การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้สังคมศึกษาที่เน้นการเลือกใช้แหล่งเรียนรู้ ตามแนวคิดของโรมิสซอว์สกีที่ส่งผลต่อการเข้าใจในอัตลักษณ์ชุมชน สำหรับนิสิตครูสังคมศึกษา

ผู้แต่ง

  • อชิระ อุตมาน คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กรุงเทพฯ 10110
  • จิณณวัตร เลิศประดิษฐ์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กรุงเทพฯ 10110 https://orcid.org/0009-0002-0221-1955

DOI:

https://doi.org/10.14456/psruhss.2026.19

คำสำคัญ:

การจัดการเรียนรู้สังคมศึกษา , แหล่งเรียนรู้ , แนวคิดของโรมิสซอว์สกี , อัตลักษณ์ชุมชน , นิสิตครูสังคมศึกษา

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้สังคมศึกษาที่เน้นการเลือกใช้แหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดของโรมิสซอว์สกี ซึ่งส่งผลต่อความเข้าใจในอัตลักษณ์ชุมชนของนิสิตครูสังคมศึกษา โดยใช้วิธีวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) อย่างเป็นระบบประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ได้แก่ การวิเคราะห์ความต้องการออกแบบและพัฒนารูปแบบ การทดลองใช้ในรายวิชา “ท้องถิ่นศึกษา” กับนิสิตชั้นปีที่ 4 จำนวน 33 คน และการประเมินผลจากทั้งผู้ทรงคุณวุฒิและนิสิต โดยได้นำแนวคิดของโรมิสซอว์สกีมาพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความเข้าใจในอัตลักษณ์ชุมชน สำหรับนิสิตครูสังคมศึกษา โดยมีขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน ประกอบด้วย (1) การนำเสนอประเด็นที่น่าสนใจ (Purpose issues of interest) (2) การประชุมวางแผน (Planning meeting) (3) การดำเนินกิจกรรม (Carry out) (4) การสะท้อนคิด (Reflective) และ (5) สุนทรพจน์ (Speech) มาเป็นขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยเน้นการใช้แหล่งเรียนรู้จากบริบทจริง เช่น วัด ตลาดชุมชน พิพิธภัณฑ์ หรือบุคคลในท้องถิ่น  ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบที่พัฒนาขึ้นมีความเหมาะสมและประสิทธิผลในระดับมากที่สุด สามารถส่งเสริมให้นิสิตเข้าใจรากเหง้าของชุมชน มีทักษะการวิเคราะห์และเจตคติที่ดีต่อความหลากหลายทางวัฒนธรรม อีกทั้งยังเกิดความภาคภูมิใจในท้องถิ่น และมีความพึงพอใจต่อการเรียนรู้จากแหล่งจริงอย่างมีนัยสำคัญ รูปแบบนี้จึงมีศักยภาพในการส่งเสริมครูสังคมศึกษาให้เป็นผู้ออกแบบการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับบริบทของผู้เรียน และสนับสนุนการพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต

เอกสารอ้างอิง

กนกวรรณ สุภาราญ. (2564). ทำไมความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนและโรงเรียน จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้เรียน. สืบค้น 17 มิถุนายน 2568, จาก https://www.educathai.com/knowledge/articles/425

กฤตชัย ชุมแสง. (2567). ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้วิจัยเป็นฐานร่วมกับการใช้แหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่นเพื่อพัฒนาทักษะการวิจัยสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. วารสารสังคมวิจัยและพัฒนา, 6(2), 90-111.

ขวัญชนก นัยจรัญ และกฤษณา ชาญณรงค์. (2561). บทบาทหน้าที่ของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมในการสร้างอัตลักษณ์ชุมชน ตำบลหนองกะท้าว อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก. Veridian E-Journal, Silpakorn University, 11(3), 329-344.

ชยันต์ วรรธนะภูติ และสร้อยมาศ รุ่งมณี (บรรณาธิการ). (2558). ยาดแย่ง การพัฒนาและความทันสมัยในลาว. เชียงใหม่: ศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

ณวิญ เสริฐผล. (2563). การดำรงอยู่ของภูมิปัญญาท้องถิ่นในสังคมโลกาภิวัตน์. วารสารบัณฑิตแสงโคมคำ, 5(2), 310-328.

ทิพย์สุดา สมนา, มนต์นภัส มโนการณ์ และยงยุทธ ยะบุญธง. (2560). แนวทางการพัฒนาอัตลักษณ์ของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1. Veridian E-Journal, Silpakorn University, 10(3), 460-477.

พัสสกรณ์ วิวรรธมงคล. (2564). การพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning โดยใช้แหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาสำหรับนักศึกษาครู. วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์, 10(2), 198-210.

ภัทราพร ทองเกษร และจรรยา ดาสา. (2567). ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ภายในพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาตอนปลาย. วารสารพฤติกรรมศาสตร์, 30(1), 1-14.

สุนทร พุดมี และสมใจ ภูมิพันธุ์. (2566). รูปแบบการจัดการแหล่งเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาร้อยเอ็ด. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด, 17(3), 76-88.

สุรศักดิ์ จันพลา, สัญญา พงษ์ศรีดา และพระมหาขุนทอง อคฺควโร. (2565). ครูยุคใหม่ในโลกแห่งการเรียนรู้ศตวรรษที่ 21. วารสารการสอนสังคมศึกษา, 4(1), 88-98.

อิทธิเดช น้อยไม้ และณัฐวรรณ เฉลิมสุข. (2567). การพัฒนาทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและผลการเรียนรู้วิชาสังคมศึกษาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ตามแนวคิดการจัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้กรณีศึกษาเป็นฐานร่วมกับเทคนิคการใช้คำถาม. วารสารครุศาสตร์วิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย, 9(2), 87-98.

Charungkaittikul, S. (2019), Building a Learning Society: Perspective From Thailand. New Directions for Adult and Continuing Education, 2019(162), 25-36. https://doi.org/10.1002/ace.20323

Cohen, A. P. (1985). The Symbolic Construction of Community. London: Tavistock Publications.

Evelina, S., & Gintarė, Ž. (2025). The Use of Multimedia in the Teaching and Learning Process of Higher Education: A Systematic Review. Sustainability, 17(19), 8859. https://doi.org/10.3390/su17198859

Jenkins, R. (2008). Social Identity (3rd ed.). London: Routledge.

Martinez, O. M., & Curaza, L. J. R. (2025). A Narrative Review Of The Implementation Of Civic Education In Southeast Asia. International Journal of Research Publication and Reviews 6(7), 713-737. https://doi.org/10.55248/gengpi.6.0725.2423

O’Donnell, A. W., Redmond, G., Gardner, A. A., Wang, J. J. J., & Mooney, A. (2024). Extracurricular activity participation, school belonging, and depressed mood: a test of the compensation hypothesis during adolescence. Applied Developmental Science, 28(4), 596–611. https://doi.org/10.1080/10888691.2023.2260745

O’Flaherty, J., McCormack, O., Lenihan, R., & Young, A. M. (2025). Critical reflection and global citizenship education: exploring the views and experiences of teacher educators. Reflective Practice, 26(1), 135–153. https://doi.org/10.1080/14623943.2024.2421598

Radović, S., Hummel, H. G. K., & Vermeulen, M. (2023). The mARC instructional design model for more experiential learning in higher education: theoretical foundations and practical guidelines. Teaching in Higher Education, 28(6), 1173–1190. https://doi.org/10.1080/13562517.2021.1872527

Romiszowski, A. J. (1981). Designing Instructional Systems Decision Making in Course Planning and Curriculum Design. London: Routledge.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

30-06-2026

รูปแบบการอ้างอิง

อุตมาน อ., & เลิศประดิษฐ์ จ. (2026). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้สังคมศึกษาที่เน้นการเลือกใช้แหล่งเรียนรู้ ตามแนวคิดของโรมิสซอว์สกีที่ส่งผลต่อการเข้าใจในอัตลักษณ์ชุมชน สำหรับนิสิตครูสังคมศึกษา. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม, 20(1), 306–320. https://doi.org/10.14456/psruhss.2026.19

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย