การพัฒนาประสิทธิภาพการไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางอาญา ในชั้นพนักงานสอบสวนศึกษาเฉพาะกองบัญชาการตำรวจนครบาล
DOI:
https://doi.org/10.14456/gjl.2026.2คำสำคัญ:
การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท, พนักงานสอบสวน, กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์, ประสิทธิภาพบทคัดย่อ
งานวิจัยเรื่อง การพัฒนาประสิทธิภาพการไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางอาญาในชั้นพนักงานสอบสวน ศึกษาเฉพาะกองบัญชาการตำรวจนครบาล เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัญหา อุปสรรค และแนวทางในการพัฒนาประสิทธิภาพ การไกล่เกลี่ยในเขตพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยใช้การสัมภาษณ์เชิงลึกเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มเป้าหมายด้วยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ทั้งนี้มีผู้ให้ข้อมูลรวม 20 คน ประกอบด้วย หัวหน้าสถานีตำรวจหรือหัวหน้างานสอบสวน 3 นาย, พนักงานสอบสวน 3 นาย, คู่กรณีที่สมัครใจไกล่เกลี่ย 6 คน, ผู้ไกล่เกลี่ย 3 คน, ประธานชุมชน 3 คน, และผู้ปฏิบัติงานหรือนักวิชาการด้านยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ 2 คน ผลการวิจัยพบว่า ปัญหาและอุปสรรคสำคัญในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล มี 5 ประเด็นหลัก ได้แก่ ปัญหาที่เกิดจาก 1) พนักงานสอบสวน 2) ผู้ไกล่เกลี่ยคดีอาญา 3) คู่กรณี 4) เอกสารและแบบฟอร์มที่ซับซ้อน และ 5) พระราชบัญญัติการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พุทธศักราช 2562 ในเรื่องอายุความที่ใช้ในการไกล่เกลี่ย ทั้งนี้ มีแนวทางในการแก้ไขและพัฒนาประสิทธิภาพให้เหมาะสม ดังนี้ 1) พัฒนาประสิทธิภาพพนักงานสอบสวนและผู้ไกล่เกลี่ยในด้านความรู้และทักษะ 2) นำระบบเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการไกล่เกลี่ย 3) บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ 4) พัฒนากฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการแก้ไขเรื่องอายุความให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับคดีแพ่ง เพื่อให้ผู้เสียหายมีระยะเวลาที่เพียงพอในการดำเนินกระบวนการไกล่เกลี่ย
Downloads
เอกสารอ้างอิง
ณรงค์ ใจหาญ. (2554). กระบวนการยุติธรรมทางเลือกและกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์. วารสารวิชาการคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ, (1), 44.
ระบบสารสนเทศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ. (2563). CRIMES. http://gis.police.go.th/home
รัฐกร คลังสมบัติ.(2552). กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์กับการไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางอาญาในชั้นพนักงานสอบสวน [วิทยานิพนธ์หลักสูตรปริญญานิติศาสตรมหาบัณฑิต]. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วิชัย ช้างหัวหน้า. (2550). รายงานฉบับสมบูรณ์ เรื่องการนำหลักความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ไปใช้ในการประนอมข้อพิพาทในคดีอาญา: ศึกษากรณีศาลอาญา. สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม.
สัมพันธ์ เตชะอธิก. (2527). การมีส่วนร่วมของประชาชน: เป้าหมายของการพัฒนาชนบทและสาธารณสุขมูลฐาน. ใน คมสัน หุตะแพทย์ (บรรณาธิการ), รวมบทความด้านการพัฒนาสังคมขององค์กรพัฒนาเอกชน, 31–53.
สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา. (2521). รวมคำบรรยาย.
สุภัทรา กรอุไร. (2543). การประนอมข้อพิพาททางอาญา [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
American Probation and Parole Association. (2000). Community justice. http://www.appa-net.org/eweb/docs/appa/pubs/TPP.pdf
Braithwaite, J. (n.d.). Restorative Justice. https://johnbraithwaite.com/wp-content/uploads/2021/07/Restorative-Justice2.pdf
Christiansen, K. O. (1973). Some considerations on the possibility of a rational criminal policy. UNAFEI.
Cunningham, J. (1972). Citizen participation. Public Administration Review, 32(5), 598-601.
Denning, A. (1995). The road to justice. Carswell Co.
Mandel, P. E. (1982). Community participation. UNICEF.
Merriam-Webster. (n.d.). Word. In Merriam-Webster.com dictionary. https://www.merriam-webster.com/dictionary/word
Spring Publishing. (n.d.). Restorative Justice as a Social Movement.
https://connect.springerpub.com/content/book/978-0-8261-2259-9/chapter/ch01
Zehr, H. (2002). The little book of restorative justice. Good Books.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการบริหารปกครอง มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.




