ระดับสมรรถนะทางสังคมของนักเรียน โรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตามการรับรู้ของครู

ผู้แต่ง

  • สวภพ เทพกสิกุล คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • นันทรัตน์ เจริญกุล คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • พฤทธิ์ ศิริบรรณพิทักษ์ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คำสำคัญ:

สมรรถนะทางสังคมของนักเรียน, นักเรียนโรงเรียนมัธยมศึกษา, การรับรู้ของครู

บทคัดย่อ

     การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับสมรรถนะทางสังคมของนักเรียนโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง คือ โรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา จำนวน 1,659 โรงเรียน และกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 836 โรงเรียน ได้มาจากการสุ่มแบบแบ่งชั้นและการสุ่มอย่างง่าย ผู้ให้ข้อมูล คือ ครูผู้ปฏิบัติหน้าที่ในโรงเรียนดังกล่าว รวม 1,672 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นแบบประเมินระดับสมรรถนะทางสังคมของนักเรียน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน  ผลการวิจัยพบว่า ระดับสมรรถนะทางสังคมของนักเรียน โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาแต่ละองค์ประกอบหลัก พบว่า ความรู้ตนเองและสังคมมีค่าเฉลี่ยมากที่สุด รองลงมา คือ ทักษะตนเองและสังคม และคุณลักษณะตนเองและสังคม เมื่อพิจารณาแต่ละองค์ประกอบย่อย พบว่า นักเรียนมีคุณลักษณะการเป็นผู้ที่เต็มใจและยินดีในการให้ความช่วยเหลือผู้อื่นและสังคม มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด และนักเรียนมีความรู้และความเข้าใจในอารมณ์ ความรู้สึก มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด เนื่องจากนักเรียนมัธยมศึกษาส่วนใหญ่มีทักษะในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ดี มีการปรับตัว รู้จักบทบาทหน้าที่ ซึ่งแสดงถึงระบบการจัดการศึกษาและการพัฒนานักเรียนของโรงเรียนตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการโดยรวมมีประสิทธิภาพและเอื้อต่อการพัฒนาสมรรถนะทางสังคม นำไปสู่การสร้างแนวทางเชิงนโยบายในการพัฒนาสมรรถนะของนักเรียนที่ครอบคลุมทั้งความรู้ผ่านการบูรณาการแต่ละรายวิชา เสริมทักษะผ่านกิจกรรมของโรงเรียนและปลูกฝังคุณลักษณะผ่านการสะท้อนคิดและสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนต่อไป

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2562). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ.

ชญานิษฎ์ สุระเสนา. (2559). ผลการให้การปรึกษาแบบกลุ่มตามทฤษฎีการเรียนรู้ทางปัญญาสังคมต่อการมีวินัย ในตนเองของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์. วารสารวิจัยและนวัตกรรมท้องถิ่น, 14(1), 76-90.

ชนันพร วานิชสวัสดิ์ และ สาลินี มีเจริญ. (2565). การศึกษาการบริหารและแนวทางการพัฒนาการบริหารความมีวินัยในตนเอง ของนักเรียนโรงเรียนมัธยมศึกษาสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา กรุงเทพมหานคร เขต 1 กลุ่ม 6. Journal of Roi Kaensarn Academi, 7(5), 104-118.

นิสิต น้อมศาสน์. (2553). การเปรียบเทียบทักษะทางสังคมและการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพระนครศรีอยุธยาเขต 2 ที่เรียนรู้กลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมแบบโครงงานกับแบบร่วมมือ. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา. http://etheses.aru.ac.th/PDF/125532410_01.PDF

ปวินญาพัฒน์ วรพันธ์, ชัยรัตน์ โตศิลา, และ อัญชลี สุขในสิทธิ์. (2565). แนวทางการจัดการเรียนรู้สังคมศึกษา เพื่อพัฒนาทักษะทางสังคมของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย. Journal of Roi Kaensarn Academi, 7(2), 283-297.

พิภัทร์อนันต์ เทพพิทักษ์ และ พณสรรค์ งามศิริจิตร. (2566). การดูแลเสริมสร้างพัฒนาทักษะความมั่นคงทางอารมณ์และสังคมของ ผู้มีความฉลาดเป็นเลิศทางปัญญา. Journal of Inclusive and Innovative Education, 7(3), 135–149.

วรรณี แกมเกตุ. (2555). วิธีวิทยาการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์. โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ. (2567, 21 ตุลาคม). ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารการศึกษา (MIS). http://mis.moe.go.th/

เสกข์ วงศ์พิพันธ์. (2563). การเสริมสร้างการตระหนักรู้ทางสังคมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายโดยการให้คำปรึกษากลุ่ม. วารสารศึกษาศาสตร์ มมร, 9(2), 107-118.

อัจฉรา นิยมาภา. (2564). รูปแบบการบริหารสถานศึกษาวิถีใหม่สู่คุณภาพการศึกษาที่พึงประสงค์ในบริบทที่เปลี่ยนแปลง. วารสารศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 14(2), 178-195.

Arnold, K. H., & Lindner-Müller, C. (2012). Assessment and development of social competence: introduction to the special issue. Journal for educational research online, 4(1), 7-19.

Best, J. (1977). Research in Education. Prentice Hall.

Collaborative for Academic, Social, and Emotional Learning [CASEL]. (2021). SEL: What are the core competence areas and where are they promoted?. https://casel.org/sel-framework/

Del Prette, Zilda A. P., & Del Prette, A. (2021). Social Competence and Social Skills: A Theoretical and Practical Guide. Springer.

Devi, S., & Jyoti, M. (2022). A Study of Social Competency of Secondary School Student in Relation to Social Skill. International Journal of Indian Psychȯlogy, 10(3), 1402-1406.

Flogie A., Aberšek B., & Pesek, I. (2019). The impact of innovative learning environments on social competences of youth. Research in Learning Technology, 27, 1-14. https://doi.org/10.25304/rlt.v27.2214

Priti, & Rani, R. (2018). Social Competency among 9th Grade Students in Relation to their Self Perception. International Journal of Scientific Research in Science and Technology, 4(2), 665-667.

Shaffer, D.R. (2000). Social and personality development (4th ed.). Wadsworth.

Western Australian Department of Education. (2018). Domain Guide: Social Competence. https://www.education.sa.gov.au/docs/early-years/aedc/aedc-sa-domain-guide-social-competence.pdf

Zhukova, O. A. (2018). Social competence: the components and the functions. International Academy Journal Web of Scholar, 9(27), 22-29. https://doi.org/10.31435/rsglobal_wos/30092018/6125

Zwaans, A., Van Der Veen, I., Volman, M., & Ten Dam, G. (2008). Social competence as an educational goal: The role of the ethnic composition and the urban environment of the school. Teaching and teacher education, 24(8), 2118-2131.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

29-07-2025

รูปแบบการอ้างอิง

เทพกสิกุล ส., เจริญกุล น. . ., & ศิริบรรณพิทักษ์ พ. . (2025). ระดับสมรรถนะทางสังคมของนักเรียน โรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตามการรับรู้ของครู. วารสารวิชาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า, 12(1), 46–59. สืบค้น จาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/CRMA_HUSO/article/view/280631