การพัฒนานักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามโดยใช้กระบวนการวิจัยด้วยภูมิปัญญาสมุนไพรพื้นบ้าน
คำสำคัญ:
การพัฒนานักศึกษา, มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม, กระบวนการวิจัย, ภูมิปัญญาสมุนไพรพื้นบ้านบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความรู้ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่นและสมุนไพรพื้นบ้านของนักศึกษา และ 2) พัฒนาทักษะการเรียนรู้ด้านการวิจัยของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม การวิจัยนี้มีกลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย นักศึกษาภาคปกติที่ศึกษาในมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จำนวนทั้งหมด 295 คน แบ่งเป็นจากคณะครุศาสตร์ จำนวน 65 คน คณะเทคโนโลยีการเกษตรและอาหาร จำนวน 95 คน และคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จำนวน 135 คน โดยทำการเลือกตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง การวิจัยมีการดำเนินการดังนี้ 1) การสร้างความเข้าใจในองค์กรเกี่ยวกับกระบวนการพัฒนานักศึกษา 2) การนำเสนอข้อมูลพื้นฐานของมหาวิทยาลัย และ 3) การพัฒนานักศึกษาโดยใช้กระบวนการวิจัยด้วยภูมิปัญญาสมุนไพรพื้นบ้าน การศึกษาในครั้งนี้มีนักศึกษาตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 ถึงนักศึกษาชั้นปีที่ 4 เข้าร่วมโครงการ โดยได้มีการพัฒนานักศึกษาในแต่ละชั้นปี รายละเอียดดังนี้ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ได้ทำการสอบถามความรู้และการใช้ประโยชน์ของภูมิปัญญาท้องถิ่นและสมุนไพรพื้นบ้าน นักศึกษาชั้นปีที่ 2 ฝึกทักษะการสืบค้นข้อมูลจากแหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือได้ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 ทำการฝึกทักษะการวิจัย โดยเน้นให้รู้จักการระบุโจทย์วิจัย การตั้งเป้าหมาย ตั้งสมมติฐาน การออกแบบการวิจัย การเขียนโครงร่างวิจัย การเก็บข้อมูล และการแปลความหมายข้อมูล และนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ได้ลงมือทำวิจัยร่วมกับนักวิจัย โดยใช้ความรู้บนฐานภูมิปัญญาสมุนไพรพื้นบ้านเป็นหลัก นักศึกษาได้ดำเนินงานตามขั้นตอนการวิจัยจนได้ข้อสรุป และทำการวิเคราะห์ข้อมูล จนได้ชิ้นงานวิจัยออกมา ผลการวิจัยพบว่า นักศึกษาชั้นปีที่ 1 รู้จักชื่อและเคยใช้ประโยชน์ของภูมิปัญญาท้องถิ่นและสมุนไพรพื้นบ้าน นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สามารถบอกประโยชน์ สรรพคุณของภูมิปัญญาท้องถิ่นและสมุนไพรพื้นบ้านที่เคยใช้ และมีทักษะการสืบค้นจากแหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือได้ ได้มากกว่า 3 แหล่ง นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สามารถพัฒนาทักษะการเรียนรู้ด้านการวิจัย โดยศึกษาค้นคว้าและได้รับคำแนะนำจากอาจารย์ผู้ควบคุม จนเกิดทักษะการวิจัย ตั้งแต่การระบุโจทย์วิจัย การตั้งเป้าหมาย การตั้งสมมติฐาน การออกแบบการวิจัย และการเขียนโครงร่างการวิจัยได้เป็นอย่างดี และนักศึกษาชั้นปีที่ 4 สามารถดำเนินการวิจัยตามขั้นตอนโดยมีทักษะการวิจัยตั้งแต่การระบุโจทย์วิจัยการตั้งวัตถุประสงค์ การตั้งสมมติฐาน การออกแบบการวิจัย การเก็บข้อมูลและลงมือปฏิบัติจริง และการสรุปและอภิปรายผล จนสามารถนำเสนอผลการวิจัยได้
เอกสารอ้างอิง
จรัส สุวรรณเวลา. (2545). การศึกษาที่มีวิจัยเป็นฐาน. กรุงเทพฯ: ศูนย์ตำราและเอกสารทางวิชาการ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ไพฑูรย์ สินลารัตน์. (2547). “หลักการสอนแบบเน้นการวิจัย (Research-Based Teaching) ในระดับอุดมศึกษา” ในการเรียนการสอนที่มีการวิจัยเป็นฐาน. กรุงเทพฯ: คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม. (2553). งานนโยบายและยุทธศาสตร์ กองนโยบายและแผน มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม. พิษณุโลก: มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม.
สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ และทัศนีย์ บุญเติม. (2540). “การสอนแบบ Research-Based Learning”, ในแบบแผนและเครื่องมือวิจัยทางการศึกษา. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ. (2546). แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาระยะ 3 ปี ของกระทรวงศึกษาธิการ (พ.ศ. 2547-2549). กรุงเทพฯ: สำนักงานปลัดกระทรวง.
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ. (2545). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545. กรุงเทพฯ: พริกหวานกราฟฟิค.
เสาวภา วิชาดี. (2554). การศึกษาในกระบวนทัศน์ใหม่: การเรียนโดยใช้การวิจัยเป็นฐาน. Executive Journal มหาวิทยาลัยกรุงเทพ, 31(3), 26-30.
Srikoon, S., Bunterm, T., Samranjai, J., & Wattanathorn, J. (2014). Research Synthesis of Research-Based Learning for Education in Thailand. Procedia-Social and ehavioral Sciences, 116, 913-917.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความหรือข้อคิดเห็นใดใดที่ปรากฏในวารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามเป็นวรรณกรรมของผู้เขียน ซึ่งบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม


