จากอุดมการสู่การสร้างการตลาดเชิงประสบการณ์: อั๋น สโลบาร์ เรื่องเล่าผู้ประกอบการร้านกาแฟในสุสาน

Main Article Content

สรัช ทองงาม
อภิชา เชี่ยวเวช
ธนวันต์ พัฒนสิงห์
ลักษณา บุญเฉลิม
พิทักษ์ ศิริวงศ์

บทคัดย่อ

การวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพที่มุ่งเน้นการวิเคราะห์การนำอุดมการณ์และปรัชญาของผู้ประกอบการมาสร้างเป็นแนวคิดในการดำเนินธุรกิจร้านกาแฟ และการสร้างประสบการณ์ทางการตลาดที่เป็นเอกลักษณ์ในบริบทของร้านกาแฟในสุสาน โดยใช้วิธีการวิจัยแบบเรื่องเล่า (Narrative Inquiry) ผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึกและการสังเกตการณ์ โดยมีผู้ให้ข้อมูลหลัก (Key informant) ได้แก่ ผู้ประกอบการร้านกาแฟ อั๋น สโลบาร์


ผลการวิจัยพบว่า ผู้ประกอบการได้นำอุดมการณ์เรื่องการยอมรับความเป็นจริงของชีวิต การเชื่อมโยงกับธรรมชาติ การตระหนักรู้ถึงความหมายของชีวิตและความตาย รวมถึงการใช้ชีวิตอย่างช้ามาเป็นแกนหลักในการสร้างประสบการณ์ที่แตกต่าง การเลือกสุสานเป็นที่ตั้งร้านสะท้อนถึงปรัชญาที่มุ่งเน้นการตระหนักรู้ถึงคุณค่าของเวลาและชีวิต การสร้างประสบการณ์ทางการตลาดมุ่งเน้นการสร้างบรรยากาศที่สงบ เรียบง่าย และเชื่อมโยงกับธรรมชาติ มีการคัดสรรวัตถุดิบอย่างพิถีพิถันจากแหล่งผลิตที่ยั่งยืน และให้บริการแบบไม่เร่งรีบอุดมการณ์ของผู้ประกอบการสะท้อนผ่านทุกมิติของการดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่การสร้างสรรค์ร้าน การให้บริการไปจนถึงการสร้างปฏิสัมพันธ์ แม้จะเผชิญความท้าทายในการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับอุดมการณ์และแนวคิด แต่ผู้ประกอบการได้ใช้วิธีการสื่อสารโดยตรงและการสื่อสารผ่านสังคมออนไลน์เป็นเครื่องมือสำคัญในการสื่อสารปรัชญาและสร้างการรับรู้ มีวิสัยทัศน์ในการขยายพื้นที่ให้เป็นคอมมูนิตี้
แห่งความสงบ เพื่อการเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ การศึกษานี้แสดงให้เห็นถึงการบูรณาการอุดมการณ์ส่วนบุคคลเข้ากับการดำเนินธุรกิจและการสร้างประสบการณ์ทางการตลาดที่มีเอกลักษณ์ไม่เพียงสร้างความแตกต่างในทางการตลาดแต่ยังส่งเสริมการตระหนักรู้และการใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ทองงาม ส., เชี่ยวเวช อ., พัฒนสิงห์ ธ. ., บุญเฉลิม ล. ., & ศิริวงศ์ พ. . (2025). จากอุดมการสู่การสร้างการตลาดเชิงประสบการณ์: อั๋น สโลบาร์ เรื่องเล่าผู้ประกอบการร้านกาแฟในสุสาน. วารสารวิทยาลัยดุสิตธานี, 19(1), 75–88. สืบค้น จาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/journaldtc/article/view/278884
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

Altman, I. and Low, S. M. (1992). Place attachment. New York: Plenum Press.

Braun, V. and Clarke, V. (2006). Using thematic analysis in psychology. Qualitative Research in Psychology, 3(2), 77-101.

Flick, U. (2018). An introduction to qualitative research. (6th ed.). London: SAGE Publications.

Fog, K., Budtz, C. and Yakaboylu, B. (2005). Storytelling: Branding in practice. Berlin: Springer-Verlag.

Lakariya, C and Khemakhunasai, P. (2020). Knowledge Synthesis from the Studies in Thailand about “Culture of Consumerism” for lately 22 years (1995 - 2017). INTHANINTHAKSIN JOURNAL. 15(1), 9-22.

Limjaroen, A. (2022). A study of attitude and behaviors of consumers, pour over coffee and Use the slow bar coffee shop in phetburi, phetchaburi province. (Master's Thesis, College of Management). Mahidol University.

Pine, B. J. and Gilmore, J. H. (1999). The experience economy: Work is theatre and every business a stage. MA: Harvard Business School Press.

Prahalad, C. K. and Ramaswamy, V. (2004). The future of competition: Co-creating unique value with customers. MA: Harvard Business School Press.

Ramaswamy, V. and Ozcan, K. (2018). What is co-creation? An interactional creation framework and its implications for value creation. Journal of Business Research, 84(1), 196-205.

Ritzer, G. (2022). The McDonaldization of society: Into the digital age. (10th ed.). CA: SAGE Publications.

Sarinthorn, R. (2001) Coffee shop: meaning in Thai culture in the era of consumerism. (Master's Thesis, Faculty of Liberal Arts). Thammasat University.

Somboon, R. (2024). Give us another 3 years for "Panthai" coffee to be breathing down the neck of "Cafe Amazon" with 5,000 branches and a 40% market share. Retrieved from https://www.brandage.com/article/41012