ปัจจัยที่มีผลต่อการคงอยู่ในงานของพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง
คำสำคัญ:
พยาบาลวิชาชีพ,การคงอยู่ในงาน, ลักษณะของงาน, สัมพันธภาพผู้ร่วมงาน,รูปแบบภาวะผู้นำของหัวหน้าหอผู้ป่วยแบบแลกเปลี่ยนบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยเชิงพยากรณ์มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับการคงอยู่ในงานของพยาบาลวิชาชีพ และปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการคงอยู่ในงานของพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในเขตกรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างเป็นพยาบาลวิชาชีพจำนวน 106 คนที่คัดเลือกมาด้วยวิธีการสุ่มอย่างง่าย เก็บรวบรวมข้อมูลระหว่างเดือนมีนาคม-มิถุนายน 2560 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม ข้อมูลทางด้านประชากร และแบบสอบถามอีก 4 ชุด เกี่ยวกับ สัมพันธภาพกับผู้ร่วมงาน ลักษณะงาน ภาวะผู้นำแบบแลกเปลี่ยน และการคงอยู่ในงานของพยาบาลวิชาชีพ โดยมีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามเท่ากับ 0.75, 0.78, 0.87 และ 0.80 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบมีขั้นตอน ผลจากการวิจัยพบว่า พยาบาลวิชาชีพมีค่าคะแนนเฉลี่ยการคงอยู่ในองค์กรอยู่ในระดับสูง ( = 12.13 , SD = 0.665) ปัจจัยทั้ง 3 ตัวคือ สัมพันธภาพกับผู้ร่วมงาน ลักษณะงาน และภาวะผู้นำแบบแลกเปลี่ยน มีความสัมพันธ์กับการคงอยู่ในงาน ในระดับต่ำ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r= .453, p <.01 : r = .302, p < .01, r =.259, p <.01) ส่วนเรื่องปัจจัยทำนายพบว่า มีเพียงตัวแปรเดียวคือ สัมพันธภาพกับผู้ร่วมงาน ที่สามารถทำนายการคงอยู่ในงานของพยาบาลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (ß= .42, p <.01) จากผลการวิจัยนี้มีข้อเสนอแนะว่า ผู้บริหารการพยาบาลควรมียุทธวิธีในการส่งเสริมสัมพันธภาพระหว่างกลุ่มเพื่อนและผู้ร่วมงานของพยาบาล เพื่อการคงอยู่ในงานของพยาบาลวิชาชีพ