การสวดมนต์ กับความสุขและสุขภาพจิตของพุทธศาสนิกชนไทย
DOI:
https://doi.org/10.14456/psruhss.2022.3คำสำคัญ:
การสวดมนต์ , ความสุข , สุขภาพจิต, พุทธศาสนิกชนไทยบทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ของปัจจัยทางประชากรและสังคม และการสวดมนต์ที่ส่งผลต่อความสุข และสุขภาพจิตของพุทธศาสนิกชนไทยที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป และศึกษาบริบทของผู้สวดมนต์และพฤติกรรมการสวดมนต์ ตลอดจนประโยชน์และอานิสงส์จากการสวดมนต์รวมถึงการนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันของผู้ที่สวดมนต์เป็นประจำ โดยการวิจัยเชิงปริมาณใช้ข้อมูลจากการสำรวจสภาวะทางสังคม วัฒนธรรมและสุขภาพจิต (ความสุข) คนไทย พ.ศ. 2557 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ กลุ่มตัวอย่างคือ พุทธศาสนิกชนอายุ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 30,997 คน ทำการวิเคราะห์โดยใช้สถิติการวิเคราะห์ถดถอยโลจิสติก ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้การสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ที่สวดมนต์เป็นประจำ จำนวน 29 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการศึกษา พบว่า การสวดมนต์มีความสัมพันธ์ทางบวกกับความสุข และภาวะสุขภาพจิต โดยมีแนวโน้มและทิศทางในแนวเดียวกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < 0.05) เมื่อควบคุมปัจจัยทางประชากร เศรษฐกิจและสังคม ผู้สวดมนต์มีโอกาสที่จะมีความสุข และมีสุขภาพจิตที่ดี มากกว่าผู้ที่ไม่สวด และจากการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้สวดมนต์เป็นประจำ พบว่า ขณะสวดมนต์ ผู้สวดจะเกิดสมาธิ และมีสติจดจ่ออยู่กับการสวด ภายหลังการสวดจะเกิดความสงบ รู้สึกผ่อนคลาย และเกิดความสุขขึ้นในจิตใจ นอกจากนี้การมีสติได้ถูกนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น การเรียนหรือการทำงาน ดังนั้นการสวดมนต์จึงเป็นกิจกรรมทางเลือกที่มีประโยชน์ ช่วยให้เกิดสมาธิและมีสติ เกิดความสุขความสบายใจ นำไปสู่การมีสุขภาพจิตที่ดีได้
เอกสารอ้างอิง
จุฑาทิพย์ อุมะวิชนี. (2552). ตำนานบทสวดมนต์. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ธรรมสาร.
ฐิตวี แก้วพรสวรรค์, กมรพร แก้วสวรรค์, และถิรพร ตั้งจิตติพร. (2555). ปัจจัยที่มีผลต่อความเป็นผู้มีสติของวัยรุ่นไทย. วารสารสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย, 57(4), 403 - 412.
ฐิติยา เนตรวงษ์, และรัชฎาพร ธิราวรรณ. (2562). การใช้โปรแกรมส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุตามหลักวิถีพุทธที่ส่งผลต่อสุขภาพจิตที่ดีของผู้สูงอายุ. วารสารวิทยาลัยราชสุดาเพื่อการวิจัยและพัฒนาคนพิการ, 15(1), 50-62.
ทัศนา จิรสิริธรรม. (2552). ศึกษาการสวดมนต์แปลเพื่อการบรรเทาทุกข์ทางใจ: กรณีศึกษาผู้เข้าร่วมโครงการอยู่เย็นเป็นสุขพ้นทุกข์ร่วมกัน ณ เสถียรธรรมสถาน (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ทัศนีเวศ ยะโส. (2558). สวดมนต์และสมาธิบำบัดเพื่อการรักษาโรค. สืบค้น 20 กันยายน 2558, จากhttps://is.gd/sLhpxA
เบญมาศ ตระกูลงามเด่น, และสุรีพร ธนศิลป์. (2555). ผลของโปรแกรมการจัดการอาการที่เน้นการสวดมนต์ต่ออาการปวดของผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย. วารสารสำนักการแพทย์ทางเลือก, 5(2), 30-42.
พรทิพย์ ปุกหุต, และทิตยา พุฒิคามิน. (2555). ผลของการสวดมนต์บำบัดต่อความวิตกกังวลและความผาสุกทางจิตวิญญาณในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะรับการรักษา. วารสารสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทย สาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, 30(2), 122-130.
พระศักดิธัช สํวโร. (2562). รูปแบบและกระบวนการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายตามแนวพระพุทธศาสนาของประชาชนในจังหวัดแพร่. วารสารวิชาการธรรมทรรศน์, 19(2), 175-188.
พินิจ รัตนกุล. (2548). สวดมนต์ สมาธิ วิปัสสนา รักษาโรคได้. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์
เยาวรัตน์ มัชฌิม, วราภรณ์ คงสุวรรณ, และตติกร นิลมานัต. (2562). ประสบการณ์การสวดมนต์ของผู้ป่วยมะเร็ง: การศึกษาเชิงปรากฏการณ์วิทยา. วารสารพยาบาลสงขลานครินทร์, 36(3), 23-35.
รศรินทร์ เกรย์, วรชัย ทองไทย, และเรวดี สุวรรณนพเก้า. (2553). ความสุขเป็นสากล. นครปฐม: สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล.
วรรณวิสาข์ ไชยโย. (2555). ทรรศนะเรื่องความสุขในผู้สูงอายุ: กรณีศึกษาบ้านวัยทองนิเวศน์. วารสารมนุษยศาสตร์สาร, 13(1), 16-30.
ศิลีญา แก้วเหล็ก. (2550). ผลการดำเนินโครงการดูแลผู้ป่วยด้านจิตวิญญาณ ธรรมะพัฒนาชีวิต ฝึกจิตเข้มแข็ง ใน การประชุมวิชาการการป้องกันปัญหาการฆ่าตัวตาย ครั้งที่ 2 “เรียนรู้เพื่อการบำบัดโรคซึมเศร้าและการป้องกันปัญหาการฆ่าตัวตาย” วันที่ 25-28 กรกฎาคม 2550 (น. 157). เชียงราย: โรงแรมดุสิตไอส์แลนด์ รีสอร์ต.
สมเด็จพระพุฒาจารย์ พรหมรังสี. (ม.ป.ป.). อมตะธรรม: ประวัติการสวดมนต์. สืบค้น 13 ตุลาคม 2557, จาก www.kanlayantam.com/sara/sara/64.html
สมพร กันทรดุษฎี เตรียมชัยศรี. (2552). กลไกของการปฏิบัติสมาธิ. สืบค้น 13 ตุลาคม 2557, จาก http://thaicamdb.info/article_doc.php?article=41
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2558). การสำรวจสภาวะทางสังคม วัฒนธรรมและสุขภาพจิต (ความสุข) คนไทย พ.ศ. 2557. กรุงเทพฯ: กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร.
สุภาพ หอมจิตร. (2554). สวดมนต์อานิสงส์ครอบจักรวาล. กรุงเทพฯ: เลี่ยงเซียง.
สุภาพรรณ ณ บางช้าง. (2529). วิวัฒนาการงานเขียนภาษาบาลีในประเทศไทย: จารึก ตำนาน พงศาวดาร สาส์น ประกาศ. กรุงเทพฯ: มูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย.
อภิชัย มงคล, ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์, ทวี ตั้งเสรี, วัชนี หัตถพนม, ไพรวัลย์ ร่มซ้าย, และวรวรรณ จุฑา. (2552). การพัฒนาและทดสอบดัชนีชี้วัดสุขภาพจิตคนไทย (Version 2007). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
Andersson, G. (2008). Chronic pain and praying to a higher power: useful or useless?. Journal of religion and health, 47(2), 176-187.
Belding, J. N., Howard, M. G., McGuire, A. M., Schwartz, A. C., & Wilson, J. H. (2010). Social buffering by God: Prayer and measures of stress. Journal of religion and health, 49(2), 179-187.
Dehghani, K. H., Zare Rahimabadi, A., Pourmovahed, Z., Dehghani, H., Zarezadeh, A., & Namjou, Z. (2012). The effect of prayer on level of anxiety in mothers of children with cancer. Iranian Journal of Pediatric Hematology and Oncology, 2(2), 78-83.
George, L. K. (2010). Still happy after all these years: Research frontiers on subjective well-being in later life. Journals of Gerontology Series B: Psychological Sciences and Social Sciences, 65(3), 331-339.
Gray, D. B., Hollingsworth, H. H., Stark, S., & Morgan, K. A. (2008). A subjective measure of environmental facilitators and barriers to participation for people with mobility limitations. Disability and rehabilitation, 30(6), 434-457.
Maltby, J., Lewis, C. A., & Day, L. (2008). Prayer and subjective well-being: The application of a cognitive-behavioural framework. Mental Health, Religion and Culture, 11(1), 119-129.
Robbins, M., Francis, L. J., & Edwards, B. (2008). Prayer, personality and happiness: A study among undergraduate students in Wales. Mental Health, Religion and Culture, 11(1), 93-99.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2020 วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความหรือข้อคิดเห็นใดใดที่ปรากฏในวารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามเป็นวรรณกรรมของผู้เขียน ซึ่งบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม


