Thai การพัฒนาตัวแบบประสิทธิผลของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
คำสำคัญ:
การพัฒนาตัวแบบ, ประสิทธิผล, โรงเรียนมัธยมศึกษาบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาตัวแบบประสิทธิผลของโรงเรียนมัธยมศึกษา และเพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานขนาดตัวอย่างในการวิเคราะห์ใช้ผู้ตอบ 5–10 คน ต่อพารามิเตอร์ที่ต้องการประมาณค่า 1 ตัว โดยการวิจัยครั้งนี้ มีตัวแปร 20 ตัวแปร สังเกตได้ ดังนั้น ขนาดของกลุ่มตัวอย่าง จึงเป็นโรงเรียนที่เป็นหน่วยวิเคราะห์ จำนวน 234 โรงเรียน โดยผู้ให้ข้อมูล คือ ผู้บริหารโรงเรียน จำนวน 234 คน โดยวิธีการสุ่มหลายแบบขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามค่าความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหามีค่าอยู่ระหว่าง 0.60–1.00 และความเชื่อมั่น
ได้ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟ่า 0.90 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรม Mplus version 8.1 ผลการวิจัยพบว่า ตัวแบบประสิทธิผลของโรงเรียนมัธยมศึกษาที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นมีความเหมาะสมและมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ในเกณฑ์ดี โดยพิจารณาจากค่า = 134.902, = 127, = 0.2989, = 1.0624 = 0.013, = 0.032, = 0.998, =0.997 ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประกอบด้วย สมรรถนะองค์การ บรรยากาศขององค์การ วัฒนธรรมองค์การ ภาวะผู้นำ ปัจจัยทุกตัวมีอิทธิพลทางตรงต่อประสิทธิผลของโรงเรียน
เอกสารอ้างอิง
ธวัชชัย ตั้งอุทัยเรือง. (2557). โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของประสิทธิผลของโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในภาคกลางของประเทศไทย (วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต). มหาวิทยาลัยคริสเตียน, นครปฐม.
บุญเหลือ ทาไทสง. (2557). โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิผลของโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาในจังหวัดนครราชสีมา (วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา, นครราชสีมา.
ภารดี อนันต์นาวี. (2545). ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ (วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต). มหาวิทยาลัยบูรพา, ชลบุรี.
วิไลวรรณ์ เกตุบรรลุ. (2543). ความสัมพันธ์ระหว่างการดำเนินงานกับประสิทธิผลของสถานศึกษา สังกัดกรมอาชีวศึกษา เขตการศึกษา 12 (วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต) มหาวิทยาลัยบูรพา, ชลบุรี.
ศราวุธ กางสำโรง. (2559). อิทธิพลของภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 1 (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม, มหาสารคาม.
สุริยัน ทรัพย์ผล. (2559). ปัจจัยด้านองค์การและภาวะผู้นำที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิผลของการบริหารโรงเรียนประถมศึกษาในจังหวัดลุ่มนำโขง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน. วารสารวไลยอลงกรณ์ปริทัศน์ (มนุษยศาสตรและสังคมศาสตร์), 6(3), 81-92.
สัมฤทธิ์ กาเพ็ง. (2551). ปัจจัยทางการบริหารที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิผลของโรงเรียน : การพัฒนาและตรวจสอบความตรงของตัวแบบ (วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต). มหาวิทยาลัยขอนแก่น, ขอนแก่น.
สมนึก การีเวท. (2559). รูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการจัดการศึกษาของโรงเรียน. วารสารวิชาการเครือข่ายบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏภาคเหนือ, 6(10), 119-136.
อํารุง จันทวานิช. (2547). แนวทางการบริหารและการพัฒนาสถานศึกษาสูโรงเรียนคุณภาพ. กรุงเทพฯ: พริกหวานกราฟฟิค.
Best, J., & Kahn, J. V. (1993). Research in Education (7th ed). Boston: Allyn and Bacon.
Burke. W., & Litwin. G. (1992). A Causal Model of Organizational Preformance and Change. Journal of Management, 18(3), 523–545.
Cameron, K. S., & Ettington, D. R. (1998). Handbook of Theory and Research: The Conceptual Foundation of Organizational Culture. New York: Agatton Press.
Church, D. M. (2012). Leadership Style and Organizational Growth : A Correlation Study. Purdue University.
Daft, R. L. (1992). Organization theory and design. Singapore: Info Access.
Downey, H. K., & Slocum, J. W. (1975). Measures, research and sources of variation. Administrative Science Quarterly, 18, 562-577.
Foss, N. J., & Knudsen, C. (2013). Towards a competence theory of the firm. Rutledge. San Francisco: Jossey: Bass.
Good, C. V. (1959). Dictionary of Education (2nd ed.). New York: McGraw - Hill Book Company.
Hair, J. F., Anderson, R. E., Tatham, R. L., & Black, W. C. (2006). Multivariate data analysis (6th ed.). New Jersey: Prentice-Hall.
Hooper, D., Coughlan, J., & Michael, M. R. (2008). Structural Equation Modelling: Guidelines for Determining Model Fit. Electronic Journal of Business Research Methods, 6(1), 53-60.
Hoy, W. K., & Miskel, C. G. (1991). Educational administration theory research and practice (4th ed.). Singapore: McGraw-Hill.
Hoy, W. K., & Miskel, C. G. (2005). Educational Administration: Theory, Research, and Practice (4th ed.). New York: McGraw-Hill.
Omolade, R. A. (2007). A systems test of effectiveness of elementary schools in Nigeria. 3247173 Ed.D., St. John’s University (New York), Retrieved from https://search.proquest.com/docview/304720720?accountid=3515 ProQuest Dissertations & Theses Full Text database.
Ruhl, M. L. (1985). The development of a survey of school effectiveness. Dissertation Abstracts International, 46(11), 3216-A.
Sathe, V. (1985). Culture and Related Corporate Realities. Irwin, Homewood, IL.
Scheerens, J., & Bosker, R. J. (1997). The Foundations of Educational Effectiveness. Oxford: Elsevier Science Ltd.
Steers, R. M. (1977). Organization Effectiveness. California: Goodyear Publishers.
Sunday, J. K., Adekunle, I., & Roseline, O. (2014). Organizational survival : The effects of leadership Skill an Strategy. Science Journal of Business and Management, 2(2), 44-49.
Youngs, P., & King, M. B. (2002). Factor Affecting Education Administration. Ohio: Ohio State University.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความหรือข้อคิดเห็นใดใดที่ปรากฏในวารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามเป็นวรรณกรรมของผู้เขียน ซึ่งบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม


