ประสิทธิผลของการทำโฆษณาผ่านเฟซบุ๊ก สำหรับแบรนด์ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสำหรับพืชที่กำลังเข้าสู่ตลาด: กรณีศึกษาแบรนด์ไคโตนิคัล
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลของการทำโฆษณาและการสร้างคอนเทนต์บนเฟซบุ๊กเพจในการสื่อสารเพื่อสร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วมผ่านคอนเทนต์เพื่อทำให้แบรนด์ไคโตนิคัลซึ่งเป็นแบรนด์อาหารเสริมสำหรับพืชที่กำลังเข้าสู่ตลาดให้เป็นที่รู้จัก
การเก็บรวบรวมข้อมูลการทำโฆษณาบนเฟซบุ๊กเพจไคโตนิคัลผ่านการเผยแพร่แคมเปญโฆษณาจำนวน 6 แคมเปญ โดยระยะเวลารวบรวมข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565 รวมทั้งสิ้น 4 เดือนและนำเสนอในรูปแบบพรรณนาเชิงวิเคราะห์เพื่อให้เห็นการเปรียบเทียบประสิทธิผลของแคมเปญโฆษณาและการสร้างคอนเทนต์ว่าแคมเปญโฆษณาและการสร้างคอนเทนต์ในรูปแบบใดมีประสิทธิผลมากกว่ากัน
ผลวิจัยนี้พบว่า การทำโฆษณาเพื่อการสร้างการรับรู้แบรนด์และสร้างการมีส่วนร่วมบนเฟซบุ๊กสามารถทำให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่วางไว้ได้ โดยการเลือกกลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการโฆษณาครั้งนี้ ได้แก่ ช่วงอายุระหว่าง 23-35 ปี ซึ่งอยู่ในช่วงวัยที่กำลังนิยมปลูกต้นไม้ พื้นที่ที่อยู่อาศัย เช่น บ้านและคอนโด มีความสนใจเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับสวน ต้นไม้ พืชและระยะเวลาในการโฆษณาในช่วงวันธรรมดาและช่วงลดราคาสินค้าจะส่งผลต่อจำนวนการการเข้าถึง การมีส่วนร่วม เช่น ไลก์ คอมเมนต์ แชร์เพจและส่งผลให้ผู้ติดตามและยอดไลก์บนเฟซบุ๊กเพจหลังการทำโฆษณามียอดที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมถึงคอนเทนต์ที่โพสต์ลงเฟซบุ๊กแฟนเพจทั้งหมด 6 โพสต์ แสดงให้เห็นว่า รูปแบบการทำคอนเทนต์ที่นำเสนอโปรโมชั่น ลดราคาสินค้าให้ผลลัพธ์ที่ต่างกันเมื่อเทียบกับคอนเทนต์ที่นำเสนอสินค้าปกติในด้านการรับรู้และมีส่วนร่วมกับแบรนด์ ซึ่งการทำวิจัยในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการธุรกิจที่ขายสินค้าออนไลน์ทราบแนวทางการเลือกใช้รูปแบบการทำโฆษณาและคอนเทนต์บนเฟซบุ๊กเพจในการสื่อสารการตลาดออนไลน์ไปยังกลุ่มสำหรับผู้บริโภคที่มีความสนใจในผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสำหรับพืช
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
นโยบายการพิจารณากลั่นกรองบทความ
- บทความวิจัยและบทความวิชาการทุกเรื่องที่จะได้รับการตีพิมพ์ต้องผ่านการพิจารณากลั่นกรองโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) ในสาขาที่เกี่ยวข้อง จำนวน 3 ท่าน/บทความ
- บทความ ข้อความ ภาพประกอบและตารางประกอบที่ลงตีพิมพ์ในวารสารเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป และไม่มีส่วนรับผิดชอบใด ๆ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว
- บทความที่จะได้รับการตีพิมพ์จะต้องไม่เคยตีพิมพ์ เผยแพร่ที่ใดมาก่อน และไม่อยู่ระหว่างการพิจารณาของวารสารฉบับอื่น หากตรวจสอบพบว่ามีการตีพิมพ์ซ้ำซ้อน ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว
- บทความใดที่ผู้อ่านเห็นว่าได้มีการลอกเลียนหรือแอบอ้างโดยปราศจากการอ้างอิง หรือทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นผลงานของผู้เขียน กรุณาแจ้งให้กองบรรณาธิการวารสารทราบจะเป็นพระคุณยิ่ง
เอกสารอ้างอิง
Anga. (2020). What is Facebook advertising. Retrieved from/https://anga.co.th/blog/what-is-facebook-ads/.
Content SHIFU. (2019). Content Marketing: How to create Content Marketing. Retrieved from/ https://contentshifu.com/pillar/content-marketing.
Hootsuite. (2019). What are social media key performance indicators (KPIs)?.Retrieved from/ https://blog.hootsuite.com/social-media-kpis-key-performance- indicators/.
Impact plus. (2020). Social Media KPIs You Really Should Be Tracking and Monitoring. Retrieved from/ ้https://www.impactplus.com/blog/social-media-kpis.
Jekpu, P. (2021). A study of the factors that influence people's decisions to purchase trees online. Independent Studies for Master, Mahidol University.
Kotler, P. (2021). Marketing 5.0 Technology for Humanity. Bangkok: Nation Books.
Pokrasang, M. (2008). Official medical and public health information, interactive health communication, and a health website. Master’s thesis, Chulalongkorn University.
Promma, P. (2013). Information exposure, engagement, and consumer response to communicate via Facebook fan page. Master’s thesis, Chulalongkorn University.
Sitthinunt. (2021). Get to know more Niche Marketing. Retrieved from/https://contentshifu.com/blog/niche-marketing.
Sitvisut. (2019). What is Digital Marketing. Retrieved from/https://www.primal.co.th/th/marketing/what-is-digital-marketing/.