การเปรียบเทียบการเปลี่ยนคำเชื่อมโยงความในการแปลนวนิยายเรื่อง “The Catcher in the Rye” ระหว่างต้นฉบับภาษาอังกฤษกับฉบับแปลภาษาไทย
คำสำคัญ:
การเชื่อมโยงความ, ระดับข้อความ, การเปลี่ยนการเชื่อมโยงความบทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาค่าความถี่ร้อยละของกลไกแสดงการเชื่อมโยงความแต่ละชนิดที่พบในข้อความต้นฉบับภาษาอังกฤษและฉบับแปลภาษาไทย (2) เพื่อศึกษาความแตกต่างในการใช้กลไกการเชื่อมโยงความระหว่างนวนิยายต้นฉบับภาษาอังกฤษและฉบับแปลภาษาไทย และวิเคราะห์แต่ละภาษานั้นควรใช้กลไกการเชื่อมโยงความชนิดใดเมื่อมีการแปลจากภาษาหนึ่งเป็นอีกภาษาหนึ่ง และ (3) เพื่ออธิบายสาเหตุที่ทำให้เกิดความแตกต่างในการใช้การเชื่อมโยงความระหว่างสองภาษา กลุ่มตัวอย่างคือ นวนิยายต้นฉบับภาษาอังกฤษ “The Catcher in the Rye” และหนังสือฉบับแปลภาษาไทยเรื่อง “ทุ่งฝัน” ของศาสนิก โดยใช้ทฤษฎีของ de Beaugrande and Dressler ผลจากการศึกษาพบว่า (1) ค่าความถี่ร้อยละของกลไกการเชื่อมโยงความใน นวนิยายต้นฉบับภาษาอังกฤษมีการใช้การปรากฏซ้ำมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 43.75 รองลงมาคือการใช้รูปแทน คิดเป็นร้อยละ 31.03 อันดับสามคือการใช้การเชื่อม คิดเป็นร้อยละ 19.02 ส่วนค่าความถี่ร้อยละของกลไก
การเชื่อมโยงความในนวนิยายฉบับแปลภาษาไทย ซึ่งผลของการวิจัยสอดคล้องกับมีการใช้การปรากฏซ้ำมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 48.09 รองลงมาคือการใช้การละ คิดเป็นร้อยละ 25.63 อันดับสามคือการใช้คำเชื่อม
คิดเป็นร้อยละ 18.26 กล่าวว่าในภาษาไทยมีการใช้การปรากฏซ้ำเป็นจำนวนมาก ดังนั้นค่าความถี่ร้อยละของกลไกการเชื่อมโยงความแต่ละชนิดของทั้งสองภาษามีความแตกต่างกัน (2) มีความแตกต่างกันในการใช้คำเชื่อมโยงความระหว่างนวนิยายภาษาอังกฤษและนวนิยายแปลภาษไทยที่พบได้แก่ การซ้ำคำ การละคำ การใช้รูปแทนและการใช้คำเชื่อมเป็นต้น และผลจากการศึกษาเมื่อเปรียบเทียบการใช้การเชื่อมโยงความทั้งสองภาษามีความแตกต่างกันในการใช้รูปแทนในนวนิยายต้นฉบับภาษาอังกฤษมีการใช้รูปแทนมากกว่าในฉบับแปลภาษาไทย ส่วนการใช้คำเชื่อมในภาษาอังกฤษเมื่อแปลเป็นภาษาไทยมีแนวโน้มในการเพิ่มคำเชื่อมในภาษาไทยให้เหมาะสม และการใช้การเชื่อมโยงความโดยการถอดความมีแนวโน้มในการเปลี่ยนเป็นการใช้คำซ้ำแทนในภาษาไทย และ (3) เนื่องจากความแตกต่างในโครงสร้างไวยากรณ์และการใช้ภาษาทั้งสองภาษาและรูปแบบเฉพาะทางโครงสร้างไวยากรณ์ของผู้แปล ปัจจัยเหล่านี้มีส่วนทำให้มีการใช้กลไกการเชื่อมโยงความที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นผู้แปลควรคำนึงถึงการใช้คำเชื่อมโยงความที่เหมาะสมในการแปลเมื่อแปลจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย
เอกสารอ้างอิง
ชลธิชา บำรุงรักษ์. (2539). การวิเคราะห์ภาษาในระดับข้อความประเภทต่าง ๆ ในภาษาไทย. กรุงเทพฯ: ภาควิชาภาษาศาสตร์ คณะศิลปะศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ปาณิสรา เบี้ยมุกดา. (2550). การเชื่อมโยงความในพระราชนิพนธ์เสด็จประพาสต่างประเทศของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, กรุงเทพฯ.
พิมพันธุ์ เวสสะโกศล. (2555). การแปลภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ศาสนิก. (นามแฝง). (2531). ทุ่งฝัน. กรุงเทพฯ: เรจีนา.
Chanawangsa, W. (1986). Cohesion in Thai (Doctoral dissertation). George University.
De Beaugrande, R. A., & Dressler, W. U. (1981). Introduction to Text Linguistics. New York: Longman.
Halliday, M. A. K., & Hasan, R. (1976). Cohesion in English. London: Longman.
Witte, S. P., & Faigley, L. (1981). College Composition and Communication. Langauge Studies and Composing, 32(2), 189-204.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความหรือข้อคิดเห็นใดใดที่ปรากฏในวารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามเป็นวรรณกรรมของผู้เขียน ซึ่งบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม


