ปัจจัยที่มีผลต่อแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ ของนักศึกษามหาวิทยาลัยรังสิต
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาที่เรียนในวิชาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ 2) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่มีผลต่อแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ทางการเรียนกับแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาที่เรียนในวิชาการจัดการทรัพยากรมนุษย์3) สร้างสมการพยากรณ์แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาที่เรียนในวิชาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ โดยมีกลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ที่ลงทะเบียนเรียนวิชาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ ในภาคการศึกษาที่ 1 และภาคการศึกษาที่ 2 ปีการศึกษา 2561 จำนวน 460 คน การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ ทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ โดยการหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และการวิเคราะห์การถดถอยเชิงพหุแบบเป็นขั้นตอน ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1) ภาพรวมของกลุ่มตัวอย่างมีความเห็นต่อปัจจัยที่มีผลต่อแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ ทั้ง 6 ด้านอยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.01 โดยเฉพาะความคิดเห็นต่อด้านความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษากับอาจารย์มีค่าเฉลี่ยสูงสุดเท่ากับ 4.26 รองลงมาคือ ด้านวิธีการประเมินผลการเรียนมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.24 ส่วนด้านบรรยากาศและสภาพแวดล้อมในการเรียน ด้านความสำเร็จและความก้าวหน้าในการเรียน ด้านความรับผิดชอบต่อลักษณะกิจกรรมที่ปฏิบัติในห้องเรียน และด้านความสัมพันธ์กับกลุ่มเพื่อนร่วมชั้น มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.14, 4.05, 4.03 และ 3.80 ตามลำดับ 2) ผลการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่มีผลต่อแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ทางการเรียน กับแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษา พบว่า ปัจจัยทุกด้านมีความสัมพันธ์ทางบวกกับแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาในระดับค่อนข้างมากอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 โดยความสัมพันธ์ระหว่างด้านความสำเร็จและความก้าวหน้าในการเรียน กับแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษามากที่สุด (r=0.824) รองลงมาคือ ด้านความสัมพันธ์กับกลุ่มเพื่อนร่วมชั้น (r=0.787) และด้านบรรยากาศและสภาพแวดล้อมในการเรียน มีความสัมพันธ์ทางบวกกับแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาในระดับต่ำที่สุด (r=0.551) 4) สามารถพยากรณ์แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาได้ร้อยละ 90.0 จากการสร้างสมการพยากรณ์แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษากับปัจจัยที่มีผลต่อแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้การถดถอยเชิงพหุแบบเป็นขั้นตอน พบว่า ปัจจัยที่มีผลต่อแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ทางการเรียน อย่างมีนัยสำคัญของนักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต คือ ด้านความสำเร็จและความก้าวหน้าในการเรียน รองลงมาคือ ด้านความสัมพันธ์กับกลุ่มเพื่อนร่วมชั้น ด้านความรับผิดชอบต่อลักษณะกิจกรรมที่ปฏิบัติในห้องเรียน ด้านบรรยากาศและสภาพแวดล้อมในการเรียน ด้านความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษากับอาจารย์ และด้านวิธีการประเมินผลการเรียน ตามลำดับ ซึ่งได้สมการพยากรณ์แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาดังนี้ 1) รูปแบบทั่วไป : แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษา = 0.254 + (0.286*ด้านความสำเร็จและความก้าวหน้าในการเรียน) + (0.254*ด้านความสัมพันธ์กับกลุ่มเพื่อนร่วมชั้น) + (0.238*ด้านความรับผิดชอบต่อลักษณะกิจกรรมที่ปฏิบัติในห้องเรียน) + (0.136*ด้านบรรยากาศและสภาพแวดล้อมในการเรียน) + (0.085*ด้านความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษากับอาจารย์) - (0.060*ด้านวิธีการประเมินผลการเรียน) 2) รูปแบบมาตรฐาน : แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษา = (0.329*ด้านความสำเร็จและความก้าวหน้าในการเรียน) + (0.376*ด้านความสัมพันธ์กับกลุ่มเพื่อนร่วมชั้น) + (0.287*ด้านความรับผิดชอบต่อลักษณะกิจกรรมที่ปฏิบัติในห้องเรียน) + (0.182*ด้านบรรยากาศและสภาพแวดล้อมในการเรียน) + (0.101*ด้านความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษากับอาจารย์) - (0.070*ด้านวิธีการประเมินผลการเรียน)
Article Details
นโยบายการพิจารณากลั่นกรองบทความ
- บทความวิจัยและบทความวิชาการทุกเรื่องที่จะได้รับการตีพิมพ์ต้องผ่านการพิจารณากลั่นกรองโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) ในสาขาที่เกี่ยวข้อง จำนวน 3 ท่าน/บทความ
- บทความ ข้อความ ภาพประกอบและตารางประกอบที่ลงตีพิมพ์ในวารสารเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป และไม่มีส่วนรับผิดชอบใด ๆ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว
- บทความที่จะได้รับการตีพิมพ์จะต้องไม่เคยตีพิมพ์ เผยแพร่ที่ใดมาก่อน และไม่อยู่ระหว่างการพิจารณาของวารสารฉบับอื่น หากตรวจสอบพบว่ามีการตีพิมพ์ซ้ำซ้อน ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว
- บทความใดที่ผู้อ่านเห็นว่าได้มีการลอกเลียนหรือแอบอ้างโดยปราศจากการอ้างอิง หรือทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นผลงานของผู้เขียน กรุณาแจ้งให้กองบรรณาธิการวารสารทราบจะเป็นพระคุณยิ่ง
เอกสารอ้างอิง
John Wiley & Son.
Huitt, W. (2001). Motivation to learn: An overview. New York : Mc Graw-Hall.
Jaithiang, A. (2003). Principles of teaching. The 3rd ed. Bangkok: OS Printing. House.
Khamwaeng, T. (2009). Elements that influence learning achievement in calculus 1
Of Engineering students Private higher education institutions in Bangkok. Bangkok:
Graduate School Kasetsart University.
Maslow, A. H. (1970). Motivation and personality. New York: Harper & Row.
Narongsakkul, S. (2012). Learning achievement motivation of Kasetsart University
students. Kamphaeng Saen Campus. edition 9. Nakhon Pathom: Kasetsart University.
Phanmanee, A. (1999). Educational Psychology. Bangkok: Ton Aor Publishing.
Pholratanapaiboon, S, Phongsopa, V and Kreethong, V. (2007). Factors
affecting behavior Mathematics learning of students in grade 3, Surat Pittaya School
Surat Thani Province. Journal of Education Bangkok: Srinakharinwirot University.
Rogers, C. (1979). On Becoming Carl Rogers. England : Oxford University.
Ryan, RM. (2012). Human motivation. New York : Mc Graw-Hall.
Sunpan, M. (2000). Relationship between personal factors Motivation in nursing
Education Satisfaction with the institutional environment And awareness of health
conditions And self-esteem of nursing students, government nursing education
institutions. Master of Nursing Science Thesis. Department of Educational Nursing,
Bangkok: Chulalongkorn University. Yukhonthorn Jamrit. (2001). Relationship between
personal factors Professional attitude Life style ofStudent. Faculty of Nursing, Bangkok:
Chulalongkorn University.
Tansuongsai, T (2008). Relationship between Self esteem The ability to face and fight
Barriers and performance of professional nurses Bumrungrad Hospital. Bangkok:
Graduate School, Ramkhamhaeng University.
Taharavanich, A. (2016). Guidelines for moral development of Generation Y students
Rajabhat University in Bangkok. Bangkok: Suan Dusit University.
Thongchawi, K. (2002). The Relationship Between Self-Esteem The role of a teacher in facilitating learning Institutional environment And the readiness in self-learning of nursing students Government educational institutions Under the Ministry of University Affairs. (Master of Nursing Science, Faculty of Nursing Chulalongkorn University.
Watthanophas, P, Watthanophas, N and Panjamasat, N (2005). Factors affecting motivation Achievement of technology university students Rajamangala Suvarnabhumi Campus Phranakhonsriayutthaya Wasukri. Phranakhonsriayutthaya: Rajamangala University of Technology Suvarnabhumi Phranakhonsriayutthaya Campus Wasukri.