การพัฒนารูปแบบและวิธีการจัดการเครือข่ายที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย: กรณีศึกษาเครือข่ายในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
DOI:
https://doi.org/10.14456/psruhss.2021.27คำสำคัญ:
การจัดการเครือข่าย, การบริหารงานภาครัฐแนวใหม่, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 3 ข้อ คือ 1) เพื่อศึกษาวิวัฒนาการ โครงสร้าง การดำเนินงาน และปัญหาอุปสรรคของเครือข่ายในแต่ละรูปแบบของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 2) เพื่อศึกษารูปแบบ และวิธีการจัดการเครือข่ายของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 3) เพื่อเสนอแนะรูปแบบและวิธีการจัดการเครือข่ายที่เหมาะสมของประเทศ โดยใช้วิธีการเก็บรวบรวมจากการสัมภาษณ์แบบเจาะลึกกับผู้ให้ข้อมูลที่สำคัญ (Key-informants) จากเครือข่ายคุณภาพ 10 เครือข่าย จำนวน 33 ราย และจากเอกสารทางวิชาการ หนังสือ วิทยานิพนธ์ ภาคนิพนธ์ งานวิจัยต่าง ๆ ผลการวิจัยพบว่า เครือข่ายคุณภาพ 10 เครือข่ายมีรูปแบบและวิธีการจัดการเครือข่ายแบ่งออกเป็น 3 ตัวแบบ คือ 1) ตัวแบบบูรณาการโดยกระทรวงพัฒนาสังคมฯ และสำนักงานพัฒนาสังคมฯ จังหวัด (พมจ.) 2) ตัวแบบบูรณาการโดยหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ 3) ตัวแบบบูรณาการจากหน่วยงานภาคเอกชน นอกจากนี้ ได้เสนอรูปแบบและวิธีการจัดการเครือข่ายที่เหมาะสมของประเทศไทยโดยใช้ “ตัวแบบบูรณาการโดยภาคีเครือข่าย” เพื่อเสนอแนวทางการปรับเปลี่ยนบทบาท โครงสร้าง และกระบวนการทำงานขององค์การภาครัฐให้สามารถเชื่อมโยงการปฏิบัติงานและทรัพยากรต่าง ๆ กับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมร่วมกัน
เอกสารอ้างอิง
เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์. (2543). การจัดการเครือข่าย: กลยุทธ์สำคัญสู่ความสำเร็จของการปฏิรูปการศึกษา. กรุงเทพฯ: ซัคเซส มีเดีย.
จุฑารัตน์ ผาสุข, และธนวรรธน์ อิ่มสมบูรณ์. (2555). ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการดำเนินงานของภาคีเครือข่ายสุขภาพในการป้องกันควบคุมโรคตำบลหาดอาษา อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท. วารสารควบคุมโรค, 38(3), 256-262.
ต่วนเปาซี กูจิ. (2554). การบริหารงานภาครัฐในรูปแบบเครือข่าย: กรณีศึกษาสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สำนักงานปฏิบัติการภาคใต้ (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
ธนา ประมุขกุล. (2544). การพัฒนาเครือข่ายสื่อบุคคลเพื่อการประชาสัมพันธ์. นนทบุรี: สาขาวิชานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
พระมหาสุทิตย์ อาภากโร. (2547). เครือข่าย: ธรรมชาติ ความรู้ และการจัดการ. กรุงเทพฯ: โครงการเสริมสร้างการเรียนรู้เพื่อชุมชนเป็นสุข (สรส.).
พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต. (2552). องค์การและการบริหารจัดการ. นนทบุรี: ธิงค์ บียอนด์ บุ๊คส์.
วิทกานต์ สารแสน, สุมัทนา กลางคาร, และจิราพร วรวงศ์. (2561). การพัฒนารูปแบบการจัดการมูลฝอยชุมชนบ้านหวาย ตำบลนาสีนวน อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม, 12(2), 564-580.
วีระศักดิ์ เครือเทพ. (2550). เครือข่าย: นวัตกรรมการทำงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. กรุงเทพฯ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สนธยา พลศรี. (2550). เครือข่ายการเรียนรู้ในงานพัฒนาชุมชน. กรุงเทพ: โอเดียนสโตร์.
สมพันธ์ เตชะอธิก, ปรีชา อุยตระกูล, และชื่น ศรีสวัสดิ์. (2537). ศักยภาพและเครือข่ายผู้นำท้องถิ่น : คู่มือและทิศทางการพัฒนาผู้นำชาวบ้านเพื่อแก้ปัญหาในชนบท (พิมพ์ครั้งที่ 2). ขอนแก่น: สถาบันวิจัยและการพัฒนา มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ. (2552). การบริหารงานภาครัฐในรูปแบบเครือข่าย. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ ก.พลพิมพ์ (1996).
อรทัย ก๊กผล. (2552). คู่คิด คู่มือ การมีส่วนร่วมของประชาชนสำหรับผู้บริหารท้องถิ่น. กรุงเทพฯ: ส.เจริญการพิมพ์.
อังศุมาลิน อังศุสิงห์. (2558). การบริหารแบบเครือข่ายในการจัดการภาวะฉุกเฉินอุทกพิบัติภัย (วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต). กรุงเทพฯ: สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.
Aiumdee, S., Chaiyagij, M., Ngrorangsri, K., & Chanchalor, S. (2013). The Development of the Participative Education Networks System under the Management of Primary Educational Service Area Offices. JOURNAL OF EDUCATION NARESUAN UNIVERSITY, 15(5), 216-224.
Cohen, J. M., & Uphoff, N. T. (1977). Development participation: Concept and measure for project design implementation and evaluation. New York: Cornell University.
Goldsmith, S., & Eggers, W. D. (2004). Governing by network: The new shape of the public sector. Washington, DC: Brookings Institution Press.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความหรือข้อคิดเห็นใดใดที่ปรากฏในวารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามเป็นวรรณกรรมของผู้เขียน ซึ่งบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม


