รูปแบบการพัฒนาประสิทธิผลของครูผู้สอนโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา กลุ่ม 8

ผู้แต่ง

  • พระครูโสภณธรรมประยุต (สำรวย ม่วงคะลา) สาขาวิชายุทธศาสตร์การพัฒนาภูมิภาค คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
  • รังสรรค์ สิงหเลิศ สาขาวิชายุทธศาสตร์การพัฒนาภูมิภาค คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
  • แดนวิชัย สายรักษา สาขาวิชายุทธศาสตร์การพัฒนาภูมิภาค คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม

คำสำคัญ:

รูปแบบ, การพัฒนาประสิทธิภาพ

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิผลของครูผู้สอนโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา กล่มุ 8 2) เพื่อสร้างรูปแบบการพัฒนาประสิทธิภาพของครูผ้สูอนโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา กลุ่ม 8 3) เพื่อทดลองใช้ และประเมินผลรูปแบบการพัฒนาประสิทธิภาพของครูผู้สอนโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา กลุ่ม 8 วิธีดำเนินการวิจัยแบ่งเป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการพัฒนาประสิทธิภาพของครูผ้สู อนโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา กลุ่ม 8 เครื่องมือที่ใช้รวบรวมข้อมูลได้แก่ แบบสอบถามมีทั้งหมด 6 ฉบับ ได้แก่ 1) การพัฒนาของครู 2) การบริหารจัดการ 3)การสนับสนุนการทำงานของครู 4) การทำงานเป็นทีม 5) ความผูกพันองค์กร และ 6) ความพึงพอใจของครู โดยสอบถามครูผู้สอน จำนวน 238 คน ผลการวิจัย พบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อรูปแบบการพัฒนาประสิทธิภาพของครูผู้สอนโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา กลุ่ม 8 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 อยู่ 4 ตัวแปรเท่านั้น ได้แก่ การพัฒนาของครู (Beta = 0.243) การสนับสนุนการทำงานของครู (Beta = 0.101) การทำงานเป็นทีม(Beta = 0.393) และความพึงพอใจในการทำงานของครู(Beta = 0.150) โดยมีค่าสัมประสิทธิ์การตัดสินใจ (Coefficient of Determination) R2 = 0.543 ระยะที่ 2 สร้างรูปแบบการพัฒนาประสิทธิภาพของครูผู้สอนโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา กลุ่ม 8 เป็นการนำผลการวิจัยในระยะที่ 1 มาสร้างรูปแบบ โดยการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshops) และใช้การประชุมกลุ่มย่อย (Focus Groups) และการระดมสมอง (Brain Storming) ผลการวิจัย พบว่า รูปแบบการพัฒนาประสิทธิภาพของครูผู้สอนโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา กลุ่ม 8 พบว่ามีกิจกรรมที่ผ่านการประเมินความเห็นชอบ จากผู้เชี่ยวชาญ และการระดมสมองของกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 12 กิจกรรม ได้แก่ 1) การทำงานร่วมกันเป็นทีม 2) กิจกรรม เรียนรู้การพัฒนาบุคคลและทีมงาน 3)กระดาษของฉัน ชุดที่ 1 4) การจัดทำแผนการสอน 5) การสร้างกลวิธีในการสอน 6) การประเมินผลการสอน 7) ด้านเทคโนโลยี 8) ด้านสื่อการสอน 9) ด้านสิ่งแวดล้อม 10) การรู้จักตัวเอง 11) บทบาท และหน้าที่ของครูผู้สอน และ12) การแสดงบทบาทสมมติ ครูกับนักเรียน ระยะที่ 3 เป็นการทดลองใช้และประเมินผลการใช้รูปแบบการพัฒนาประสิทธิภาพของครูผู้สอนโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา กลุ่ม 8 กับครูของโรงเรียนวัดมัชฌิมบุรี อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี จำนวน 16 รูป / คน เป็นกลุ่มทดลองกลุ่มเดียว แล้วเปรียบเทียบคะแนนก่อนการทดลองและหลังการทดลอง ด้วยแบบ
ประเมินที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น เปรียบเทียบผลก่อนการทดลองและหลังการทดลอง โดยใช้สถิติ Wilcoxon Signed Rank Test ผลการวิจัย พบว่า รูปแบบการพัฒนาประสิทธิภาพของครูผู้สอนโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา กลุ่ม 8 ก่อนการทดลอง และหลังการทดลองมีผลแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยพบว่าคะแนนหลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลอง นั้นหมายความว่ารูปแบบการพัฒนาประสิทธิภาพของครูผู้สอนโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา กลุ่ม 8 ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นสามารถทำให้ครูเกิดการพัฒนาในการพัฒนาประสิทธิภาพของครูผู้สอนโรงเรียนพระปริยัติธรรมได้เป็นอย่างดี คำสำคัญ : รูปแบบ, การพัฒนาประสิทธิภาพ

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2018-10-31

รูปแบบการอ้างอิง

(สำรวย ม่วงคะลา) พ., สิงหเลิศ ร., & สายรักษา แ. (2018). รูปแบบการพัฒนาประสิทธิผลของครูผู้สอนโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา กลุ่ม 8. วารสารช่อพะยอม, 29(2), 329–339. สืบค้น จาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/ejChophayom/article/view/153054

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัยทางด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์