การมีส่วนร่วมในการจัดการป่าชุมชนโคกใหญ่ของประชาชนอำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม
คำสำคัญ:
การมีส่วนร่วม, การจัดการป่าชุมชน, ป่าชุมชนโคกใหญ่บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาระดับการมีส่วนร่วมในการจัดการป่าชุมชนโคกใหญ่ของประชาชน 2. เพื่อเปรียบเทียบการมีส่วนร่วมในการจัดการป่าชุมชนโคกใหญ่ของประชาชนที่มีความแตกต่างทางด้านเพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ รายได้ต่อเดือน และระยะเวลาที่อยู่ในชุมชน และ 3. เพื่อศึกษาข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการมีส่วนรวมในการจัดการป่าชุมชนโคกใหญ่ของประชาชนอำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม เป็นการวิจัยแบบเชิงปริมาณ มีเครื่องมือในการวิจัย คือ แบบสอบถาม โดยมีกลุ่มตัวอย่าง คือ ประชาชนที่ตั้งอยู่รอบบริเวณป่าชุมชนโคกใหญ่ของอำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม จำนวน 372 คน ที่ได้มาจากการใช้สูตรทาโร ยามาเน่ (1973) แล้วทำการสุ่มตัวอย่างแบบ 2-Stage Sampling ซึ่งเป็นวิธีที่ประชากรแต่ละหน่วยมีโอกาสถูกสุ่มมาเป็นกลุ่มตัวอย่างเท่า ๆ กัน เพื่อเป็นการกระจายกลุ่มตัวอย่างและครอบคลุมในแต่ละจังหวัด ผู้วิจัยใช้วิธีสุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิ โดยการกำหนดสัดส่วนแล้วใช้วิธีสุ่มแบบอย่างง่าย แล้วนำข้อมูลที่รวบรวมได้จากแบบสอบถามมาวิเคราะห์โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ประกอบด้วย ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และเปรียบเทียบโดยการทดสอบค่าที (t-test) และการทดสอบค่าสถิติค่าเอฟ (F-test) ผลการวิจัยพบว่า 1) ระดับการมีส่วนร่วมในการจัดการป่าชุมชนโคกใหญ่ของประชาชนอำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม โดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับมากที่สุด (x̅= 4.54, S.D. = 0.27) 2) การเปรียบเทียบการมีส่วนร่วมในการจัดการป่าชุมชนโคกใหญ่ของประชาชนอำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม พบว่าประชาชนที่มีเพศแตกต่างกัน มีส่วนร่วมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนประชาชนที่มีอายุ ระดับการศึกษา อาชีพ รายได้ต่อเดือน และระยะเวลาที่อยู่ในชุมชนแตกต่างกันมีส่วนร่วมไม่แตกต่างกัน และ 3) ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการมีส่วนรวมในการจัดการป่าชุมชนโคกใหญ่ของประชาชนอำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม พบว่า ควรสร้างจิตสำนึก จัดอบรมให้ความรู้ จัดทำป้ายประชาสัมพันธ์ข้อบังคับและจัดระเบียบการใช้ป่าชุมชน และแผนพัฒนาการจัดการป่าชุมชนร่วมกันทุกภาคที่เกี่ยวข้อง
เอกสารอ้างอิง
ก้องเกียรติ เต็มจำนวน. (2565). รูปแบบการจัดการป่าชุมชนโดยการมีส่วนร่วมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน จังหวัดมหาสารคาม. (วิทยานิพนธ์). สาขาวิชาวัฒนธรรมศาสตร์ มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
เดือนนภา ภู่ทอง. (2561). การจัดการป่าชุมชนเพื่อความยั่งยืน โดยการใช้กระบวนการมีส่วนร่วมสาธารณะและจารีตประเพณีท้องถิ่นในพื้นที่ภาคเหนือ. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยรังสิต
ถวิลวดี บุรีกุล และคณะ. (2551). การมีส่วนร่วม แนวคิด ทฤษฎีและกระบวนการ. นนทบุรี: สถาบันพระปกเกล้า.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 10 ฉบับปรับปรุงใหม่). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
ปาณิศา คงสมจิตต์. (2558). ความสำคัญของป่าไม้. สืบค้นเมื่อ 16 มกราคม 2568, จาก https://rae.mju.ac.th/openFile.aspx?id=OTkyMjc
มูลนิธิโครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน. (2563). สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน เล่มที่ 21. กรุงเทพฯ: มูลนิธิโครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน.
รณกฤต จักรเงิน. (2560). การมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการป่าชุมชนบ้านหนอง ตำบลศรีษะเกษ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน. (วิทยานิพนธ์). สาขาวิชาเกษตรศาสตร์และสหกรณ์ นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
ราชกจิจานุเบกษา. (2562). ฉบับกฤษฎีกา. เล่ม 136 ตอนที่ 71ก.
ศรีประไพร คุ้มศัตรา. (2559). การมีส่วนร่วมของประชาชนในการอนุรักษ์ป่าชุมชน: ศึกษากรณีตำบลช่องสะเดา อำเภอเมือง กาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์, 1(3), 59-68.
สมศักดิ์ ทวินันท์. (2564). การมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการป่าชุมชนดงมัน ตำบลค้อเหนือ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร. (วิทยานิพนธ์). สาขาวิชาเกษตรศาสตร์และสหกรณ์ นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
Cohen, J. M. and Uphoff, N. T. (1981). Rural Development Participation: Concept and Measure for Project Design Implementation and Evaluation. New York: Cornell University Press.
Taro Yamane. (1973). Statistics: An Introductory Analysis. 2rd ed. New York: Harper. and Row.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารช่อพะยอม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
