การพัฒนาโมเดลเชิงสาเหตุของภาวะผู้นำการปรับเปลี่ยน และวัฒนธรรมองค์การ เชิงสร้างสรรค์ ที่ส่งผลต่อความเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ในสถานศึกษา สังกัดองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดพิจิตร
DOI:
https://doi.org/10.14456/psruhss.2025.37คำสำคัญ:
ภาวะผู้นำการปรับเปลี่ยน , วัฒนธรรมองค์การเชิงสร้างสรรค์ , องค์การแห่งการเรียนรู้ , โมเดลเชิงสาเหตุบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาและตรวจสอบความสอดคล้องโมเดลเชิงสาเหตุของภาวะผู้นำการปรับเปลี่ยนที่ส่งผลต่อความเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ โดยมีวัฒนธรรมองค์การเชิงสร้างสรรค์เป็นตัวแปรส่งผ่านของผู้บริหารและครูในสถานศึกษา สังกัดองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดพิจิตร กับข้อมูลเชิงประจักษ์กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในผู้บริหารและครูในสถานศึกษา สังกัดองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดพิจิตร จำนวน 320 คน ด้วยวิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่แบบสอบถามที่มีลักษณะเป็นมาตรประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 78 ข้อ มีค่า IOC อยู่ระหว่าง 0.6 – 1 มีค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.309 - 0.950 ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.990 และใช้โปรแกรมทางสถิติสำหรับการวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้าง Mplus
ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลการพัฒนาโมเดลเชิงสาเหตุของภาวะผู้นำการปรับเปลี่ยน และวัฒนธรรมองค์การเชิงสร้างสรรค์ที่ส่งผลต่อความเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ในสถานศึกษา สังกัดองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดพิจิตร ประกอบด้วย 3 ตัวแปรแฝง 16 ตัวแปรสังเกตได้ และความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรสังเกตได้มีความสัมพันธ์กันในทิศทางบวกทุกคู่ โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์อยู่ระหว่าง .424 ถึง .753 ซึ่งมีความสัมพันธ์ในระดับปานกลางไปถึงสูงมาก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และเมื่อวิเคราะห์เพื่อตรวจสอบความตรงเชิงโครงสร้างของโมเดลการวัดตัวแปรแฝงทั้ง 3 ตัวแปร มีความตรงเชิงโครงสร้างทุกโมเดล โดยมีค่าน้ำหนักองค์ประกอบอยู่ระหว่าง 0.684 - 0.884 และมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทุกค่า และ 2) ผลการตรวจสอบความสอดคล้องของโมเดลกับข้อมูลเชิงประจักษ์ โมเดลมีความกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ พิจารณาจากค่า p-value ที่มีค่ามากกว่า .05 (p-value = 0.093) ค่า CFI, TLI เข้าใกล้ 1 (CFI = 0.995, TLI = 0.994) ค่า RMSEA, SRMR เข้าใกล้ 0 (RMSEA = 0.025, SRMR = 0.024) และเมื่อวิเคราะห์เส้นทางความสัมพันธ์เชิงสาเหตุที่ส่งผลต่อความเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ในสถานศึกษา พบว่า องค์การแห่งการเรียนรู้ได้รับอิทธิพลทางตรงจากภาวะผู้นำการปรับเปลี่ยนและวัฒนธรรมองค์การเชิงสร้างสรรค์ โดยได้รับอิทธิพลทางตรงจากวัฒนธรรมองค์การเชิงสร้างสรรค์สูงที่สุด มีขนาดอิทธิพลเท่ากับ 0.640 รองลงมาคือ ภาวะผู้นำการปรับเปลี่ยน มีขนาดอิทธิพลเท่ากับ 0.263 นอกจากนี้องค์การแห่งการเรียนรู้ยังได้รับอิทธิพลทางอ้อมจากภาวะผู้นำการปรับเปลี่ยน โดยผ่านวัฒนธรรมองค์การเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งมีขนาดอิทธิพลเท่ากับ 0.591
เอกสารอ้างอิง
กเฌอ วรรณประเสริฐ. (2566). แนวทางการพัฒนาครูโรงเรียนโพธิสารพิทยากรตามแนวคิดภาวะผู้นำการปรับเปลี่ยน. Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD). 13246. https://digital.car.chula.ac.th/chulaetd/13246
จารุณี ปิตโต. (2564). สภาพและแนวทางพัฒนาการบริหารงานบุคคลในโรงเรียนสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). พิษณุโลก: มหาวิทยาลัยนเรศวร.
จารุวรรณ เมืองเจริญ และสันติธร ภูริภักดี. (2562). ผลกระทบของการปรับตัวและค่านิยมในการทำงานที่มีผลต่อวัฒนธรรมองค์การเชิงสร้างสรรค์ของนักศึกษาฝึกปฏิบัติงานในบริษัทเอกชน. วารสารการบัญชีและการจัดการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 11(3), 29-39.
ชนิตา สินธพพันธุ์ และธรรมรัตน์ จังศิริวัฒนา. (2565). บทบาทตัวแปรกำกับของแรงจูงใจของพนักงานต่อความสัมพันธ์ของภาวะผู้นำ แบบปรับตัวกับประสิทธิภาพในการทำงานและความผูกพันในองค์การของพนักงาน กรณีศึกษา องค์การแห่งหนึ่งที่อยู่ภายใต้แผนการฟื้นฟูกิจการ. วารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง, 5(3), 30-47.
ณฐาพัชร์ วรพงศ์พัชร์, สุริยะ วชิรวงศ์ไพศาล, พงษ์ศักดิ์ ผกามาศ และจิรนันท์ ใหญ่ลำยอง. (2565). แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำแบบปรับตัวของผู้บริหารสถาบันการอาชีวศึกษามืออาชีพภายใต้สถานการณ์วิถีปกติใหม่และวิถีถัดไปในภาคตะวันออกของประเทศไทย (วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต). บุรีรัมย์: มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์.
ณัฎฐนิช มณีวรรณ์. (2566). การวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้างที่ส่งผลต่อการปรับตัวของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย แผนการเรียนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (การค้นคว้าอิสระปริญญามหาบัณฑิต). พิษณุโลก: มหาวิทยาลัยนเรศวร.
ณัฐพร สายศร, วรรณวิศา สืบนุสรณ์, คล้ายจำแลง และสุดารัตน์ สารสว่าง. (2563). ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการปรับเปลี่ยนของผู้บริหารสถานศึกษากับการเป็นโรงเรียนแห่งการเรียนรู้ของโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร. วารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์, 7(2), 147-161.
นครินทร์ วนกิจไพบูลย์. (2564). Adaptive Leadership ทักษะที่ผู้นำยุคนี้ต้องมี. จาก https://thestandard.co/podcast/thesecretsauce426/
นริศรา อินทรรุจิกุล, อุไรวรรณ ชัยชนะวิโรจน์ และจิรรัตน์ หรือตระกูล. (2561). อิทธิพลของวัฒนธรรมองค์การแบบสร้างสรรค์ต่อการเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ของพยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลแพร่. วารสารการพยาบาลและสุขภาพ, 12(4), 9-15.
บุญช่วย ศิริเกษ. (2560). การศึกษาวัฒนธรรมองค์การแบบสร้างสรรค์กับการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ในมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตศรีล้านช้าง. วารสารสมาคมนักวิจัย, 22(2), 65-80.
ปกรณ์ ประจันบาน และณัฐกานต์ ประจันบาน. (2567). การพัฒนาเครื่องมือวัดทักษะการทำงานที่หลากหลายของครูระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานในประเทศไทย. Journal of Education and Innovation, 26(1), 191-203.
มุกดา คำอานา. (2557). ความสัมพันธ์ระหว่างวัฒนธรรมองค์การเชิงสร้างสรรค์กับการพัฒนาตนเองของครูในทัศนะของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.
วรพัทธ์ ดีอนันต์กรณ์ และต้องลักษณ์ บุญธรรม. (2566). การวิเคราะห์องค์ประกอบภาวะผู้นำการปรับเปลี่ยนของครูประถมศึกษา จังหวัดปทุมธานี. วารสารการบริหารและนิเทศการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 14(2), 65-76.
วรรัตน์ เทพมะที. (2558). ความสัมพันธ์ระหว่างวัฒนธรรมองค์การแบบสร้างสรรค์กับการทำงานเป็นทีมของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 2 (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.
วรวรรณ ชื่นพินิจสกุล. (2555). ภาวะผู้นำและรูปแบบบรรยากาศองค์กรที่ส่งผลกระทบต่อลักษณะวัฒนธรรมองค์กร ขององค์กรในเขตกรุงเทพมหานคร (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
วิลาวัณย์ หงส์นคร. (2566). บันทึกเรื่องเด่นรางวัลพระปกเกล้า: ท้องถิ่นในโลกยุควูก้า (VUCA WORLD). กรุงเทพฯ: สถาบันพระปกเกล้า.
วีรยา สัจจะเขตต์. (2563). การพัฒนาแนวทางการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของโรงเรียนขยายโอกาส สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 5 (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
สุทญา อร่ามรัตน์. (2562). ความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 17 (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). จันทบุรี: มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.
สุธรรม สิกขาจารย์, ทัศนีย์ ช่อเทียนทิพย์, วิรัตน์ มณีพฤกษ์ และนำพล ม่วงอวยพร. (2562). การทบทวนแนวคิดเกี่ยวกับสถานศึกษาในฐานะเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้. วารสารวิชาการการจัดการภาครัฐและเอกชน, 1(1), 26-38.
สุวัฒน์ จุลสุวรรณ์. (2563). ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการปรับเปลี่ยนกับประสิทธิผลการบริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น, 17(2), 28–40.
อินทิรา อำมโภช. (2565). การเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้กับแนวปฏิบัติวิถีใหม่ของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1 (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศิลปากร.
Black, W. C., Babin, B. J., & Anderson, R. E. (2010). Multivariate data analysis: A global perspective. Pearson.
Chughtai, M. S., Syed, F., Naseer, S., & Chinchilla, N. (2024). Role of adaptive leadership in learning organizations to boost organizational innovations with change self-efficacy. Current Psychology, 43(33), 27262-27281. https://doi.org/10.1007/s12144-023-04669-z
Heifetz, R. A., & Laurie, D. L. (2002). The work of leadership. Harvard Business Review. https://hbr.org/2001/12/the-work-of-leadership
Senge, P. M. (1990). The fifth discipline: The art and practice of the learning organization. Doubleday/Currency.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความหรือข้อคิดเห็นใดใดที่ปรากฏในวารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามเป็นวรรณกรรมของผู้เขียน ซึ่งบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม


