รูปแบบการเสริมพลังเพื่อการบริหารระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน โรงเรียนมัธยมศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ผู้แต่ง

  • Urai Panyasit สาขาวิชาการบริหารการศึกษา หลักสูตรการศึกษาดุษฎีบัณฑิต คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
  • Chalong Chatruprachewin คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

คำสำคัญ:

รูปแบบ, การเสริมพลัง, ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาความต้องการและแนวทางในการเสริมพลังเพื่อการบริหารระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนมัธยมศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2) เพื่อสร้างรูปแบบการเสริมพลังเพื่อการบริหารระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนมัธยมศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ 3) เพื่อประเมินความเป็นไปได้และความเป็นประโยชน์ของการนำรูปแบบการเสริมพลังเพื่อการบริหารระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนมัธยมศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานไปใช้ วิธีดำเนินการวิจัย ด้วยการศึกษาความต้องการในการเสริมพลังเพื่อการบริหารระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน กับผู้อำนวยการโรงเรียน และครูผู้รับผิดชอบงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน จำนวน 267 คน ศึกษาแนวทางการเสริมพลังโดยการสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 คน และสัมภาษณ์ผู้บริหารและผู้ที่เกี่ยวข้องในระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีผลการปฏิบัติที่ดี (Best practice) จำนวน 2 แห่ง จากนั้นยกร่างและตรวจสอบรูปแบบกับผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 9 คน ด้วยการสนทนากลุ่มและประเมินความเป็นไปได้และความเป็นประโยชน์ของการนำรูปแบบไปใช้ กับผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 159 คน ผลการวิจัยพบว่า

  1. ความต้องการในการเสริมพลังเพื่อการบริหารระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของบุคลากรโรงเรียนมัธยมศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก เรียงลำดับ ได้แก่ การเสริมพลังระดับทีมงาน การเสริมพลังระดับบุคคล และการเสริมพลังระดับองค์กร ตามลำดับ มีแนวทางในการบริหารโดยส่งเสริมให้บุคลากรมีส่วนร่วมในการสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงานร่วมกัน มีเครือข่ายทั้งภายใน ภายนอก ให้ความสำคัญต่อทีมงาน มีการติดต่อสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ลดความขัดแย้ง หรือความเห็นที่ไม่ตรงกัน มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลสื่อสารในการทำงาน ผู้บริหารเป็นผู้อำนวยความสะดวก เป็นผู้แนะนำแก่ผู้ปฏิบัติงานให้บรรลุผลสำเร็จของการทำงานตามวัตถุประสงค์ขององค์กร เปิดโอกาสให้มีการพัฒนาตนเอง มีนวัตกรรมเกิดขึ้นใหม่ในองค์กรหรือหน่วยงาน ผู้บริหารเป็นผู้เสริมพลังให้ทุกคนมีส่วนร่วมให้ได้คิด ได้ตัดสินใจ มีระบบการให้รางวัลที่ยุติธรรม ปฏิบัติงานอย่างเต็มความสามารถ
  2. รูปแบบการเสริมพลังเพื่อการบริหารระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน โรงเรียนมัธยมศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการประกอบด้วย 1) การเสริมพลังในระดับบุคคล แบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการให้อำนาจหน้าที่ มีอิสระและสามารถตัดสินใจในการทำงาน ด้านการพัฒนาความรู้ ความสามารถและการใช้ข้อมูลสารสนเทศในการทำงาน และ ด้านให้การยอมรับให้เกียรติและเคารพการตัดสินใจ 2) การเสริมพลังในระดับทีมงาน แบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการสร้างบรรยากาศความร่วมมือในองค์กร ด้านสร้างเครือข่ายทีมงาน มีเป้าหมายร่วมกัน และ ด้านสร้างกระบวนการสื่อสารและการให้ข้อมูลย้อนกลับที่ดี 3) การเสริมพลังในระดับองค์กร แบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการสนับสนุนงบประมาณและทรัพยากร ด้านการให้ความถูกต้องเป็นธรรมและความเสมอภาคกับทุกคน ด้านการให้โอกาสได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะใหม่ๆ
  3. ผลการประเมินรูปแบบพบว่าความเป็นไปได้ของรูปแบบในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ส่วนความเป็นประโยชน์ของรูปแบบ ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด

เอกสารอ้างอิง

ประวิต เอราวรรณ์. (2548). การพัฒนารูปแบบการเสริมพลังอำนาจครูในโรงเรียน: กรณีศึกษา โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 24(3), 43-54.

วรมน วีตะเสวีระ. (2557). กลยุทธ์การพัฒนาการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 41. (วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร, กำแพงเพชร.

สอาดลักษณ์ จงคล้ายกลาง. (2556). การพัฒนารูปแบบการบริหารเพื่อเสริมสร้างพลังอำนาจของครูในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ.

สุกัญญา แช่มช้อย. (2555). แนวคิดเชิงนวัตกรรมสำหรับการบริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 14(2), 117-128.

สุกัญญา แช่มช้อย และภาณุวัฒน์ ภักดีวงศ์. (2557). การวิจัยและพัฒนากลยุทธ์การเสริมสร้างพลังอำนาจครูในการทำวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนสำหรับผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐานในเขตภาคเหนือตอนล่าง. กรุงเทพฯ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาแห่งชาติ. (2552). ข้อเสนอแนะการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (พ.ศ. 2552-2561). กรุงเทพฯ: พริกหวานกราฟฟิค.

สำนักพัฒนาสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต. (2546). คู่มือระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ช่วงชั้นที่ 3-4 (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6). กรุงเทพฯ: สำนักงานกิจการโรงพิมพ์ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2553). คู่มือครูระบบการดูแลช่วยเหลือเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและแก้วิกฤตสังคม : เส้นทางครูมืออาชีพ. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.

อวยชัย ศรีตระกูล. (2556). การพัฒนารูปแบบการบริหารการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา. (วิทยานิพนธ์การศึกษาดุษฎีบัณฑิต). มหาวิทยาลัยนเรศวร, พิษณุโลก.

อารีย์วรรณ อ่วมตานี. (2549). การเสริมสร้างพลังอำนาจในระบบบริการพยาบาล. สืบค้น 19 กรกฎาคม 2559, จาก http:// www.stou.ac.th

Chally, P. S. (1992). Empowerment through teaching. Journal of Nursing Education, 31, 17-20.

Gunden, E., & Crissman, S. (1992). Leadership skills for empowerment. Journal of Nursing Administration Quarterly, 16(3), 6-10.

Kinlaw, D. C. (1995). The practice of empowerment: Making the most of human competence. Hampshire: Gower Publishing limited.

Scott, C. D., & Jaffe, D. T. (1991). Empowerment: Building a committed Workforce. California: Koga Page.

Schermerhorn, J. R. (1998). Basic organizational behavior. New York: Wiley.

Sergivanni, T. J. (1991). The Principal ship: A reflective practice perspective (2nd ed.). Boston: Allyn and Bacon.

Vogt, J. F., & Murrell, K. L. (1990). Empowerment in Organizations: How to Spark Exceptional Performance. San Diego, CA: University Associates, Inc.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

29-04-2018

รูปแบบการอ้างอิง

Panyasit, U., & Chatruprachewin, C. (2018). รูปแบบการเสริมพลังเพื่อการบริหารระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน โรงเรียนมัธยมศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม, 12(2), 531–547. สืบค้น จาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/GraduatePSRU/article/view/111858

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย