การดำเนินการก่อนฟ้องคดีปกครอง:ศึกษากรณีหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร

ผู้แต่ง

  • นิรัชรา พงศ์อาจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ คณะนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

DOI:

https://doi.org/10.14456/gjl.2026.16

คำสำคัญ:

คดีปกครอง, การดำเนินการก่อนฟ้องคดี, การละเลยต่อหน้าที่, การปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกินสมควร

บทคัดย่อ

บทความนี้มุ่งศึกษาปัญหาการดำเนินการก่อนฟ้องคดีปกครองในกรณีที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ หรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (2) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 โดยพิจารณาถึงสภาพปัญหาที่กฎหมายไทยมิได้บัญญัติกำหนดขั้นตอนกรณีดังกล่าวไว้อย่างชัดเจน แตกต่างจากคดีปกครองบางประเภทที่กฎหมายได้กำหนดวิธีการดำเนินการก่อนฟ้องไว้โดยเฉพาะแล้ว การขาดบทบัญญัติที่ชัดเจนดังกล่าวส่งผลให้ปรากฏความแตกต่างในทางปฏิบัติ กล่าวคือผู้ฟ้องคดีไม่อาจทราบว่าตนสามารถนำคดีขึ้นสู่ศาลปกครองได้โดยตรง หรือ ผู้ฟ้องคดีต้องมีหนังสือแจ้งหรือยื่นคำขอให้หน่วยงานทางปกครองดำเนินการตามที่ตนต้องการเสียก่อน เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ฝ่ายปกครองได้ตรวจสอบ และแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนหรือเสียหายก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาล ความไม่สอดคล้องดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงความไม่ชัดเจนทางกฎหมาย ส่งผลถึงแนวทางการปฏิบัติของผู้ต้องการฟ้องคดี  ซึ่งอาจกระทบต่อสิทธิของประชาชนในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมทางปกครองได้ บทความนี้วิเคราะห์ถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องและแนวคำวินิจฉัยของศาลปกครอง  พร้อมทั้งศึกษากฎหมายสาธารณรัฐฝรั่งเศสเป็นกรณีเปรียบเทียบ โดยเฉพาะหลักการละเลยต่อหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย โดยกฎหมายสาธารณรัฐฝรั่งเศสมีการกำหนดแนวทางและขั้นตอนการดำเนินการก่อนฟ้องคดีที่ชัดเจนและเป็นระบบ คดีประเภทที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐละเลยต่อหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควรนั้น ต้องยื่นคำร้องต่อฝ่ายปกครอง เพื่อขอให้ดำเนินการตามหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดก่อนการฟ้องคดี  เพื่อเสริมสร้างความแน่นอนทางกฎหมาย  และคุ้มครองสิทธิของประชาชนในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมทางปกครองอย่างเหมาะสม

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

ฤทัย หงสส์สิริ. (2555). หลักกฎหมายปกครอง. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ: สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา.

ทศพร แสนสวัสดิ์. (2568). กฎหมายปกครอง พร้อมคำอธิบายมาตราที่สำคัญของพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: วิญญูชน.

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542

พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539

วนิดา แสงสารพันธ์. (2560). หลักกฎหมายปกครองและวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง. กรุงเทพฯ: วิญญูชน.

วรพจน์ วิศรุตพิชญ์. (2551). คดีปกครองเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: วิญญูชน.

สุริยา ปานแป้น. (2567). คู่มือสอบกฎหมายปกครอง. พิมพ์ครั้งที่ 17. กรุงเทพฯ: วิญญูชน.

Code de justice administrative art. R.421-1

Code des relations entre le public et l’administration art. L.231-1, L.231-4

Chapus, René. (2001). Droit administratif général. 15e éd. Paris: LGDJ.

Cornu, Gérard (dir.). (2016). Vocabulaire juridique. Paris: PUF.

Frier, Pierre-Laurent, & Petit, Jacques. (2017). Droit administratif. Paris: LGDJ.

Parinet-Hodimont, Pauline. (2017). La carence de l’administration. Thèse de doctorat, Université François-Rabelais de Tours.

Rivero, Jean, & Waline, Jean. (2018). Droit administratif. Paris: Dalloz.

Seurot, Laurent. (2020). La responsabilité du fait des dommages accidentels causés aux tiers par un ouvrage public. Revue du droit public, 2020/5, p. 1267–1293.

Sordet, Julien. (2019). La carence de l’administration en droit administratif français. Thèse de doctorat, Université d’Orléans.

Truchet, Didier. (2021). Droit administratif. 10e éd. Paris: Presses Universitaires de France (PUF).

Legifrance. (n.d.). Retrieved from https://www.legifrance.gouv.fr

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-06-03

รูปแบบการอ้างอิง

พงศ์อาจารย์ น. (2026). การดำเนินการก่อนฟ้องคดีปกครอง:ศึกษากรณีหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร. วารสารการบริหารปกครอง มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์, 15(1), 297–318. https://doi.org/10.14456/gjl.2026.16