การพัฒนาระบบการจัดการศูนย์การเรียนชุมชนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดสมุทรปราการ
Main Article Content
บทคัดย่อ
การพัฒนาระบบการจัดการศูนย์การเรียนชุมชนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดสมุทรปราการครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาระบบการจัดการศูนย์การเรียนชุมชนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา มีกลุ่มตัวอย่างในการวิจัย ได้แก่ ผู้ดำเนินงานในศูนย์การเรียนชุมชน เพื่อให้ข้อมูลสภาพปัจจุบันและความต้องการระบบการจัดการศูนย์การเรียนชุมชน จำนวน 19 คน ผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ข้อมูลในการพัฒนาระบบการจัดการศูนย์การเรียนชุมชนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยใช้การสนทนากลุ่ม 9 คน และผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อรับรองต้นแบบระบบการจัดการศูนย์การเรียนชุมชน 5 คน วิธีการและเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ การวิเคราะห์เอกสาร แบบสอบถามสภาพปัจจุบันและความต้องการระบบการจัดการศูนย์การเรียนชุมชน แบบประเมินจากการสนทนากลุ่ม และการประเมินเพื่อตรวจสอบรับรองต้นแบบระบบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ วิเคราะห์ข้อมูลคุณภาพโดยการวิเคราะห์แบบอุปนัย ข้อมูลเชิงปริมาณนำเสนอด้วยความถี่และร้อยละ การหาค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของข้อมูลผลการวิจัยพบว่า 1) ระบบการจัดการศูนย์การเรียนชุมชนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดสมุทรปราการประกอบด้วย ปัจจัยนำเข้า ได้แก่ เนื้อหาความรู้ การให้บริการ บุคลากร งบประมาณอาคาร สถานที่ วัสดุอุปกรณ์ สื่อ เทคโนโลยี เครือข่ายความร่วมมือ และปัจจัย/ สิ่งสนับสนุน มีกระบวนการจัดการอย่างเป็นระบบด้วย CLCM-APOSCARE ซึ่งประกอบด้วย การวิเคราะห์บริบท การวางแผน การจัดองค์กร การจัดบุคลากร การประสานความร่วมมือ การจัดสรรทรัพยากร การรายงาน และการประเมินผล 2) ผู้ทรงคุณวุฒิประเมินและรับรองระบบการจัดการศูนย์การเรียนชุมชนฯ ให้ระบบมีความเหมาะสมในระดับมาก และควรปรับปรุงแก้ไขตามข้อเสนอแนะโดยควรเพิ่มกลยุทธ์ที่จะนำมาใช้ในการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการพัฒนาระบบการจัดการศูนย์การเรียนชุมชนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดสมุทรปราการ
Article Details
นโยบายการพิจารณากลั่นกรองบทความ
- บทความวิจัยและบทความวิชาการทุกเรื่องที่จะได้รับการตีพิมพ์ต้องผ่านการพิจารณากลั่นกรองโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) ในสาขาที่เกี่ยวข้อง จำนวน 3 ท่าน/บทความ
- บทความ ข้อความ ภาพประกอบและตารางประกอบที่ลงตีพิมพ์ในวารสารเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป และไม่มีส่วนรับผิดชอบใด ๆ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว
- บทความที่จะได้รับการตีพิมพ์จะต้องไม่เคยตีพิมพ์ เผยแพร่ที่ใดมาก่อน และไม่อยู่ระหว่างการพิจารณาของวารสารฉบับอื่น หากตรวจสอบพบว่ามีการตีพิมพ์ซ้ำซ้อน ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว
- บทความใดที่ผู้อ่านเห็นว่าได้มีการลอกเลียนหรือแอบอ้างโดยปราศจากการอ้างอิง หรือทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นผลงานของผู้เขียน กรุณาแจ้งให้กองบรรณาธิการวารสารทราบจะเป็นพระคุณยิ่ง
เอกสารอ้างอิง
Education Innovation. (Unpublished manuscript).
Cohen. J. M., & Uphoff, N. T. (1980). Participation’s place in rural development:
Seeking Clarity through specificity. Worle Development, 8(3), 213 – 235.
Department of Local Administration. (n.d.). Standard of Community Learning Centers.
Retrived April 2, 2017, from http://www.dla.go.th/e_book/eb1/stan17/p0_1.pdf
Panya Janthakot. (2014). Development of Learning Centre Model for Thailand.
Doctor of Philosophy Thesis in Information Studies, Graduate School,
KhonKaen University.
Pasu Decharin. (2002). From Strategy to Action with Balanced Scorecard and
Key Performance Indicators. Bangkok: Chulalongkorn University.
Pongprasert Hoksuwan. (2013). Organizational Performance Report for Educational
Technology and Communication. Nonthaburi: Sukhothai Thammathirat Open
University.
Sumalee Sungsri. (2003). Direction for Providing Nonformal Education for
Life-Long Education. Bangkok: Office of the Non-Formal and Informal Education.
Thaneth Sirikit. (2011). A Collaboration Network and Effective Communication.
Bangkok: Department of Local Administration.
Tipkesorn Boonumpai. (2013). Resources Management for Educational Technology and
Communication. Nonthaburi: Sukhothai Thammathirat Open University.