รูปแบบนวัตกรรมการจัดการเพื่อเพิ่มประสิทธิผลของเมืองสมุนไพร (Herbal City) ภายใต้แผนแม่บทแห่งชาติ ว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทย
DOI:
https://doi.org/10.14456/psruhss.2022.27คำสำคัญ:
นวัตกรรมการจัดการ , เมืองสมุนไพร , ประสิทธิผลของเมืองสมุนไพรบทคัดย่อ
การพัฒนาเมืองสมุนไพรจำเป็นต้องอาศัยองค์ความรู้ทางนวัตกรรมการจัดการ การจัดการองค์การและทุนมนุษย์ตลอดจนต้องนำเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการผลิตเพื่อให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ตรงกับความต้องการของตลาดและผู้บริโภค สร้างศักยภาพในการแข่งขัน การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ
1) ศึกษาระดับของนวัตกรรม การจัดการองค์การและทุนมนุษย์ ระบบการจัดการเชิงนิเวศและประสิทธิผลของเมืองสมุนไพร ภายใต้แผนแม่บทแห่งชาติว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทย 2) ศึกษาอิทธิพลของนวัตกรรมการจัดการองค์การและทุนมนุษย์ ระบบการจัดการเชิงนิเวศที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของเมืองสมุนไพร ภายใต้แผนแม่บทแห่งชาติว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทย 3) พัฒนารูปแบบนวัตกรรมการจัดการเพื่อเพิ่มประสิทธิผลของเมืองสมุนไพร ภายใต้แผนแม่บทแห่งชาติ ว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทย การวิจัยเป็นแบบผสมผสานระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ ในการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานในโครงการเมืองสมุนไพรระดับจังหวัด และผู้ประกอบการสมุนไพรไทย จำนวน 280 คน ขนาดของกลุ่มตัวอย่างกำหนดโดยใช้เกณฑ์ 20 เท่า ของตัวแปรสังเกตใช้วิธีสุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสมการโครงสร้าง ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับแผนแม่บทแห่งชาติว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทย จำนวน 17 คน คัดเลือกแบบเจาะจง และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) นวัตกรรม และระบบการจัดการเชิงนิเวศอยู่ในระดับปานกลาง ส่วนการจัดการองค์การและทุนมนุษย์อยู่ในระดับมาก 2) นวัตกรรม การจัดการองค์การและทุนมนุษย์ และระบบการจัดการนิเวศมีอิทธิพลต่อประสิทธิผลของเมืองสมุนไพร ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .05 สามารถร่วมกันทำนาย ประสิทธิผลของเมืองสมุนไพร ได้ร้อยละ 87 และ 3) รูปแบบนวัตกรรมการจัดการเพื่อเพิ่มประสิทธิผลของเมืองสมุนไพรที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นมีจุดเน้นในด้านยุทธศาสตร์หลัก คือ นวัตกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพรจากภูมิปัญญา หรือการนำสมุนไพรประจำถิ่นมาพัฒนาต่อยอดการผลิตผลิตภัณฑ์ต้องไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการปลูกสมุนไพรต้องปลอดจากสารเคมี สำหรับการแข่งขันในตลาดโลก ผู้ประกอบการจะต้องพัฒนานวัตกรรม และปลูกสมุนไพรให้ได้คุณภาพสม่ำเสมอ แบบครบวงจรตลอดห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการพัฒนาเมืองสมุนไพรต้องบูรณาการทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและชุมชน เพื่อเพิ่มประสิทธิผลและมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง รูปแบบนวัตกรรมการจัดการนี้สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาเมืองสมุนไพรให้มีประสิทธิผล และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับสากลได้ในอนาคต
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงสาธารณสุข. (2559). แผนแม่บทแห่งชาติว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทย ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2560-2564. กรุงเทพฯ: สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก.
ดนยา ทองสิมา. (2549). กลยุทธ์นวัตกรรมทางการตลาดสำหรับผู้ส่งออกสินค้าอาหารแห้งของไทย (ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต.
ธนภัท แสงอรุณ, และฝ้ายคำ ถิรพร. (2557). การสร้างโซ่อุปทานระหว่างประเทศสำหรับสถาบันเกษตรกรไทย: ศึกษาเฉพาะผลิตภัณฑ์สมุนไพร (รายงานการวิจัย). กรุงเทพฯ: สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม.
นพดล เหลืองภิรมย์. (2550) การจัดการนวัตกรรม : การพัฒนาตัวแบบความสามารถ ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมของนักวิจัย (ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
นิลาวัลย์ สว่างรัตน์. (2558). อิทธิพลเชิงโครงสร้างของความเป็นผู้ประกอบการ การมุ่งเน้นการตลาดการมุ่งเน้นนวัตกรรม และการมุ่งเน้นการเรียนรู้ ที่มีต่อผลการดำเนินงานขององค์การ. Veridian E-Journal, Silpakorn University, 8(3), 958-975.
บุญฑวรรณ วิงวอน, ชัยยุทธ เลิศพาชิน, และขจรศักดิ์ วงศ์วิราช. (2554). การจัดการห่วงโซ่อุปทานของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผักปลอดสารพิษของ อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง. ใน การประชุมวิชาการและนำเสนอผลงานวิจัยระดับชาติ “แม่โจ้-แพร่ วิจัย ครั้งที่ 2”. แพร่: มหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่ เฉลิมพระเกียรติ.
พยัต วุฒิรงค์ (2557). การจัดการนวัตกรรม : ทรัพยากร องค์การแห่งการเรียนรู้ และนวัตกรรม. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุนันทา เสถียรมาศ. (2555). นวัตกรรมการจัดการที่ส่งผลต่อความสำเร็จของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่ได้รับรางวัลดีเด่นของไทย (ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา.
Buffington, J. (2010). Product design and supply chain fulfillment through a generative customization solution to achieve discontinuous innovation (Doctoral dissertation). Luleå tekniska universitet.
Deutsch, L. (2004). Global trade, food production and ecosystem support: Making the interactions visible (Doctoral dissertation). Institutionen för systemekologi.
Ding, L., Velicer, W. F., & Harlow, L. L. (1995). Effects of estimation methods, number of indicators per factor, and improper solutions on structural equation modeling fit indices. Structural Equation Modeling: A Multidisciplinary Journal, 2(2), 119-143.
Euromonitor International. (2016). Natural Healing and Prevention: Renewed Perspectives on Herbal and Traditional Products. Retrieved September 15, 2020, from https://1bestlinks.net/uEt9W
Fondas, N. (1993). [Review of Process Innovation: Reengineering Work through Information Technology, by T. H. Davenport]. The Academy of Management Executive (1993-2005), 7(2), 100–103. http://www.jstor.org/stable/4165128
Hair, J. F., Black, W. C., Babin, B. J., Anderson, R. E., & Tatham, R. L. (2006). Multivariate Data Analysis: Pearson Prentice Hall. Upper Saddle River, NJ, 1-816.
Kline, R. B. (2005). Principles and Practice of Structural Equation Modeling (2nd ed.). New York: Guilford.
Lim, H. (2008). SMEs Development policy environment and challenges in Singapore. Singapore: Singapore Institute For International Affairs.
Na, J. H. (2016). A study of design innovation framework for innovative manufacturing companies in the UK (Doctoral dissertation). Brunel University London.
Radicic, D. (2014). The Effectiveness of R&D and Innovation Policy in Promoting Innovation in European SMEs: an Empirical Investigation of Additionality Effects: A thesis submitted in partial fulfilment of the requirement of Staffordshire University for the degree of Doctor of Philosophy (Doctoral dissertation). Staffordshire University.
Vongpivat, P. (2002). A national innovation system model: Industrial development in Thailand. Fletcher School of Law and Diplomacy (Tufts University).
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2020 วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความหรือข้อคิดเห็นใดใดที่ปรากฏในวารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามเป็นวรรณกรรมของผู้เขียน ซึ่งบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม


