ปัจจัยที่ส่งผลต่อการรับรู้ข้อมูลการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มรายได้ปานกลาง และรายได้ต่ำ ที่เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษาวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์การวิจัยเพื่อ 1) เพื่อศึกษาพฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวจีนกลุ่มรายได้ปานกลางและรายได้ต่ำ (กลุ่ม Second Tier และ Third Tier) ที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย 2) เพื่อศึกษาพฤติกรรมการเปิดรับข้อมูลการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวจีนกลุ่มรายได้ปานกลางและรายได้ต่ำ (กลุ่ม Second Tier และ Third Tier) ที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย 3) เพื่อเปรียบเทียบการรับรู้ข้อมูลการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มรายได้ปานกลางและรายได้ต่ำ (กลุ่ม Second Tier และ Third Tier) ที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย 4) เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการรับรู้ข้อมูลการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวจีนกลุ่มรายได้ปานกลางและรายได้ต่ำ (กลุ่ม Second Tier และ Third Tier) ที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) และการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาประกอบด้วย 1) นักท่องเที่ยวชาวจีนกลุ่มรายได้ปานกลางและรายได้ต่ำที่เดินทางมาในประเทศไทย จำนวน 500 คน 2) มัคคุเทศก์ที่นำเที่ยวนักท่องเที่ยวจีนหรือบริษัทนำเที่ยวนักท่องเที่ยวชาวจีนในประเทศไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หอการค้าจังหวัด ผู้ประกอบการโรงแรม ผู้ประกอบร้านขายของที่ระลึก ผู้ประกอบการร้านอาหาร จำนวน 15 คน
เครื่องมือการวิจัยประกอบด้วย แบบสัมภาษณ์ แบบสอบถาม และข้อมูลเอกสาร การวิเคราะห์ ผู้วิจัยได้ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลในเชิงคุณภาพ จากข้อมูลเอกสารและแบบสัมภาษณ์โดยนำไปใช้ในการสัมภาษณ์เชิงลึก ตลอดจนใช้การวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) และการสังเคราะห์เชิงระบบ (Systematic Synthesis) การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณจากแบบสอบถามใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ สถิติที่ใช้ประกอบด้วย สถิติพรรณนา ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติการทดสอบไคสแควร์ ค่าสถิติ t-test การทดสอบความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่าง 2 กลุ่มตัวอย่าง วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของตัวแปรสถิติ Multiple Regression
ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อการรับรู้ข้อมูลการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวจีนกลุ่มรายได้ปานกลางและรายได้ต่ำ (กลุ่ม Second Tierและ Third Tier) ที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย 1) พฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวจีนกลุ่มรายได้ปานกลางและรายได้ต่ำ (กลุ่ม Second Tier และ Third Tier) ที่เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย มีความแตกต่างกัน ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 2) พฤติกรรมการเปิดรับข้อมูลของนักท่องเที่ยวชาวจีนกลุ่มรายได้ปานกลางและรายได้ต่ำ (กลุ่ม Second Tier และ Third Tier) ที่เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย มีความแตกต่างกัน ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 3) เพื่อเปรียบเทียบการรับรู้ข้อมูลการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มรายได้ปานกลางและรายได้ต่ำ (กลุ่ม Second Tier และ Third Tier) ที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย มีความแตกต่างกัน ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 4) ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการรับรู้ข้อมูลการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวจีนกลุ่มรายได้ปานกลางและรายได้ต่ำ (กลุ่ม Second Tier และ Third Tier) ที่เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย มีความแตกต่างกัน ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05
Article Details
นโยบายการพิจารณากลั่นกรองบทความ
- บทความวิจัยและบทความวิชาการทุกเรื่องที่จะได้รับการตีพิมพ์ต้องผ่านการพิจารณากลั่นกรองโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) ในสาขาที่เกี่ยวข้อง จำนวน 3 ท่าน/บทความ
- บทความ ข้อความ ภาพประกอบและตารางประกอบที่ลงตีพิมพ์ในวารสารเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป และไม่มีส่วนรับผิดชอบใด ๆ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว
- บทความที่จะได้รับการตีพิมพ์จะต้องไม่เคยตีพิมพ์ เผยแพร่ที่ใดมาก่อน และไม่อยู่ระหว่างการพิจารณาของวารสารฉบับอื่น หากตรวจสอบพบว่ามีการตีพิมพ์ซ้ำซ้อน ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว
- บทความใดที่ผู้อ่านเห็นว่าได้มีการลอกเลียนหรือแอบอ้างโดยปราศจากการอ้างอิง หรือทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นผลงานของผู้เขียน กรุณาแจ้งให้กองบรรณาธิการวารสารทราบจะเป็นพระคุณยิ่ง
เอกสารอ้างอิง
Leadershipin Organizations.2nd ed. Englewood Cliffs, NJ : Prentice-. Hall.
2. China National Tourism Administration.(2015).China tourism experts and tourism scholars. China National Tourism Agency.
3. David L. Loudon and Albert J. Della Bitta.(1993) Consumer Behavior: Concepts and NewYork :McGraw - Hill International, Inc.
4. Defleur and Bcll-Rokeaoh.(1996).Social Categories Theory. Washington Dc.
5. Suthep Pongkiew and Nucharee Pachate (2017)"The Competitive Model of OTOP
Entrepreneurs “As SMEs in Thailand”. Veridian E-Journal Silpakorn University Thai
Version Humanities, Social Sciences and the Arts, 9 (3): 1677-1693.
6. Henry B, Caspi.(1995). Recent findings from a program of research on the causes and
correlates of delinquency. Washington Dc.
7. Kuljitjuewong, Supasil. (2012). “The evolution of communication in the future, 2012”.
Veridian E-Journal 5, 2 (May-August) : 59-70.