ความต้องการจำเป็นในการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนมัธยมศึกษาตามแนวคิดความเป็นพลเมืองดิจิทัล

ผู้แต่ง

  • มนรัตน์ แก้วเกิด สาขาวิชาบริหารการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สุกัญญา แช่มช้อย สาขาวิชาบริหารการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • พฤทธิ์ ศิริบรรณพิทักษ์ สาขาวิชาบริหารการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

DOI:

https://doi.org/10.14456//psruhss.2021.6

คำสำคัญ:

การบริหารงานวิชาการ, โรงเรียนมัธยมศึกษา, ความเป็นพลเมืองดิจิทัล

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความต้องการจำเป็นในการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนมัธยมศึกษาตามแนวคิดความเป็นพลเมืองดิจิทัล กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 342 โรงเรียน โดยการสุ่มแบบหลายขั้นตอน ผู้ให้ข้อมูลแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ ผู้อำนวยการโรงเรียน หรือรองผู้อำนวยการโรงเรียนกลุ่มบริหารวิชาการ และครูผู้สอนที่ปฏิบัติหน้าที่นอกเหนือจากการสอนในกลุ่มบริหารวิชาการ เครื่องมือที่ใช้คือแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าดัชนีความต้องการจำเป็น (PNI Modified) ผลการวิจัยพบว่า โดยภาพรวมค่าดัชนีความต้องการจำเป็นในการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนมัธยมศึกษาตามแนวคิดความเป็นพลเมืองดิจิทัลที่มีลำดับความต้องการจำเป็นสูงสุด คือ การวัดและประเมินผล รองลงมา คือ การพัฒนาหลักสูตร และการจัดการเรียนรู้ ตามลำดับ เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่าข้อที่มีความจำเป็นสูงสุด 1) ด้านการพัฒนาหลักสูตร ลำดับความต้องการจำเป็นสูงสุด คือ การกำหนดมาตารฐานการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความความปลอดภัยดิจิทัล ในเรื่องสุขภาพและความผาสุกดิจิทัล และการจัดการกับการกลั่นแกล้งทางอินเทอร์เน็ต 2) ด้านการจัดการเรียนรู้ ลำดับความต้องการจำเป็นสูงสุด คือ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความปลอดภัยดิจิทัล ในเรื่องสุขภาพและความผาสุกดิจิทัล 3) ด้านการวัดผลประเมินผล คือ การวัดและประเมินผลผู้เรียนตามสภาพจริงด้านความปลอดภัยดิจิทัล ในเรื่องสุขภาพและความผาสุกดิจิทัล

เอกสารอ้างอิง

กมล ภู่ประเสริฐ. (2544). การบริหารงานวิชาการในสถานศึกษา. กรุงเทพฯ: ทิปส์พับบลิเคชั่น.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2550). คู่มือการบริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นนิติบุคคล. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (รสพ.).

กระทรวงศึกษาธิการ. (2559). แผนปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 ของกระทรวงศึกษาธิการ (เพื่อประกอบการจัดทำคำของบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2560. กรุงเทพฯ: สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ.

กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร. (2559). แผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม. กรุงเทพฯ: กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ.

กรมกิจการเด็กและเยาวชน. (2562). แนวทางปกป้องคุ้มครองเด็กจากภัยออนไลน์. สืบค้น 7 ตุลาคม 2562, จาก https://inetfoundation.or.th/

โชติกา ภาษีผล, ณัฏฐภรณ์ หลาวทอง และกมลวรรณ ตังธนกานนท์. (2558). การวัดและประเมินผลการเรียนรู้. กรุงเทพฯ: ภาควิชาวิจัยและจิตวิทยาการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

นพพงษ์ บุญจิตราดุลย์. (2551). โน้ตย่อบริหาร. เชียงใหม่: ออเร้นจ์ กรุ๊ป ดีไซด์.

ปองสิน วิเศษศิริ. (2555). เอกสารประกอบการสอนวิชา 2747732 การบริหารงานวิชาการกับการประกันคุณภาพการศึกษา. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ปรียาพร วงศ์อนุตรโรจน์. (2553). การบริหารงานวิชาการ. กรุงเทพฯ: ศูนย์สื่อเสริมกรุงเทพ.

รุ่งชัชดาพร เวหะชาติ. (2551). การบริหารงานวิชาการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน (พิมพ์ครั้งที่ 2). สงขลา: นำศิลป์โฆษณา.

วรพจน์ วงศ์กิจรุ่งเรือง. (2561). คู่มือพลเมืองดิจิทัล. กรุงเทพฯ: สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2557). แนวทางการพัฒนาการศึกษาไทยกับการเตรียมความพร้อมสู่ศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: พริกหวานกราฟฟิค.

สรานนท์ อินทนนท์. (2562). การบริหารจัดการเวลาบนโลกดิจิทัล. ปทุมธานี: วอล์ค ออน คลาวด์.

สำนักข่าวอิศรา. (2561). 10 สถานการณ์เด็กไทยกับสื่อออนไลน์ เสี่ยงติดเกม เป็นเหยื่อ กลั่นแกล้ง และสื่อลามาอนาจาร. สืบค้น 16 เมษายน 2561, จาก https://is.gd/4qxAz2

สำนักงานปฏิรูปการศึกษา. (2545). แนวทางบริหารและการจัดการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักงานปฏิรูปการศึกษา.

สุกัญญา แช่มช้อย. (2560). การบริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

Common Sense Media. (2015). Our K-12 Digital Citizenship Curriculum. San Francisco: Common Sense Media.

Council of Europe. (2017). Digital citizenship education : Empowering digital citizenships. Strasbourg: The council of Europe.

Davis, V. (2014). What Your Students Really Need to Know About Digital Citizenship. Retrieved February 4, 2018, from https://www.edutopia.org/blog/digital-citizenship-need-to-kn

Giumetti, G. W., Kowalski, R. M. (2016). Cyberbullying Matters: Examining the Increental Impact of Cyberbullying of Outcomes Over and Above Traditional Bullying in North America. In R. Navaro, S. Y., & Larranaga, E. (Eds.), Cyberbullying across the grobe. New York: Springer.

Johnson, D. (2003). Learning Right from Wrong in the Digital Age: An Ethics Guide for Parents, Teachers, Librarians, and Others Who Care About Computer-Using Young People. Linworth: Illustrated edition.

Park, Y. (2017). Digital Intelligence (DQ). Singapore: DQ Institute.

Ribble, M. (2011). Digital Citizenship in Schools. International Society for Technology in Education. Eugene, Oregon: The International Society for Technology in Education.

UNESCO. (2017). Digital Citizenship Education in Asia-Pacific Outcome Document. Conference on Digital Citizenship Education in Asia-Pacific. Bangkok: UNESCO Asia and Pacific Regional Bureau for Education.

Yamane, T. (1973). Statistics: An Introductory Analysis (3rd ed.). New York. Harper and Row Publications.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

29-05-2020

รูปแบบการอ้างอิง

แก้วเกิด ม., แช่มช้อย ส. ., & ศิริบรรณพิทักษ์ พ. . (2020). ความต้องการจำเป็นในการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนมัธยมศึกษาตามแนวคิดความเป็นพลเมืองดิจิทัล. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม, 15(1), 66–78. https://doi.org/10.14456//psruhss.2021.6

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย