ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกผู้นำสตรีในเขตเทศบาลตำบลสังขะ อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์

ผู้แต่ง

  • พิศาล ตุ้มนาค นักศึกษาหลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
  • จิรายุ ทรัพย์สิน รองศาสตราจารย์ อาจารย์ที่ปรึกษาหลัก มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
  • ชัย สมรภูมิ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์

DOI:

https://doi.org/10.14456/gjl.2026.5

คำสำคัญ:

ผู้นำสตรี, การเลือกตั้ง, การเมืองท้องถิ่น, สตรีกับการเมือง

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกผู้นำสตรี 2) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกผู้นำสตรีกับการเลือกผู้นำสตรี และ 3) นำเสนอแนวทางการพัฒนาปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกผู้นำสตรี ใช้วิธีวิจัยแบบผสมผสาน การวิจัยเชิงปริมาณเก็บข้อมูลจากประชาชนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 2,521 คน หาจำนวนเฉลี่ยประชากร ด้วยสูตรของยามาเน่ ได้จำนวนกลุ่มตัวอย่าง เท่ากับ 345 ราย ด้วยแบบสอบถามที่มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ 0.962 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการถดถอยพหุคูณ ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพใช้การสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลสำคัญ 16 คน แบบเจาะจง วิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า  1. ประชาชนมีความคิดเห็นต่อปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกผู้นำสตรี โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย = 3.70)  2. ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์พบว่าปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกผู้นำสตรีโดยภาพรวม มีความสัมพันธ์อยู่ในระดับสูง (เท่ากับ 0.945) ปัจจัยทั้ง 4 ด้าน (ด้านตัวผู้สมัครสตรี, ด้านสังคมและวัฒนธรรม, ด้านการเมืองและสถาบัน, ด้านการสื่อสารและการประชาสัมพันธ์) สามารถร่วมกันอธิบายการเลือกผู้นำสตรีได้ ร้อยละ 61.80 (R2 = 0.618)  3. เสนอแนวทางการพัฒนาปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกผู้นำสตรี ได้แก่ 1) ควรส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพด้านภาวะผู้นำ  2) หน่วยงานรัฐควรจัดอบรมและสร้างแรงจูงใจให้สตรีเข้ามามีบทบาททางการเมือง  3) ควรใช้สื่อสังคมออนไลน์เผยแพร่ข้อมูลที่เป็นประโยชน์และสร้างสรรค์ (Informative and positive content) 4) ควรรณรงค์สร้างค่านิยมใหม่ที่เปิดกว้างและให้เกียรติสตรีในบทบาทผู้นำ และ 5) ควรพัฒนาระบบพี่เลี้ยง (Mentor) เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์จากผู้นำสตรีรุ่นก่อนสู่รุ่นใหม่

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

ชวลิต ชูกำแพง. (2550). การวิเคราะห์ข้อมูลในการวิจัยทางสังคมศาสตร์. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

เทศบาลตำบลสังขะ. (2568). ข้อมูลพื้นฐาน. https://sangkhacity.go.th/

ธนากร อึ้งอัมพรวิไล. (2563). ปัจจัยในการเลือกนักการเมืองท้องถิ่นของประชาชนในเขตตำบลบางกะดี [การค้นคว้าอิสระปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

นรากร งาคชสาร. (2556). ระเบียบวิธีวิจัยทางสังคมศาสตร์. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

บุญชม ศรีสะอาด. (2552). การแปลความหมายของค่าเฉลี่ยโดยยึดเกณฑ์. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม. https://fulltext.rmu.ac.th/fulltext/2559/118093/ch3.pdf

พิมพพันธุ์ ศรีพิพิธ. (2560). การศึกษาคุณลักษณะของการเมืองสตรีไทยในระดับท้องถิ่น [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

ไพศาล วรคำ. (2561). หลักการวิจัยทางสังคมศาสตร์. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ภูวิชญ์พงษ์ ศรีกิจรุ่งเรือง. (2565). การศึกษาปัจจัยในการเลือกนักการเมืองท้องถิ่นของประชาชนในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลเทศบาลเมืองคลองมะเดื่อ จังหวัดสมุทรสาคร [การค้นคว้าอิสระปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560. (2560, 6 เมษายน). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 134 ตอนที่ 40 ก, หน้า 1.

รุ่งทิวา เขื่อนแก้ว. (2559). สตรีกับการบริหารจัดการด้านการเมืองการปกครองท้องถิ่น กรณีศึกษาในเขตพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยแม่โจ้.

วสันต์ ธานิสพงษ์. (2565). การศึกษาบทบาทของผู้นำในการพัฒนาท้องถิ่น กรณีศึกษา ร.ต.ท.คมพัชญ์ ทักษิณ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนนทรีย์ และนายเสรี สำราญจิตร นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ่อพลอย อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด [การค้นคว้าอิสระปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

ศิกัญญา อยู่เมือง. (2562). การพัฒนาบทบาททางการเมืองในการมีส่วนร่วมทางการเมืองของสตรีระดับท้องถิ่นในเขตอำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยบูรพา.

ศิริพร ปิ่นล่ม. (2559). การมีส่วนร่วมทางการเมือง วัฒนธรรมทางการเมือง ความไม่เท่าเทียมกันทางด้านเพศ และความก้าวหน้าในอาชีพที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของการเข้าสู่เส้นทางการเมืองของสตรี [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา.

สมบัติ ท้ายเรือคำ. (2553). สถิติหาค่าความสอดคล้องของแบบสอบถาม. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. https://www.mcu.ac.th/article/detail/14329

สุทธินันท์ สุวรรณวิจิตร. (2564). บทบาททางการเมืองของนักศึกษาสตรีไทย [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

เอมวดี กาฬภักดี. (2560). ปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกตั้งนายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลหนองกระทุ่ม อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี: ศึกษาเฉพาะกรณีการเลือกตั้ง [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

Likert, R. (1932). A technique for the measurement of attitudes [Doctoral dissertation]. Columbia University.

Pearson, K. (1920). Notes on the history of correlation. Biometrika, 13(1), 25–45. https://doi.org/10.2307/2331744

Plato. (1973). The republic (P. Shorey, Trans.). Princeton University Press.

Raymond, J. B. (1972). Fundamental of leadership readings. Addison-Wesley Publishing.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-06-02

รูปแบบการอ้างอิง

ตุ้มนาค พ. ., ทรัพย์สิน จ. ., & สมรภูมิ ช. . (2026). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกผู้นำสตรีในเขตเทศบาลตำบลสังขะ อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์. วารสารการบริหารปกครอง มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์, 15(1), 75–98. https://doi.org/10.14456/gjl.2026.5