การเรียนรู้ เรื่องกฎหมายน่ารู้โดยใช้รูปแบบ QSCCS และสื่อประสมสำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
คำสำคัญ:
กฎหมายน่ารู้, รูปแบบ QSCCS, สื่อประสมบทคัดย่อ
การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง กฎหมายน่ารู้ โดยใช้รูปแบบ QSCCS และสื่อประสมสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 2. เพื่อศึกษาผลการเรียนรู้ของนักเรียนภายหลังได้รับการจัดการเรียนรู้ และ 3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ เป็นการวิจัยเชิงปริมาณกึ่งทดลอง มีเครื่องมือการวิจัย ประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่องกฎหมายน่ารู้ โดยใช้รูปแบบ QSCCS และสื่อประสม แบบทดสอบวัดผลการเรียนรู้ และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน โดยมีกลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านผาเวียง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 2 จำนวน 30 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยสุ่ม แล้วนำข้อมูลที่รวบรวมได้จากเครื่องมือการวิจัยมาวิเคราะห์ในสถิติการวิจัย ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ร้อยละ และการทดสอบทีแบบกลุ่มตัวอย่างเดียว ผลการวิจัยพบว่า 1) แผนการจัดการเรียนรู้มีความเหมาะสมโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (x̅= 4.55, S.D.= 0.11) 2) นักเรียนมีผลการเรียนรู้หลังเรียนเฉลี่ยเท่ากับ 351.83 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ .33 และมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ร้อยละ 70 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยมีค่า t เท่ากับ 152.77 และค่าความน่าจะเป็นเท่ากับ .000 และ 3) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (x̅= 4.68, S.D.= 0.05)
เอกสารอ้างอิง
กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน. (2567). รายงานสถิติการกระทำผิดของเด็กและเยาวชน ประจำปี 2567. กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กระทรวงยุติธรรม.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
ชญานิศ ดวงระหว้า. (2560). การจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 Steps. วารสารวิชาการครุศาสตร์, 14(2), 88–102.
ทิพรัตน์ สิทธิวงศ์ และทเนศ วงศ์นาม. (2559). การพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน (QSCCS) เพื่อเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21. วารสารศึกษาศาสตร์, 27(2), 82–95.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 10). สุวีริยาสาส์น.
พิมพ์พันธ์ เดชะคุปต์ และพเยาว์ ยินดีสุข. (2558). ทักษะการจัดการเรียนรู้แบบ QSCCS เพื่อพัฒนาการคิดและการแก้ปัญหา. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ราชกิจจานุเบกษา. (2542). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542. เล่ม 116, ตอนที่ 74 ก, 19 สิงหาคม 2542, หน้า 1-32.
โรงเรียนบ้านผาเวียง. (2567). รายงานผลการจัดการเรียนรู้วิชาสังคมศึกษา เรื่องกฎหมายน่ารู้ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปี การศึกษา 2567. โรงเรียนบ้านผาเวียง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 2.
วุฒิพงษ์ คำเนตร. (2558). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ QSCCS เพื่อส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะการคิดของผู้เรียน. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยนเรศวร: พิษณุโลก.
สุนันทา ยินดีรมย์ และคณะ. (2557). การใช้สื่อประสมเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน. วารสารวิจัยและพัฒนามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 9(2), 65–78.
สุมัทนา ดุลนีย์. (2562). การพัฒนาสื่อประสมเพื่อส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุมัทนา ดุลนีย์. (2563). การจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับสื่อประสม เพื่อส่งเสริมการคิดอย่างมีวิจารณญาณและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม: มหาสารคาม.
Bonwell, C. C., & Eison, J. A. (1991). Active learning: Creating excitement in the classroom. ASHE-ERIC Higher Education Report No. 1. George Washington University.
Mayer, R. E. (2009). Multimedia learning. (2nd ed.). Cambridge University Press.
Piaget, J. (1972). The psychology of the child. Basic Books.
Vygotsky, L. S. (1978). Mind in society: The development of higher psychological processes. Harvard University Press.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารช่อพะยอม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
