การเงินฐานราก(คนจน) กรณีศึกษาเพื่อความเป็นไปได้ในการพึ่งตนเองได้ ด้วยความร่วมมือของภาครัฐและเอกชนในการพัฒนา

Main Article Content

โชคลาภ มั่นคง

Abstract

บทคัดย่อ


“คนจนจะเอาเงินที่ไหนมาออม” คำตอบนี้ฟังดูมีเหตุผลแต่เพียงผิวเผิน คนจนควรต้องออมเงินเพราะพวกเขาต้องมีชีวิตทั้งในปัจจุบันและอนาคตเช่นเดียวกับคนอื่น ๆ จริงอยู่ที่วันนี้คนจนมีเงินน้อยมาก แต่นอกจากจะพบกองเงินเข้าโดยบังเอิญในชั่วข้ามคืนพวกเขาก็น่าจะคาดการณ์ได้ว่าพรุ้งนี้ต้องมีเงินน้อยเช่นกัน อันที่จริงคนจนควรมีเหตุผลให้ออมเงินมากกว่าคนรวย หากมีความเป็นไปได้แม้เพียงน้อยนิดว่าเงินออมเหล่านี้จะช่วยให้พวกเขารอดพ้นจากหายนะได้ในอนาคต ส่วนหนึ่งที่สะท้อนจากหนังสือเศรษฐศาสตร์ความจน (Poor Economics) ของ อภิจิต บาเนอร์จี(2011) ด้วยกลุ่มคนหรือประชาชนที่ถูกมองว่าเป็น “ประชาชนฐานราก(คนจน)” อยู่ใต้สุดในห่วงโซ่ของการพัฒนาทางเศรษฐกิจ เป็นฐานของกลุ่มคนที่มีโอกาสทางเศรษฐกิจมากกว่าเสมอ ปัญหาใดกันแน่ซึ่งทำให้เขาเหล่านั้นไม่หลุดพ้นออกมาจากกับดักความยากจน (Poverty trap) ยังคงมีแสงสว่างแห่งความหวังหรือแนวทางในการพัฒนาใด เมื่อเราเชื่อว่ามนุษย์สามารถพัฒนาได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ความคิดของมนุษย์ไร้ขีดจำกัดและไม่สามารถกำหนดขอบเขตที่แน่นอนของการสร้างสรรค์ด้วยความคิดใหม่ๆได้ ด้วยความคิดของมนุษย์สามารถเติบโตและเชื่อมโยงหลอมรวมกับความคิดอื่นรอบตัวเกิดเป็นความคิดใหม่ๆ (วิชิตวงศ์ ณ ป้อมเพชร,2560) หากได้รับการส่งเสริมที่เหมาะสม(ภาครัฐและภาคการศึกษา) จะสามารถดึงเอาศักยภาพภายใน (Endogenous Growth) ของประชาชนซึ่งถูกมองและให้ความเชื่อว่าเป็นเพียงฐาน(ราก)ที่ล้าหลังของกลุ่มคนที่มีโอกาสทางเศรษฐกิจมากว่า หากแต่เพียงเราผู้มีโอกาสมากกว่า      ไม่ว่าจะเป็น ภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคธุรกิจ ฯลฯ  โน้มลงมาหาผู้ด้อยโอกาส ตามแนวทางพระราชดำริของในหลวงรัชการที่ ๙ “การพึ่งตนเอง” มีบทบาทเป็นฐานรากของการพัฒนา เพราะหากไม่พึ่งตนเองแล้ว ก็ไม่มีวันที่จะบรรลุถึง “ความพอเพียง” ทางเศรษฐกิจที่มั่นคงและยั่งยืน (solid and sustainable sufficiency) “การพึ่งตนเอง”มิได้หมายความว่าไม่มีการพึ่งพาผู้อื่น เพราะการพึ่งพาซึ่งกันและกันเป็นหัวใจของการอยู่ร่วมกันในสังคม ซึ่งจะไม่พึ่งพากันและกันไม่ได้ สิ่งสำคัญคือ ความร่วมมือ (cooperation)โดยที่ “การเงินฐานราก” อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นหนึ่ง (ก้าวแรกที่สำคัญ) ของการเสริมสร้างทุนมนุษย์เพื่อการต่อยอดพัฒนา สร้างโอกาสทางสังคม ให้ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันได้ด้วยความอยู่ดีมีสุข”


คำสำคัญ : การเงินฐานราก, การพึ่งตนเอง, ความร่วมมือเพื่อการพัฒนา, ความอยู่ดีมีสุข  


ABSTRACT


“Where do poor people get their money to save?” This answer sounds reasonable, but it is superficial. The poor should save money because they have to live in the present and the future just like everyone else. True, today the poor have very little money. But in addition to accidentally finding a pile of money overnight, they could also predict that there would be less money tomorrow. Indeed, the poor should have more reasons to save than the rich. If there is even the slightest possibility that these savings will save them from disaster in the future. This is partly reflected in Abhijit Banerjee's book Poor Economics (2011). “Poor people" are at the bottom of the chain of economic development. It is always the base of people who have more economic opportunities. What is the problem that keeps them from breaking out of the Poverty trap? Is there still a ray of hope or a direction for development? When we believe that human beings can evolve endlessly. Human thinking is limitless and cannot determine the exact boundaries of creativity with new ideas. With human thoughts, they can grow and integrate with other thoughts around them, giving birth to new ideas (Wichitwong Na Pomphet, 2017). If they are properly promoted (the government), they will be able to draw out their inner potential. (Endogenous Growth) of people who are viewed and believed to be the only foundation (foundation) of people with greater economic opportunity. If only we, those with more opportunities, whether government, business, etc., leaned down to the less fortunate. According to the royal initiative of King Rama IX, “self-reliance” plays a fundamental role in development. Because if not self-reliant, it will never reach solid and sustainable sufficiency “Self-sufficiency” does not mean that there is no dependency on others. Because interdependence is the heart of coexistence in society. Which will not be dependent on each other, the important thing is cooperation, “Microfinance” may be just the beginning. (An important first step) of building human capital for further development. Create social opportunity so that everyone can live together wellbeing.”


Keywords: Microfinance, Self Reliance, Development cooperation, Wellbeing

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

Section
บทความวิชาการ (Academic Article)

References

กรกนก น้อยแนม. (2557). ความสัมพันธ์ระหว่างวินัยทางการเงิน และการมีส่วนร่วมของสมาชิกกับความเข้มแข็งของสถาบันการเงินชุมชนปากเกร็ดร่วมใจ 2 จังหวัดนนทบุรี. วารสารสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร, 40(2), 121-137. https://so04.tci-thaijo.org/index.php/socku/article/view/79683

กิตติยาณี สายพัฒนะ. (2559). การมีส่วนร่วมในสถาบันการเงินชุมชนของคนจนในจังหวัดสระแก้ว. วารสารสถาบันวิจัยและพัฒนา, 18(2), 12-40. https://so05.tci-thaijo.org/index.php/jpcru/article/view/202289

ฉัตรทิพย์ นาถสุภา. (2545). ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจไทย. (พิมพ์ครั้งที่ 2). สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

โชคลาภ มั่นคง. (2565). มิติความยากจน และรากเหง้าของความเหลื่อมล้ำ กับความยั่งยืนในการพัฒนา. วารสารเศรษฐศาสตร์และนโยบายสาธารณะ, 12(24), 18-48. https://so01.tci-thaijo.org/index.php/econswu/article/view/247893

ดิเรก ปัทมสิริวัฒน์ .(2553). การคลังเพื่อสังคม จินตนาการและการวิจัยเพื่อสังคมที่ดีกว่า. (พิมพ์ครั้งที่ 5). สำนักพิมพ์พี.เอ. ลีฟวิ่ง

ธนาคารแห่งประเทศไทย. (2556). รายงานประจำปี ธนาคารแห่งประเทศไทย. https://www.bot.or.th/Thai/ResearchAndPublications/Report/pages/default.aspx

ป๋วย อึ๊งภากรณ์. (2512). รำลึก ๖ ปีแห่งการจากไปของอาจารย์ป๋วย. https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=inthedark&month=07-2007&date=10&group=22&gblog=10

พิชชา วีรกุลเทวัญ. (2558). ระบบการเงินรายย่อยกับปัญหาความยากจน (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์). https://digital.library.tu.ac.th/tu_dc/frontend/Info/item/dc:93930

วิชิตวงศ์ ณ ป้อมเพชร. (2560). สู่อนาคตที่มั่นคงและยั่งยืน การพัฒนาเศรษฐกิจไทยตามแนวพระราชดาริของ ร.9. (พิมพ์ครั้งที่1). สำนักพิมพ์วศิระ.

วรเวศม์ สุวรรณระดา, วรวรรณ ชาญด้วยวิทย์. (2553). สวัสดิการยามชราบำนาญแห่งชาติ. (พิมพ์ครั้งที่1). มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย

วรเวศม์ สุวรรณระดา. (2557). ปฏิรูปบำนาญภาครัฐ. (พิมพ์ครั้งที่1). สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

วัลย์ลิกา ลิ้มสุวรรณ. (2561). ผลกระทบของสถาบันการเงินชุมชนต่อการแก้ไขปัญหาความยากจน. วารสารวิชาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 6 (1), 59-75

สฤณี อาชวานันทกุล .(2556). พฤติกรรมทางการเงินของคนไทย. https://thaipublica.org/2013/08/from-behavior-to-education/

สุชานุช พันธนียะ. (2562). แนวทางการปฏิรูปนโยบายสาธารณะเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย:กรณีนโยบายระบบการเงินระดับฐานราก (Microfinance). วารสารสถาบันพระปกเกล้า, 17 (1), 58-74

สุมาลี สันติพลวุฒิ. (2560). ทฤษฎีการพัฒนาเศรษฐกิจและกรณีศึกษา (พิมพ์ครั้งที่3). สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

สุวิทย์ เมษินทรีย์. (2563). โลกเปลี่ยนคนปรับ. https://www.nstda.or.th/home/knowledge_post/the-world-changes-people/

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง. (2558). นวัตกรรมในการพัฒนาระบบการเงินภาคประชาชน : แผนที่การเข้าถึงบริการทางการเงินระดับฐานราก. http://www2.fpo.go.th/FPO/modules/Content/getfile.php?contentfileID=9570

อภิจิต บาเนอร์จี. (2554). Poor Economics [เศรษฐศาสตร์ความจน] (ฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์). (พิมพ์ครั้งที่1). สำนักพิมพ์ Salt.

อรทัย หนูแก้ว. (2561). รูปแบบการบริหารจัดการกองทุนสัจจะออมทรัพย์ ในเขตพื้นที่ตำบลจรเข้มาก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์. วารสารสถาบันวิจัยและพัฒนา, 13(1), 113-122. https://so03.tci-thaijo.org/index.php/RDIBRU/article/view/131079

Stuart Rutherford and Sukhwinder Arora. (2009). The poor and their money: microfinance from a twenty-first century consumer's perspective [การเงินคนจน] (สฤณี อาชวานันทกุล) (พิมพ์ครั้งที่1). สำนักพิมพ์ Salt.