การเสริมพลังอำนาจครูเพื่อขับเคลื่อนรูปแบบการบูรณาการจิตสำนึกรักษ์น้ำ สู่สถานศึกษาลุ่มน้ำคลองท่าแนะ จังหวัดพัทลุง
คำสำคัญ:
การเสริมพลังอำนาจครู, จิตสำนึกรักษ์น้ำบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนากระบวนการเสริมพลังอำนาจครูเพื่อขับเคลื่อนรูปแบบการบูรณาการจิตสำนึกรักษ์น้ำสู่สถานศึกษาลุ่มน้ำคลองท่าแนะ จังหวัดพัทลุง 2) ศึกษาความสำเร็จของกระบวนการเสริมพลังอำนาจครูเพื่อขับเคลื่อนรูปแบบการบูรณาการจิตสำนึกรักษ์น้ำสู่สถานศึกษาลุ่มน้ำคลองท่าแนะ จังหวัดพัทลุง กลุ่มเป้าหมาย คือ ครู 9 คน นักเรียน 120 คน จากสถานศึกษาอาสาสมัคร 4 โรงเรียน เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ เกณฑ์การให้คะแนนทักษะการจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาจิตสำนึกรักษ์น้ำของครู แบบวัดจิตสำนึกรักษ์น้ำของนักเรียน การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้วิธีการทางสถิติ ร้อยละ และ Wilcoxon signed rank test ผลการวิจัยพบว่า
- กระบวนการเสริมพลังอำนาจครูเพื่อขับเคลื่อนรูปแบบการบูรณาการจิตสำนึกรักษ์น้ำสู่สถานศึกษาลุ่มน้ำคลองท่าแนะ จังหวัดพัทลุง ประกอบด้วย แนวคิด กระบวนการ และกระบวนการหนุนเสริม โดยกระบวนการประกอบด้วย 1) การกำหนดพันธกิจ
2) การตรวจสอบทุนเดิม 3) การวางแผนการพัฒนา 4) การพัฒนากำกับติดตามและหนุนเสริมและ 5) การนำเสนอหลักฐานสะท้อนสัมฤทธิผลและแนวทางการพัฒนา ซึ่งมีความถูกต้องเชิงหลักการ ความเหมาะสมกับบริบท ประโยชน์ที่ได้รับ และความเป็นไปได้ในการนำไปใช้อยู่ในระดับมากถึงมากที่สุด - ผลการศึกษาความสำเร็จของกระบวนการเสริมพลังอำนาจครูเพื่อขับเคลื่อนรูปแบบการบูรณาการจิตสำนึกรักษ์น้ำสู่สถานศึกษาลุ่มน้ำคลองท่าแนะ จังหวัดพัทลุง พบว่าครูมีทักษะการจัดกระบวนการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาจิตสำนึกรักษ์น้ำอยู่ในระดับพัฒนาร้อยละ 66.67 และระดับมาตรฐานร้อยละ 33.33 โดยมีทักษะการจัดกระบวนการเรียนรู้หลังการพัฒนาสูงกว่าก่อนการพัฒนาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และนักเรียนมีจิตสำนึกรักษ์น้ำหลังการเข้าร่วมกระบวนการฯ สูงกว่าก่อนการเข้าร่วมกระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาจิตสำนึกรักษ์น้ำอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ทั้งภาพรวมและรายโรงเรียน
เอกสารอ้างอิง
กฤติยา วงศ์ก้อม. (2547). รูปแบบการพัฒนาครูด้านการประเมินการเรียนรู้ตามแนวคิดการประเมินแบบเสริมพลังอำนาจที่สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 (วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ.
ธัญญรัศม์ จอกสถิต. (2553). โมเดลการพัฒนาการปฏิบัติงานครู : การประยุกต์ใช้แนวคิดการประเมินครูที่เน้นการปฏิบัติงานเป็นฐานและการประเมินแบบเสริมพลังอำนาจ (วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ.
โรสนี จริยะมาการ. (2557). การสร้างความสามารถในการประเมินของครูเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารภาษาไทยของนักเรียนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยใช้แนวคิดประเมินแบบเสริมพลังอำนาจและการสอนโดยใช้การประเมินเป็นฐาน (วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ.
สมพงศ์ ปั้นหุ่น. (2548). การพัฒนาแบบตรวจสอบรายการประเมินแบบเสริมพลังอำนาจ เพื่อพัฒนาทักษะ
การประเมินของครูและนักเรียน (วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ.
Fetterman, D. M. (1996). Empowerment evaluation: An introduction to theory and practice. In D. M. Fetterman, S. Kaftarian, & A. Wandersman (Eds.), Empowerment evaluation: Knowledge and tools for self-assessment and account- ability. Thousand Oaks, CA: Sage.
Fetterman, D. M. (2001). Foundations of empowerment evaluation. Thousand Oaks, CA: Sage.
Krathwohl, D. R., Bloom, B. S., & Masia, B. B. (1964). Taxonomy of educational objectives: Handbook II: Affective domain. New York: David McKay.
Stufflebeam, D. L., & Shinkfield, A. J. (2007). Evaluation theory, models and applications. San Francisco, CA Jossey-Bass.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความหรือข้อคิดเห็นใดใดที่ปรากฏในวารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามเป็นวรรณกรรมของผู้เขียน ซึ่งบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม


