การพัฒนาตัวบ่งชี้สมรรถนะผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในเขตภาคอีสานตอนล่าง กลุ่มที่ 2

ผู้แต่ง

  • สุมิตรชา ซาเสน นักศึกษาปริญญาเอก สาขารัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
  • เสาวลักษณ์ โกศลกิตติอัมพร รองศาสตราจารย์ ดร. อาจารย์ประจำสาขารัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
  • ทรงศักดิ์ จีระสมบัติ อาจารย์ ดร. สาขารัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม

คำสำคัญ:

การพัฒนาตัวบ่งชี้, สมรรถนะผู้บริหาร, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสมรรถนะผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตภาคอีสานตอนล่าง กลุ่มที่ 2 2) พัฒนาตัวบ่งชี้สมรรถนะผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตภาคอีสานตอนล่าง กลุ่มที่ 2 3) ทดสอบความสอดคล้องของความสัมพันธ์โครงสร้างตัวบ่งชี้สมรรถนะผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตภาคอีสานตอนล่าง กลุ่มที่ 2 พัฒนาขึ้นกับข้อมูลเชิงประจักษ์กลุ่มผู้ให้ข้อมูลสัมภาษณ์เชิงลึกประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 20 คน และกลุ่มตัวอย่างคือผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตภาคอีสานตอนล่าง กลุ่มที่ 2 จำนวน 300 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสอบถาม เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความเชื่อมั่นทั้งระดับเท่ากับ 0.908 มีค่าความตรงเชิงเนื้อหาอยู่ระหว่าง 1.00 การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป ซึ่งมีผลการวิจัยดังนี้ 1. สมรรถนะผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตภาคอีสานตอนล่าง กลุ่มที่ 2 ประกอบด้วย 2 องค์ประกอบ ได้แก่ สมรรถนะหลัก และสมรรถนะประจำผู้บริหาร 2. ผลการพัฒนาตัวบ่งชี้สมรรถนะผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตภาคอีสานตอนล่าง กลุ่ม ที่ 2 จากการสังเคราะห์การสัมภาษณ์เชิงลึกกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ เพื่อพิจารณา ตัวบ่งชี้ จากการสังเคราะห์สัมภาษณ์เชิงลึกผู้เชี่ยวชาญเพื่อพิจารณาตัวบ่งชี้ พบว่า ร่างตัวบ่งชี้ส่วนใหญ่มีความตรงตามจุดประสงค์การวิจัยและมีความเหมาะสมโดยมีรายละเอียดของตัวบ่งชี้ที่ได้สังเคราะห์จากการสัมภาษณ์เชิงลึก จำนวน 58 ตัวบ่งชี้
3. ผลการทดสอบความสอดคล้องของความสัมพันธ์โครงสร้างสมรรถนะผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตภาคอีสานตอนล่าง กลุ่มที่ 2 พบว่า มีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยพิจารณาจากค่าไคว์-สแควร์ (Chi-square) เท่ากับ 86.161 ค่าชั้นแห่งความเป็นอิสระ (df) เท่ากับ 30 ค่าระดับนัยสำคัญทางสถิติ (p-value) เท่ากับ 0.6708 ค่าดัชนีวัดความกลมกลืน (CFI) เท่ากับ 0.942, ค่าดัชนีวัดระดับความสอดคล้องเปรียบของ Tucker-Lewis (TLI) เท่ากับ 0.914 ค่าดัชนีรากของค่าเฉลี่ยกำลังสองของส่วนที่เหลือมาตรฐาน (SRMR) เท่ากับ 0.050 ค่าดัชนีรากของกำลังที่สองเฉลี่ยเศษของการประมาณค่าความคลาดเคลื่อน (RMSEA) เท่ากับ 0.079 คำสำคัญ : การพัฒนาตัวบ่งชี้ สมรรถนะผู้บริหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

เอกสารอ้างอิง

กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น. ข้อมูลออนไลน์ .
https://www.dla.go.th/work/abt/ สืบค้นเมื่อ 15 มกราคม 2560.
กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น. (2553). ประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการการประเมินผล
การปฏิบัติราชการของข้าราชการพลเรือนสามัญในสังกัดกรมส่งเสริมการปกครอง
ส่วนท้องถิ่น .วันที่ 5 มกราคม 2553.
นิกัญชลา ล้นเหลือ. (2554). โมเดลสมการโครงสร้างภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร
สถานศึกษา ขั้นพื้นฐาน. วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการ
บริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
สุทธิธัช คนกาญจน์. (2547). การพัฒนาตัวบ่งชี้ของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ, ปริญญานิพนธ์
การศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการทดสอบและวัดผลการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
นงลักษณ์ วิรัชชัย. (2548). สถิติชวนใช้. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ. (2556). แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบ
ราชการไทย(2556-2561). กรุงเทพมหานคร: วิชั่น พริ้นท์ แอนด์ มีเดีย.
Watson, Samy Hanna. (2000). Leadership Requirements in the 21th Century:
The Perceptions of Canadian Private Sector Leaders. (CD-ROM). Abstracts from: Dissertation Abstracts International: 9979888.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2019-05-31

รูปแบบการอ้างอิง

ซาเสน ส., โกศลกิตติอัมพร เ., & จีระสมบัติ ท. (2019). การพัฒนาตัวบ่งชี้สมรรถนะผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในเขตภาคอีสานตอนล่าง กลุ่มที่ 2. วารสารช่อพะยอม, 30(1), 71–81. สืบค้น จาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/ejChophayom/article/view/153994

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัยทางด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์