พระราชดำรัสของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเกี่ยวกับกระแสเรียกของพระสงฆ์ นักบวช และสามเณร และการนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต

Main Article Content

อิทธิศักดิ์ กิจสกุล
บาทหลวง ดร.สุรชัย ชุ่มศรีพันธุ์
บาทหลวง ผศ. ดร.ชาติชาย พงษ์ศิริ
ผศ. ดร.ลัดดาวรรณ์ ประสูตร์แสงจันทร์

บทคัดย่อ

การวิจัยเชิงคุณภาพนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) พระราชดำรัสของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเกี่ยวกับกระแสเรียกของพระสงฆ์ นักบวช และสามเณร 2) การนำพระราชดำรัสของสมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิสไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตของพระสงฆ์ นักบวช และสามเณร กลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิในการศึกษาตามวัตถุประสงค์การวิจัยข้อ 2 จำนวน 14 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ ประเด็นการสนทนากลุ่ม การวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการสนทนากลุ่มใช้การวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า
1. ในช่วงปี 2015-2021 สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสได้ทรงมอบพระราชดำรัส คำปราศรัย บทเทศน์ และสาส์นต่างๆ ที่แสดงถึงวัตถุประสงค์ของพระองค์เกี่ยวกับกระแสเรียกของพระสงฆ์ นักบวชและสามเณร ที่จัดรวมกลุ่มเป็น 5 ประเด็นสำคัญได้แก่ 1) ชีวิตจิตและ การภาวนา 2) การไตร่ตรองกระแสเรียก 3) การอภิบาลแพร่ธรรม 4) การดำเนินชีวิตร่วมกันในความเป็นหนึ่งเดียว และ 5) การกลับใจอย่างต่อเนื่อง
2. กลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ มีความคิดเห็นสอดคล้องกันว่า พระสงฆ์ นักบวช และสามเณร สามารถนำพระราชดำรัสของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตได้ดังต่อไปนี้
ประเด็นที่ 1 ชีวิตจิตและการภาวนา พระสงฆ์ นักบวช และสามเณร ควรมีเวลาสำหรับการสวดภาวนาส่วนตัว การสวดทำวัตร และการเฝ้าศีลมหาสนิทในทุกๆ วัน การสวดภาวนาร่วมกันเป็นหมู่คณะและแนะนำให้ผู้อื่นสวดภาวนา ดำเนินชีวิตที่สนิทสัมพันธ์กับพระเจ้า และนำไปสู่การมีความสนิทสัมพันธ์กับผู้อื่น มีช่วงเวลาฟื้นฟูจิตใจแบบระยะยาว มีความเชื่อความศรัทธาต่อพระนางมารีย์ผ่านทางการสวดภาวนาและ สวดสายประคำเสมอ และเลียนแบบชีวิตของพระนางมารีย์ในการอุทิศตนรับใช้พระเจ้า
ประเด็นที่ 2 การไตร่ตรองกระแสเรียก พระสงฆ์ นักบวช และสามเณร ควรมี การไตร่ตรอง กระแสเรียกอยู่เสมอ ตระหนักว่ากระแสเรียกเป็นของขวัญจากพระเจ้า เป็น การแสวงหาน้ำพระทัยของพระเจ้า เพื่อทุกคนเป็นของขวัญแก่กันและกัน เติมเต็มให้แก่กันและกัน ขอบคุณพระเจ้าและเห็นคุณค่าของกระแสเรียก ให้การไตร่ตรองกระแสเรียกเป็นชีวิตไม่ใช่เป็นหน้าที่ เพื่อฟันฝ่าปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นโดยอาศัยการพบปะกับพระเจ้าและการไตร่ตรองชีวิต ยอมรับความทุกข์ยากของปัญหาและการแบกรับกางเขน
ประเด็นที่ 3 การอภิบาลแพร่ธรรม พระสงฆ์ นักบวช และสามเณร ควรออกจากตนเองเพื่อทำงานอภิบาลและประกาศข่าวดี อยู่กับพระเจ้าและกับประชากรของพระองค์ เรียนรู้ในการเข้าสู่วัฒนธรรมของชุมชนทั้งในเรื่องของภาษา วัฒนธรรมและความเป็นอยู่ ทั้งกับเพื่อนพี่น้องต่างความเชื่อ และคริสตชนด้วย โดยดูแบบอย่างของบรรดามิชชันนารีรุ่นแรก และการเป็นผู้อภิบาลที่มีชีวิตจิตที่เข้มแข็ง นอกจากนี้พระสงฆ์ต้องระวังเรื่องของการปิดกั้นตนเอง ต้องแสวงหาวิธีการอภิบาลที่สอดคล้องกับยุคสมัยและการสนับสนุนให้ฆราวาสเข้ามามีส่วนร่วมในงานอภิบาลแพร่ธรรมมากขึ้นด้วย
ประเด็นที่ 4 การดำเนินชีวิตร่วมกันและความเป็นหนึ่งเดียวกัน พระสงฆ์ นักบวช และสามเณร ควรให้ความสำคัญกับชีวิตหมู่คณะ มีการดำเนินชีวิตร่วมกันและความเป็นหนึ่งเดียวกันในหมู่คณะ สร้างชีวิตกลุ่มที่ดี อยู่ร่วมกันด้วยความเคารพให้เกียรติ สุภาพถ่อมตน ตักเตือน เข้าใจกัน เคารพในความแตกต่าง มีความเป็นหนึ่งเดียวกันกับพระเจ้าและผู้อื่น ทั้งพระสังฆราช พระสงฆ์ นักบวช รวมถึงคริสตชน เป็นพิเศษกับคนชายขอบสังคม คนยากจน คนบาป ฝึกตนเองให้มีความสุภาพ เรียบง่าย ความอ่อนโยน การเคารพศักดิ์ศรีของกันและกัน ซึ่งเป็นหนทางที่นำไปสู่ความเป็นหนึ่งเดียวกับผู้อื่นได้
ประเด็นที่ 5 การกลับใจต่อเนื่อง พระสงฆ์ นักบวช และสามเณร ควรมีการกลับใจต่อเนื่อง อบรมตนเองอยู่เสมอ สำรวจมโนธรรมของตนเองอย่างซื่อสัตย์ในทุกวันของชีวิต ยอมรับความผิดพลาดบกพร่องของตนเองเพื่อแสวงหาแนวทางปรับปรุงแก้ไข และมีคุณพ่อฝ่ายวิญญาณที่ปรึกษาด้านชีวิตจิตเพื่อช่วยเหลือและแนะนำชีวิตฝ่ายวิญญาณ รวมถึงการยอมรับความอ่อนแอ ความผิดพลาดบกพร่อง คำตักเตือนจากผู้ใหญ่และคนรอบข้าง รวมถึงการรับศีลอภัยบาปอยู่เสมอ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
กิจสกุล อ., ชุ่มศรีพันธุ์ ส., พงษ์ศิริ ช., & ประสูตร์แสงจันทร์ ล. (2025). พระราชดำรัสของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเกี่ยวกับกระแสเรียกของพระสงฆ์ นักบวช และสามเณร และการนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต. วารสารวิชาการ วิทยาลัยแสงธรรม, 17(2), 291–312. สืบค้น จาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/scj/article/view/279163
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรม แผนกพระคัมภีร์. (2549ก). พระคัมภีร์คาทอลิก: ภาคพันธสัญญาเดิม (ปัญจบรรพ). ฝ่ายงานอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ.

คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรม แผนกพระคัมภีร์. (2549ข). พระคัมภีร์ ภาคพันธสัญญาใหม่ (พิมพ์ครั้งที่ 2). ฝ่ายงานอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ.

ชาญชัย ประทุมปี, ออกัสติน สุกีโย ปิโตโย, สมชัย พิทยาพงศ์พร, และ ลัดดาวรรณ์ ประสูตร์แสงจันทร์. (2561). คุณธรรมความนบนอบเชื่อฟังของพระนางมารีย์แบบอย่างชีวิตจิตพระสงฆ์สังฆมณฑล. วารสารวิชาการ วิทยาลัยแสงธรรม, 10(2), 85-100.

ประคิณ ชุมสาย ณ อยุธยา. (2539). Vita Consecrata: On the consecrated life and its mission in the Church and in the world [พระดำรัชเตือนหลังการประชุมสภาสมัชชาพระสังฆราช “ชีวิตผู้รับเจิม”].

ประยูร ปันมณีกุล. (2560). แนวทางการพัฒนามิติการเจริญชีวิตของสามเณรคาทอลิก ชั้นปีเทววิทยา สามเณราลัยแสงธรรมจากโอกาสปีศักดิ์สิทธิ์แห่งเมตตาธรรม [การค้นคว้าอิสระศิลปศาสตรมหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. วิทยาลัยแสงธรรม.

พรชัย สิงห์สา. (2556). วิธีการหล่อหลอมมโนธรรมของพระสงฆ์คาทอลิกต่อคริสตชนในสังฆมณฑลนครสวรรค์ หลังสังคายนาวาติกันที่ 2 (ค.ศ. 1965–2013) [การค้นคว้าอิสระศิลปศาสตรมหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. วิทยาลัยแสงธรรม.

วิทยาลัยแสงธรรม. (2539). แสงธรรม ณ ปีที่ 25. บางประกอกการพิมพ์.

วุฒิชัย แก้วพวง, พิเชฐ แสงเทียน, สุรชัย ชุ่มศรีพันธุ์, แบร์นาร์ด เวียธ, และ ลัดดาวรรณ์ ประสูตร์แสงจันทร์. (2565). แนวทางดำเนินชีวิตคริสตชนตามคุณธรรมความกล้าหาญในประสบการณ์ชีวิตของพระสังฆราช หลุยส์ ลาโน. วารสารวิชาการ วิทยาลัยแสงธรรม, 14(1), 182-203.

สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย. (2533). เอกสารสภาสังคายนาวาติกันที่ 2 คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก.

สมณกระทรวงพระสงฆ์. (2564). พระพรแห่งกระแสเรียกพระสงฆ์ (The Gift of the Priestly Vocation). ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนางานวิชาการ วิทยาลัยแสงธรรม.

สำนักงานสมณองค์กรสนับสนุนงานแพร่ธรรมประเทศไทย. (2562, 20 พฤศจิกายน). ความสำคัญและพระประวัติ “โป๊ปฟรังซิส” พระสันตะปาปาลำดับที่ 266 “บิดาผู้สมถะ”. https://workpointtoday.com/popefrancis-visit-thailand/

สื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทย. (2562). ความรักคือคำตอบ : สมณโอวาทของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส โอกาสเสด็จเยือนประเทศไทย 20-23 พฤศจิกายน 2019. สหมิตรพัฒนาการพิมพ์.

อวิรุทธ์ พันธ์ขาว, พิเชฐ แสงเทียน, และ ลัดดาวรรณ์ ประสูตร์แสงจันทร์. (2561). ปัจจัยที่มีผลต่อการอบรมคุณธรรมเพื่อส่งเสริมกระแสเรียกสามเณรคาทอลิก กรณีศึกษาสามเณราลัยนักบุญยอแซฟ สามพราน นครปฐม. วารสารวิชาการ วิทยาลัยแสงธรรม, 10(2), 139-157.

John Paul II. (1992a). Pastores Dabo Vobis (Post-Synodal Apostolic Exhortation): To the bishops, clergy, and faithful on the formation of priests in the circumstances of the present day. Acta Apostolicae Sedis (AAS), 84(63), 768-769.

John Paul II. (1992b). Pastores Dabo Vobis (Post-Synodal Apostolic Exhortation): To the bishops, clergy, and faithful on the formation of priests in the circumstances of the present day. Acta Apostolicae Sedis (AAS), 84(64), 769-770.

Second Vatican Council. (1965). Optatam Totius (Decree on Priestly Training) proclaimed by His Holiness Pope Paul Vi. Acta Apostolicae Sedis (AAS), 58(3), 715-716.