสร้าง ตัวบ่งชี้มีคุณภาพอยู่ในระดับดีด้วยค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค .947 2) ผลการวิเคราะห์การตรวจสอบโมเดลการวัดสมรรถนะระหว่างวัฒนธรรมของอาจารย์หลักสูตรนานาชาติพบว่ามีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์พิจารณาจากค่าสถิติที่ใช้ตรวจสอบความตรงของโมเดล ได้แก่ค่าไค-สแควร์ (χ2) เท่ากับ 5.55 ค่าองศาอิสระ(df) เท่ากับ 8 ค่านัยสำคัญทางสถิติ(P-value) เท่ากับ 0.698 ค่าไค-สแควร์สัมพัทธ์ (χ2/df) เท่ากับ 0.694 ค่าดัชนีวัดความสอดคล้องกลมกลืนเชิงสัมพัทธ์ (CFI) เท่ากับ 1.00 และค่าดัชนีวัดระดับความสอดคล้อง (GFI) เท่ากับ 0.99 ค่าดัชนีวัดระดับความสอดคล้องที่ปรับแก้แล้ว(AGFI) เท่ากับ 0.98 รากที่สองของค่าเฉลี่ยกำลังสองของส่วนเหลือมาตรฐาน(SRMR) เท่ากับ 0.014 ค่าความคลาดเคลื่อนในการประมาณค่าพารามิเตอร์ (RSEA) เท่ากับ 0.000 และ ค่าขนาดตัวอย่างวิกฤต (CN) เท่ากับ 1076.10
Article Details
- บทความวิชาการและบทความวิจัย ตลอดจนเนื้อหาและข้อคิดเห็นที่ปรากฏในบทความซึ่งตีพิมพ์และเผยแพร่ในวารสารวิชาการ วิทยาลัยแสงธรรม ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความเท่านั้น
- บทความที่ได้รับการตีพิมพ์และเผยแพร่ในวารสารวิชาการ วิทยาลัยแสงธรรม ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของวิทยาลัยแสงธรรม ห้ามทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่ข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนในรูปแบบใด ๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวิทยาลัยแสงธรรม
- บทความที่ได้รับการตีพิมพ์และเผยแพร่ในวารสารวิชาการ วิทยาลัยแสงธรรม ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวิทยาลัยแสงธรรม ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
เอกสารอ้างอิง
จรัญญา เทพพรบัญชากิจ. (2556).“ประสิทธิภาพของรูปแบบการบริหารจัดการที่มีการเรียนการสอนหลักสูตรนานาชาติของมหาวิทยาลัยเอกชนไทย.” (ปริญญาดุษฎีนิพนธ์). สาขาวิชาการวิจัยและพัฒนาการศึกษา, คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
ชุตินันท์ จันทรเสนานนท์. (2553). การพัฒนาแบบวัดสมรรถนะเชิงวัฒนธรรมสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษา. (วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต). สาขาวิชาวิทยาการวิจัยการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ณิชาภา จันทร์เพ็ญ. (2555). การพัฒนาตัวบ่งชี้และแบบวัดสมรรถนะข้ามวัฒนธรรมของครู: การทดสอบความไม่แปรเปลี่ยนของการวัดตามภูมิหลังของครู. (วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต). สาขาวิชาวิธีวิทยาการวิจัยการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นงลักษณ์ วิรัชชัย. (2542). โมเดลลิสเรล (LISREL): สถิติวิเคราะห์สำหรับการวิจัย. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ศิริชัย กาญจนวาสี. (2555). สถิติประยุกต์สาหรับการวิจัย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Anita Gopal. (2011). “Internationalization of Higher Education: Preparing Faculty to Teach Cross- culturally”. International Journal of Teaching and Learning in Higher Education : Vl.13Queens University.
Alvino Fantini, Aqeel Tirmizi. (2006). Exploring and Assessing Intercultural Competence. SIT Graduate Institute/SIT Study Abroad Digital Collections@SIT.
Chonh Pui Yee. (2013). Internationalization of Higher Education: A Literature Review On competency approach. College of Foundation & General Studies, Universiti Tenaga Nasional, Jalan IKRAM-UNITEN, Kajang, Malaysia.
Deardorff, Darla K. (2006). “The Identification and Assessment of Intercultural Competence as a Student Outcome of Internationalization at Institutions of Higher Education in the United States”. Journal of Studies in International Education. Fall 2006, p.241-266 and The SAGE Handbook o Intercultural Competence.