ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของธุรกิจโรงแรมขนาดเล็ก และขนาดกลางที่ดำเนินการ โดยครอบครัวในเมืองพัทยา
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อใช้ 7S ในการศึกษา ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของโรงแรมที่บริหารจัดการโดยครอบครัว 2) เพื่อศึกษาการดำเนินธุรกิจของโรงแรมขนาดเล็กและขนาดกลาง 3) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่ใช้ในการบริหารจัดการ และความสำเร็จของโรงแรมที่ดำเนินกิจการโดยครอบครัว เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจต่อไป
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ได้แก่ ผู้ประกอบการ ผู้จัดการ หรือพนักงานในระดับการบริหารจัดการในโรงแรมขนาดเล็กและขนาดกลางในพัทยา จำนวน 200 ตัวอย่าง สำหรับการศึกษาเชิงปริมาณ จากแบบสอบถาม นักวิจัยใช้ค่าความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามกับวัตถุประสงค์ (IOC) เพื่อประเมินแบบสอบถามเพื่อทดสอบความเที่ยงตรงตามเนื้อหา และการทดลองใช้กับกลุ่มย่อย (Pilot Study) เพื่อวิเคราะห์ความเชื่อมั่นของแบบสอบถามดัชนีความเชื่อถือวัดจากการคำนวนสูตรอัลฟาของครอนบาค (Cronbach’s alpha) ผลของการคำนวณคือ 0.915 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าร้อยละ ความถี่ ค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน สมมุติฐานได้รับการทดสอบโดยใช้สถิติเชิงสหสัมพันธ์ (Correlation Statistics)
ผลสรุปการวิจัยได้ดังนี้ 1) ค่านิยมร่วมไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจ แต่กลยุทธ์ที่สำคัญคือทักษะความสามารถของพนักงานเป็นปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ คำตอบส่วนใหญ่ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า ทักษะของพนักงานเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญที่สุดเพราะความสามารถในการทำงานและประสบการณ์อันเป็นความสามารถเฉพาะบุคคลจึงเป็นจุดแข็งที่ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้ รองลงมาคือกลยุทธ์ที่นำมาปรับใช้ให้เข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบันและปัจจัยที่มีความสำคัญน้อยที่สุดคือ โครงสร้างขององค์การ 2) โรงแรมมีต้นกำเนิดมาจากวัฒนธรรมและสังคมในสมัยก่อนจึงทำให้จำนวนของนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น เป็นผลให้ผู้ประกอบการต่าง ๆ ให้ความสนใจในธุรกิจนี้มากขึ้น 3) ผู้ประกอบการโรงแรมรับรู้เกี่ยวกับปัจจัยของความสำเร็จ แม้ว่าพวกเขาอาจจะไม่ได้ใช้ประโยชน์จากปัจจัยเหล่านี้ในการสร้างเครื่องมือสำหรับทำกลยุทธ์ทางธุรกิจ
Article Details
นโยบายการพิจารณากลั่นกรองบทความ
- บทความวิจัยและบทความวิชาการทุกเรื่องที่จะได้รับการตีพิมพ์ต้องผ่านการพิจารณากลั่นกรองโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) ในสาขาที่เกี่ยวข้อง จำนวน 3 ท่าน/บทความ
- บทความ ข้อความ ภาพประกอบและตารางประกอบที่ลงตีพิมพ์ในวารสารเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป และไม่มีส่วนรับผิดชอบใด ๆ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว
- บทความที่จะได้รับการตีพิมพ์จะต้องไม่เคยตีพิมพ์ เผยแพร่ที่ใดมาก่อน และไม่อยู่ระหว่างการพิจารณาของวารสารฉบับอื่น หากตรวจสอบพบว่ามีการตีพิมพ์ซ้ำซ้อน ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว
- บทความใดที่ผู้อ่านเห็นว่าได้มีการลอกเลียนหรือแอบอ้างโดยปราศจากการอ้างอิง หรือทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นผลงานของผู้เขียน กรุณาแจ้งให้กองบรรณาธิการวารสารทราบจะเป็นพระคุณยิ่ง
เอกสารอ้างอิง
(F.a. Center, Ed.) Arip Public ompany Limited.
Abdullah, A. A., & Hamdan, H. M. (2012). Internal Success factor of Hotel Occupancy Rate. International Journal of Business and Social Sciences, 3 (22), 199.
Gee. C, Makens. J, Choy. D, (1984), The Travel Industry, 2nd ed.. Van Nostrand Reinhold,
New York.
La Porta, R., Lopez De Silanes, F., & Shleifer, A. (1999). Corporate ownership around the world. Finance, 471-517.
Lemon Grass Retreat, (2015). Hotel’s Work Position.
Lockyer, T. (2005). The Perceived Importance of Price as One Hotel Selection Dimension. Tourism Management, 26 (4), 529-537.
Netnapha Waithayalertsak (2006). Investors and Family Businesses before and after Economic crisis in 1997. Bangkok: Chulalongkorn University.
Peters, T. (2011, 01 09). A Brief History of the 7-S ("McKinsey 7-S") Model. Golden Bay, New Zealand.
Stock Exchange of Thailand. (2007). Fact Book. Statistics for Real Estate. Bangkok: Stock Exchange of Thailand.