การศึกษาความเป็นนักฟิสิกส์ และปัจจัยที่ส่งเสริมความเป็นนักฟิสิกส์ ตามทัศนะของอาจารย์และบุคลากรด้านฟิสิกส์ในประเทศไทย

ผู้แต่ง

  • สถาพร เรืองรุ่ง คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จังหวัดปัตตานี 94000
  • อาฟีฟี ลาเต๊ะ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จังหวัดปัตตานี 94000
  • พวงทิพย์ แก้วทับทิม คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จังหวัดปัตตานี 94000

DOI:

https://doi.org/10.14456/psruhss.2022.39

คำสำคัญ:

ความเป็นนักฟิสิกส์ , ปัจจัยที่ส่งเสริมความเป็นนักฟิสิกส์

บทคัดย่อ

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์การให้ความหมายความเป็นนักฟิสิกส์ 2) วิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งเสริมต่อความเป็นนักฟิสิกส์ ตามทัศนะของอาจารย์และบุคลากรด้านฟิสิกส์ การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้วิธีสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ซึ่งใช้แนวคำถามแบบกึ่งโครงสร้างเป็นเครื่องมือ ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ได้แก่ อาจารย์ผู้สอนในสาขาฟิสิกส์ จำนวน 7 คน นักฟิสิกส์หรือนักวิจัยด้านฟิสิกส์ จำนวน 6 คน ครูผู้สอนวิชาฟิสิกส์ 7 คน และเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการฟิสิกส์ 4 คน รวมจำนวน 24 คน จากสถาบันอุดมศึกษาและโรงเรียนทั่วประเทศ ซึ่งทำการคัดเลือกแบบเจาะจงโดยมีเกณฑ์ในการคัดเลือก จากการศึกษาพบว่า ความเป็นนักฟิสิกส์ คือ คุณลักษณะที่แสดงออกถึงพฤติกรรมในการศึกษาปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ และความสามารถในการสร้างองค์ความรู้ทางฟิสิกส์ได้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์อย่างมีคุณธรรม จริยธรรม ภายใต้ตัวตนของบุคคลที่มีเจตคติที่ดีต่อศาสตร์ทางฟิสิกส์ ตามรูปแบบนักฟิสิกส์ทั้งนักฟิสิกส์ทฤษฎี และนักฟิสิกส์ปฏิบัติ และปัจจัยที่ส่งเสริมความเป็นนักฟิสิกส์ของนักศึกษาสาขาฟิสิกส์ แบ่งออกเป็น 2 ปัจจัย คือ 1) ปัจจัยภายในบุคคล ประกอบด้วย 2 ด้าน คือ (1) เจตคติที่ดีต่อวิชาฟิสิกส์ (2) ประสบการณ์ด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ 2) ปัจจัยภายนอกบุคคล ประกอบด้วย 5 ด้าน คือ (1) การสนับสนุนของครูฟิสิกส์ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (2) บทบาทหน้าที่อาจารย์ฟิสิกส์ระดับมหาวิทยาลัย (3) รูปแบบการจัดการเรียนการสอนฟิสิกส์ (4) โอกาสทางวิชาการด้านฟิสิกส์ และ (5) ลักษณะของบุคคลต้นแบบด้านฟิสิกส์

เอกสารอ้างอิง

กาญจนา ภัทราวิวัฒน์. (2559). การพัฒนาแนวทางการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพสำหรับผู้ที่มีความสามารถพิเศษ

ด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ประยุกต์ใช้เทคนิคการวิจัยอนาคต. วารสารพฤติกรรมศาสตร์เพื่อการพัฒนา, 8(2), 151 - 168.

โกวิทย์ เวชชศาสตร์. (2547). กระบวนการเข้าสู่ความเป็นนักฟิสิกส์ : กรณีศึกษานักเรียนในแผนการเรียนคณิตศาสตร์–วิทยาศาสตร์ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

ฐายิกา ชูสุวรรณ. (2561). การสอนวิชาฟิสิกส์โดยใช้แนวการจัดการศึกษาแบบสะเต็ม เรื่อง แสงที่มีผลต่อทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และเจตคติทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนมัธยมขนาดกลาง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. รายงานสืบเนื่องการประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติครั้งที่ 3 มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์, 3(1), 561-576.

นวรัตน์ อินทุวงศ์ และอรทัย เรืองสมบัติ. (2556). เรื่องเด่นประจำฉบับ ทุนโอลิมปิกวิชาการสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ สำหรับผู้แทนประเทศไทยไปแข่งขันคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ. นิตยสาร สสวท., 41(184), 24-28.

พุทธชาด อังณะกูร. (2563). การวิเคราะห์ความสนใจและเจตคติต่อเนื้อหาและอาชีพด้านสะเต็มของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล.วารสารบัณฑิตศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, 14(2), 105-125.

ภิญญาพันธ์ ร่วมชาติ และขวัญ เพียซ้าย. (2552). เอกลักษณ์ของนักเรียนวิทยาศาสตร์.วารสารหน่วยวิจัยวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้, 2(2), 165-175.

ภิญญาพันธ์ ร่วมชาติ. (2554). ปัจจัยเชิงสาเหตุของความผูกผันต่อบทบาทเอกลักษณ์ของนักเรียนวิทยาศาสตร์แรงจูงใจในการเรียนวิทยาศาสตร์ และความคลุมเคลือในบทบาทที่มีผลต่อพฤติกรรมตามบทบาทของนักเรียนวิทยาศาสตร์ที่มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์. วารสารพฤติกรรมศาสตร์, 17(1), 55-78.

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี .(2558). หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาฟิสิกส์ประยุกต์.สืบค้นเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 เข้าถึงได้จาก http://www.physics.kmutt.ac.th/version2558/cirriculum2558/bsc_applied_physics.html

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. (2560). รายงานการประเมินตนเอง (Self-Assessment Report). คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, ปัตตานี.

มีชัย เทพนุรัตน์. (2560). การสอนฟิสิกส์แบบ Thai-Active Physics ระดับมัธยมศึกษา. วารสารฟิสิกส์สมาคมฟิสิกส์ไทย, 35(2), 56-60.

วรภัทร เมฆขจร.(2563). ปัจจัยทางจิตสังคมที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการตัดสินใจในการเรียนด้วยตนเองของนักศึกษาปริญญาตรี. วารสารพฤติกรรมศาสตร์เพื่อการพัฒนา, 12(1), 74-91.

ศูนย์ความเป็นเลิศด้านฟิสิกส์. (2560). รายงานประจำปี 2560. ศูนย์ความเป็นเลิศด้านฟิสิกส์. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. สืบค้นเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 เข้าถึงได้จาก http://thepcenter.org/upload02/ThEP_Annual_Report_2017/ThEP_annual_report_2017.pdf

สถานีฟิสิกส์ศึกษา. (2557). สถานีฟิสิกส์ศึกษา.[แผ่นพับ]. มหาวิทยาลัยนเรศวร, พิษณุโลก.

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี .(2562). หนังสือเรียน รายวิชาเพิ่มเติม ฟิสิกส์ ม.4 เล่ม 1. กรุงเทพ ฯ. ศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ลาดพร้าว กระทรวงศึกษาธิการ.

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2561). คู่มือการใช้หลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์ วิชาฟิสิกส์ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. สืบค้นเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 เข้าถึงได้จาก http://www.scimath.org/e-books/8437/flippingbook/2/index.html

สินีนาฎ ทาบึงกาฬ. (2561). นานาสาระและข่าวสาร ทุน พสวท. และโอลิมปิกวิชาการ “ปั้นฝันเด็กไทย เติบใหญ่สู่นักวิทย์แถวหน้า”. นิตยสาร สสวท., 46(211), 50-52.

สินีนาฏ ทาบึงกาฬ. (2559). สานฝันเยาวชนเปิดประตูสู่อาชีพด้านสะเต็มกับทูตสะเต็ม. นิตยสาร สสวท., 44(201), 3-5.

Whewell, W. (2014). The Philosophy of the Inductive Sciences: Founded Upon Their History. Cambridge Library Collection – Philosophy.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

30-09-2022

รูปแบบการอ้างอิง

เรืองรุ่ง ส., ลาเต๊ะ อ. ., & แก้วทับทิม พ. . (2022). การศึกษาความเป็นนักฟิสิกส์ และปัจจัยที่ส่งเสริมความเป็นนักฟิสิกส์ ตามทัศนะของอาจารย์และบุคลากรด้านฟิสิกส์ในประเทศไทย. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม, 16(2), 525–536. https://doi.org/10.14456/psruhss.2022.39

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย