ประสิทธิผลของการใช้ยาสมุนไพรตำรับพอกเข่าในการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม โรงพยาบาลพระปกเกล้า จังหวัดจันทบุรี

ผู้แต่ง

  • กรกฎ ไชยมงคล กลุ่มงานการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โรงพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี

คำสำคัญ:

ประสิทธิผลของการใช้ยาสมุนไพร, ยาพอกเข่าสมุนไพร, โรคข้อเข่าเสื่อม, ผู้สูงอายุ

บทคัดย่อ

งานวิจัยตำรับยาพอกเข่าสมุนไพรในโรคข้อเข่าเสื่อมผู้วิจัยได้เลือกใช้ยาสมุนไพรกลุ่มที่ช่วยลดความร้อนลดการอักเสบ เพื่อศึกษาประสิทธิผลของการใช้ยาสมุนไพรตำรับพอกเข่าในผู้สูงอายุ ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) และวิจัยเชิงทดลอง (Experimental Research) วิธีการทดสอบโดยเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อม จำนวน 20 ราย ผลการวิจัย พบว่ายาสมุนไพรตำรับพอกเข่า มีสรรพคุณของยาสมุนไพรตำรับทั้ง 9 ชนิด ลดการอักเสบของกล้ามเนื้อรอบข้อเข่าได้เมื่อวิเคราะห์สรรพคุณของสมุนไพรแต่ละชนิด พบว่า ทั้ง 9 ชนิดมีสรรพคุณตรงกัน คือ ลดการอักเสบและลดปวดได้ ดังนั้นในการวิเคราะห์ตำรับยาสมุนไพรพอกเข่า สามารถแบ่งกลุ่มเป็น 2 ส่วนประกอบหลักๆ คือยาหลัก มีฤทธิ์ร้อน ช่วยในการกระจายเลือดลม ให้เลือดไหลเวียนได้สะดวก แก้อาการปวดบริเวณข้อ ลดอาการฟกชํ้า ได้แก่ ไพล ขิง และผักเสี้ยนผี ยารองมีฤทธิ์เย็น ช่วยในลดความร้อนบริเวณที่มีความร้อน ลดอาการอักเสบของข้อ ได้แก่ ฟ้าทะลายโจร มะเดื่อชุมพร เท้ายายม่อม คนทา ชิงชี่ ย่านางและการศึกษาประสิทธิผลของการใช้ยาสมุนไพรตำรับพอกเข่าในการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมพบว่า การรักษาด้วยยาสมุนไพรตำรับพอกเข่าลดอาการปวดสามารถบรรเทาความรุนแรงของข้อเข่าได้ในระดับหนึ่ง เมื่อพิจารณาจากค่าความแตกต่างของระดับความรู้สึกปวดที่มีระดับคะแนนลดลง ถือว่ามีแนวโน้มในทางที่ดี ผู้ป่วยระบุค่าระดับความเจ็บปวดคะแนนลดลง จากระดับ 6 อยู่ที่ระดับ 2 จำนวน 7 ราย, จากระดับ 5 อยู่ที่ระดับ 1 จำนวน 7 ราย, จากระดับ 4 อยู่ที่ระดับ 1 จำนวน 6 ราย สรุปผล เมื่อพิจารณาจากค่าความแตกต่างของระดับความรู้สึกปวดที่มีระดับคะแนนลดลง เป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับผู้ป่วยกลุ่มนี้ได้ ประโยชน์และการนำไปใช้ ควรมีการส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้ที่มีข้อเข่าเสื่อมได้รับการรักษาทางการแพทย์แผนไทย เพื่อนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดี คำสำคัญ : ประสิทธิผลของการใช้ยาสมุนไพร, ยาพอกเข่าสมุนไพร, โรคข้อเข่าเสื่อม, ผู้สูงอายุ

เอกสารอ้างอิง

1. มูลนิธิฟื้นฟูส่งเสริมการแพทย์ไทยเดิม อายุเวทวิทยาลัย.(2547) ตำราการแพทย์ไทยเดิม (แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์) ฉบับอนุรักษ์.พิมพ์ครั้งที่2. กรุงเทพมหานครฯ: โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
2. รัตนวดี ณ นคร.(2549). Epidemiology of osteoarthritis. การประชุมวิชาการคณะเทคนิคการแพทย์. ขอนแก่น: คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
3. อนุธิดา สิงห์นาค.(2558). เปรียบเทียบประสิทธิผลของยาพอกดูดพิษและการนวดรักษาในการรักษาอาการปวดเข่า .บทคัดย่อประกวดผลงานวิชาการประจำปีการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน และการแพทย์แผนทางเลือกแห่งชาติ ครั้งที่ 12. นนทบุรี
4. อภิชาต ลิมติยะโยธิน.(2560). โรคข้อเข่าเสื่อมตามศาสตร์การแพทย์แผนไทย. การประชุมวิชาการพัฒนาเครือข่ายการจัดการความรู้ เรื่องโรคข้อเข่าเสื่อม; กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก : พุ่มทอง.
5. Anuthakoengkun A. Inhibitory effect on nitric oxide production and free radical scavenging activity of Thai medicinal plant in osteoarthritic knee treatment. Journal on the Medical Association of Thailand 97: S116-S124.

6. Kuptniratsaikul V. Tosayanonda O,Nilganuwong S, Thamalikitkul V. The epidemiology of osteoarthritis of knee in elderly patients living an urban area of Bangkok, J Med Ass Thai 2002: 85: 154-61.
7. Weerawatanakorn M, Rojsuntornkitti K, et al.(2018). Some Phytochemicals and Anti-inflammation Effect of Juice from Tiliacora triandra Leaves. Journal of Food and Nutrition Research. 6(1):32-8.
8. Somsil P, Ruangrunsi N, et al. (2012). In vivo and in vitro anti-inflammatory activity of Harrisonia perfprata root extract. Pharmacognosy Journal. 38-44.
9. Suebsasana S, Pongnaratorn P, Sattayasai J, et al. (2009). Analgesic, antipyretic, Anti-inflammatory and toxic effects of andrographolide derivatives in experimental animal. Arch Pharm Res. 32(9):1191-200.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2019-05-31

รูปแบบการอ้างอิง

ไชยมงคล ก. (2019). ประสิทธิผลของการใช้ยาสมุนไพรตำรับพอกเข่าในการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม โรงพยาบาลพระปกเกล้า จังหวัดจันทบุรี. วารสารช่อพะยอม, 30(1), 119–128. สืบค้น จาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/ejChophayom/article/view/162661

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัยทางด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์