การพัฒนารูปแบบวัฒนธรรมองค์กรแห่งความสุขยุคใหม่ของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ในเขตภาคเหนือ
DOI:
https://doi.org/10.14456/psruhss.2024.58คำสำคัญ:
รูปแบบ , วัฒนธรรมองค์กร , องค์กรแห่งความสุขบทคัดย่อ
การวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์ 1) ศึกษาองค์ประกอบ 2) สภาพ ปัญหาและแนวทาง 3) สร้างรูปแบบ และ 4) ประเมินรูปแบบวัฒนธรรมองค์กรแห่งความสุขยุคใหม่ของสถานศึกษา โดยการวิจัยนี้เป็นการวิจัยแบบผสมวิธี ผู้ให้ข้อมูลและกลุ่มตัวอย่างคือ ผู้ทรงคุณวุฒิ
ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหาร นักวิชาการ ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา และครู เก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์ วิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน ใช้แบบสอบถาม ประชุมเชิงปฏิบัติการ สัมมนาอิงผู้เชี่ยวชาญและประชาพิจารณ์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา วิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน หาค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าความถี่ และค่าร้อยละ
ผลการวิจัยพบว่า 1) องค์ประกอบวัฒนธรรมองค์กรแห่งความสุขยุคใหม่ของสถานศึกษา ประกอบด้วย 6 องค์ประกอบ 58 ตัวบ่งชี้ ซึ่งจากการวิเคราะห์ค่าทางสถิติ ได้แก่ ค่าไคสแควร์สัมพัทธ์ ค่า P-Value ของ X2 ค่า RMSEA ค่า CFI ค่า TLI ค่า SRMR แสดงให้เห็นว่าโมเดลมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ 2) สภาพโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ปัญหาที่พบมากที่สุดคือ บุคลากรมีภาระงานประจำและงานพิเศษมากเกินไป ดังนั้นแนวทางคือ การกำหนดขอบข่ายภารกิจงานตามความจำเป็น การกำกับติดตามงานผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์ม 3) รูปแบบวัฒนธรรมองค์กรแห่งความสุขยุคใหม่ของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ในเขตภาคเหนือ 6 องค์ประกอบมี คือ 1) หลักการ 2) วัตถุประสงค์ 3) ปัจจัยนำเข้า 4) กระบวนการ 5) ผลผลิตและผลลัพธ์ และ 6) เงื่อนไขแห่งความสำเร็จ โดยมีความถูกต้องและเหมาะสมอยู่ในระดับมาก และ 4) การประเมินความเป็นไปได้และความเป็นประโยชน์ของรูปแบบอยู่ในระดับมาก
เอกสารอ้างอิง
กมลทิพย์ ใจเที่ยง. (2562). การบริหารองค์กรแห่งความสุขในโรงเรียนประถมศึกษา (วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต). นครปฐม: มหาวิทยาลัยศิลปากร.
กัญญดา ประจุศิลป. (2561). การจัดการทางการพยาบาลและภาวะผู้นำ. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กัญญาพัชร สุทธิเกษม, ศิรินันท์ กิตติสุขสถิต, วรรณี หุตะแพทย์ และปรียา พลอยระย้า. (2564). นวัตกรรมสร้างเสริมครอบครัวมีสุขคนทำงานองค์กร. นครปฐม: สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล.
ชาญวิทย์ วสันต์ธนารัตน์ และธีร์ธรรม วุฑฒิวัตรชัยแก้ว. (2560). องค์กรแห่งความสุข 4.0. กรุงเทพฯ: แอท โฟร์พรินท์.
ดวงเนตร ธรรมกุล. (2558). เส้นทางเดินไปสู่องค์กรสุขสภาวะภาครัฐ เอกสารสำหรับผู้ทำงานสร้างสุของค์กร. นนทบุรี: ฑีรกานต์ กราฟฟิค.
ตรรกพร สุขเกษม และปิยากร หวังมหาพร. (2563). ความสุขในการทำงานตามรูปแบบวัฒนธรรมองค์การของอาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏภาคเหนือ. สักทอง : วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร, 26(1), 97-110.
นรรัชต์ ฝันเชียร. (2563). จุดเริ่มต้นที่แสดงให้เห็นว่าคุณ Move On สู่การเป็นครูยุคใหม่. สืบค้น 13 ธันวาคม 2564, จาก https://www.trueplookpanya.com/education/content/81868/-teaartedu-teaart-teaarttea-teamet-
นิธนิวา ดำรงค์มงคลกุล. (2563). ทิศทางครูไทยในบริบทการศึกษาโลก. วารสารข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา, (4), 11.
นิศาชล ฉัตรทอง. (2561). บริบทภาครัฐไทยกับการก้าวเข้าสู่องค์กรแห่งนวัตกรรม. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยมหิดล, 17(1), 25-35.
ปิยะธิดา ปัญญา และไพศาล วรคำ. (2560). ความสุขในการปฏิบัติงานของบุคลากรมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม (รายงานการวิจัย). มหาสารคาม: คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
ไพฑูรย์ สินลารัตน์. (2558). บทบาทของครูในอนาคต : เตรียมผู้เรียนให้สอนตนเองได้ต่อไป. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์, 1(1), 1-4.
วีระ บัวผัน. (2564). รูปแบบการพัฒนาวัฒนธรรมองค์การสู่ความเป็นเลิศของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1. วารสารสังคมศาสตร์และมานุษยวิทยาเชิงพุทธ, 6(1), 145-161.
ศนิชา ภาวโน. (2562). รูปแบบการพัฒนาผู้บริหารโรงเรียนตามแนวคิดโรงเรียนเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ (วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ศูนย์ Happy Workplace Center. (2563). แนวทางและองค์ความรู้ สำหรับเครือข่ายองค์กรสุขภาวะ. กรุงเทพฯ: แอทโฟร์พริ้นท์.
สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล. (2559). สุขภาพคนไทย 2559 : ตายดี วิถีที่เลือกได้. นครปฐม: มหาวิทยาลัยมหิดล.
สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์. (2564). แนวทางการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนากำลังคนในศตวรรษที่ 21. คุรุสภาวิทยาจารย์, 2(1), 1-12.
สัมมา รธนิธย์. (2556). หลักทฤษฎีและปฏิบัติการบริหารการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: พิมพ์ดี.
สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน). (2566). พระราชดำรัสและพระบรมราโชวาทของ
ในหลวงรัชกาลที่ 9 : ความสุขความเจริญนี้... สืบค้น 4 ธันวาคม 2567, จาก https://www.bedo.or.th/contentdetail?id=3439
สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา. (2562). กรอบสมรรถนะครูเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ซี-ทีซีเอฟ). กรุงเทพฯ: ออนป้า.
สุทัสสา อุปลกะลิน. (2564). ทำไมจึงต้องออกเกณฑ์อัตรากำลัง ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษาใหม่. วารสารข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา, (1), 14-16.
สุรพงษ์ มาลี. (2563). Resilient Organization and Workforce : คุณลักษณะขององค์กรและกำลังคนที่จะรอดพ้นวิกฤติในศตวรรษที่ 21. วารสารข้าราชการ, 62(2), 15-20.
อรรถพล อนันตวรสกุล. (2564). SLC-School as Learning Community โรงเรียนในฐานะชุมชนแห่งการเรียนรู้คืออะไร พร้อมภาพประกอบ Infographic. สืบค้น 5 มิถุนายน 2567, จาก https://www.educathai.com/knowledge/articles/480
Arbuckle, J. L., & Wothke, W. (1999). Amos 4.0 user’s guide. Chicago. IL: SmallWaters Corporation.
Comrey, A. L., & Lee, H. B. (1992). A First Course in Factor Analysis (2nd ed.). Hillsdale, NJ: Lawrence Erlbaum.
Jennifer Liu. (2022). These are the 5 biggest signs of a toxic workplace. Retrieved June 29, 2022 from https://www.cnbc.com/2022/03/31/these-are-the-5-biggest-signs-of-a-toxic-workplace.html
Krejcie, R. V. & Morgan, D.W. (1970) Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610. https://doi.org/10.1177/001316447003000308
Madaus, G. F., Scriven, M. S., & Stufflebeam, D. L. (1983). Evaluation Models Viewpoints on Educational and Human Services Evaluation. (8 th ed.). Boston: Khuwer-Nijh off Publishing.
Melnyk, S. A., & Denzler, D. A. (1996). Operations management: A value-driven approach. Boston, MA: Irwin/McGraw-Hill.
Sato, M. (2016). The Joy of Learning: Towards a Learning Community. Tokyo: University of Tokyo Press.
Schumacker, R. E., & Lomax, R. G. (2010). A beginner’s guide to structural equation modeling
(3rd ed.). New York: Routledge.
Tiger. (2020). Digital Leadership. Retrieved June 5, 2024 from https://thaiwinner.com/digital-leadership/
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2024 วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความหรือข้อคิดเห็นใดใดที่ปรากฏในวารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามเป็นวรรณกรรมของผู้เขียน ซึ่งบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม


